ตอนที่ 0186 รอยเท้า
ในค่ำคืนมืดมิด หันถงสวมงอบ พุ่งฝ่าม่านหิมะชั้นแล้วชั้นเล่า
ขณะเขาพุ่งตรงไปอย่างบ้าคลั่ง ลมรอบกายดุจมังกรยักษ์ขดพัน เกล็ดหิมะถูกดูดเข้ากระแสลมไม่อาจต้าน กลายเป็นพายุสลาตันลากยาวตามหลัง
เฉินจี้ไล่ตามอยู่ข้างหลัง เสียงหึ่งก้องในหู โลหิตไหลจากหน้าผากเปียกชุ่มครึ่งแก้ม โลหิตคลุกโคลนทำเอาใบหน้าดูพร่ามัวและดุร้าย
ระเบิดที่ตำหนักไผ่เขียวรุนแรงเกินต้านทาน จนถึงบัดนี้ อวัยวะภายในยังปวดแสบปวดร้อน
เฉินจี้มิใช่ผู้ชำนาญการระเบิด ไม่มีภาพชัดเจนในใจต่อฤทธิ์ดินดำ เขารู้เพียงว่า ต้องยับยั้งหยุนหยางกับเจียวถู่ ไม่ให้ทั้งสองมีช่องไปขวางเหลียงโก่วเอ๋อร์บุกคุก
ตนเองจะตายในระเบิดหรือไม่ เหลียงโก่วเอ๋อร์จะมาแก้แค้นภายหลังหรือไม่ หรือหันถงจะพลั้งมือฆ่าเขาตายหรือไม่ เขาไม่ใส่ใจ
ขณะนี้ หน่วยสืบลับที่ตามเฉินจี้อยู่ ก็ช่วยกันไล่ล่าหันถง ทว่าความเร็วของทั้งสองเกินมนุษย์ พวกหน่วยสืบลับจึงตามไม่ทัน
เฉินจี้เหลียวกลับมองหน่วยสืบลับที่ถูกทิ้งห่าง แล้วเอ่ยกับเงาหลังของหันถงอย่างฉับพลัน “หยุดก่อนเถอะ ข้ามีเรื่องอยากฝากฝังท่าน”
หันถงหยุดยืนกลางลมหิมะแล้วหันกลับมา ถามเสียงกร้าว “ไป๋หลี่อยู่ไหน? คนของเจ้าบอกว่า คืนนี้ไป๋หลี่จะถูกพาไปที่ตรอกชุดขาว ไยไม่เห็นแม้เงานาง?”
เฉินจี้หายใจสม่ำเสมอ ค่อยๆ เดินเข้าหาหันถง เพียงระยะใกล้นี้เท่านั้น เขาจึงได้ยินเสียงอีกฝ่ายชัดเจนท่ามกลางเสียงหึ่งในหู “ท่านว่าอะไรนะ?”
หันถงกล่าวซ้ำด้วยความโกรธ “ไป๋หลี่อยู่ไหน?”
เฉินจี้ตอบ “ธิดาอ๋องยังอยู่ในคุกใน”
หันถงหันหลังจะไป เสียงเย็นดังดั่งคมดาบ “ใช้นามของไป๋หลี่มาหลอกใช้ข้า ภายหลังข้าจะไล่ล่าพวกเจ้าทีละคน”
เฉินจี้เอ่ยอย่างสงบ “ประมุขหัน ท่านรู้หรือว่าคุกในอยู่ที่ใด? หากคิดช่วยธิดาอ๋อง ก็ต้องทำตามที่ข้าพูดเท่านั้น”
หันถงชะงักก้าว “หนุ่มน้อยยังไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมอย่างเจ้า คิดจะออกคำสั่งข้าหรือ?”
เฉินจี้กล่าวต่อ “ประมุขหัน คืนนี้มีคนมากมายเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยโอรสอ๋องกับธิดาอ๋องให้พ้นภัย แต่หากท่านคิดว่าการบุกคุกในตรงๆ จะช่วยคนได้ นั่นไร้เดียงสาเกินไป คุกในคือกรงขัง เมืองหลัวอันกว้างใหญ่นี้ก็เป็นกรงขังอีกใบ มิใช่หรือ?”
เฉินจี้ย้ำรับรอง “ทำตามที่ข้าพูด ทางนี้รับรองว่าธิดาอ๋องจะรอด!”
หันถงหันกลับกลางหิมะคืนนี้ แววตาคมดุจดาบ “ต้องการให้ข้าทำอะไร?”
เฉินจี้ว่าต่อ “ไปท่าเรือลำเลียงข้าวเดี๋ยวนี้ เตรียมเรือเร็วที่สามารถออกจากเมืองหลัวได้คืนนี้ ข้าไม่สนว่าท่านจะใช้วิธีใด เรือลำนี้ต้องพร้อม หากคืนนี้ช่วยนางออกมาได้ ข้าจะพานางไปราชวงศ์จิ่ง ตั้งรกรากให้มั่น ไม่กลับราชวงศ์หนิงอีกตลอดกาล”
เดิมเขาตั้งใจแลกชีวิต แต่เมื่อยังไม่ตาย ก็จำต้องออกจากราชวงศ์หนิงแล้ว และเมื่อจากไป ต้องพาไป๋หลี่กับโอรสอ๋องไปด้วย
หันถงตริตรองครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยถาม “ข้าจะเตรียมเรือให้แน่นอน แต่เจ้าจะส่งคนไปถึงท่าเรือได้อย่างไร?”
เฉินจี้ส่ายหน้า “ท่านเพียงเตรียมเรือก็พอ ที่เหลือไม่จำเป็นต้องรู้”
หันถงขมวดคิ้ว “ข้าจะรู้ได้อย่างไรว่า เจ้ามิได้หลอกลวง?”
เฉินจี้สบตาหันถง กล่าวเสียงเบา “ข้าจะช่วยนางออกมาให้ได้”
หันถงสะดุ้งวาบ ก่อนเอ่ยเสียงแข็ง “ข้าเป็นชาวยุทธ พูดต้องตรงคำ ทำต้องเห็นผล สัตย์ต้องจริงใจ หวังว่าเจ้าจะไม่ได้หลอกกัน”
“ชาวยุทธ?” เฉินจี้นึกถึงกองทหารพันปี แล้วหัวเราะเยาะแผ่ว พลางก้มมองหิมะที่กองรกบนพื้น “ท่านช่วยทุ่มกำลังทั้งหมด ชกใส่ข้าหนึ่งหมัด ปิดรอยเท้าบนหิมะแถวนี้ แล้วตรงไปท่าเรือ ทำในสิ่งที่ต้องทำ”
“ได้!”
ขณะนี้ เสียงฝีเท้าเริ่มดังมาจากความมืดด้านหลังแล้ว
เฉินจี้กับหันถงไล่ล่ากันอีกครั้ง
ท่ามกลางการไล่ล่า หันถงพลิกกายกะทันหัน ชั่วพริบตาก็ชกหมัดอันหนักหน่วง เมื่อหมัดกวัดแกว่ง พระพุทธเจ้าที่สักอยู่บนข้อมือของเขาเปล่งแสงสีทอง ด้านหลังก่อกำเนิดภาพมายาพระพุทธสีทองยักษ์
ท่ามกลางลมหิมะ
พุทธลักษณ์เหยียดหัตถ์กดลงแผ่วเบา หันถงก็ปล่อยหมัดเช่นกัน ท่วงท่าทั้งสองหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว หมัดยังไม่ทันแตะต้องเฉินจี้ ทว่าร่างเขาถูกพลังมหาศาลซัดปลิวไปแล้ว
เฉินจี้คายโลหิตคำหนึ่งกลางอากาศ ร่วงลงเป็นเส้นโค้งกระทบพื้น ร่างเลื่อนไถลบนหิมะหลายจั้ง หิมะที่กองทับเกิดกระเพื่อมดุจคลื่น ลบรอยเท้ารุงรังที่ทั้งสองยืนเมื่อครู่จนสิ้น
เขาเงี่ยหูฟังฝีเท้าหันถงที่ค่อยๆ เลือนหาย ภายในใจทราบดี ขั้นสุดท้ายอันสำคัญที่สุดได้เสร็จสิ้นแล้ว ที่เหลือจะสำเร็จหรือไม่ ล้วนเป็นเจตจำนงสวรรค์
เฉินจี้นอนราบอยู่ท่ามกลางหิมะหนา อ่อนล้าจนไม่อยากลุกไปไหน
ท่ามกลางความมึนงง เขาเห็นเกล็ดหิมะจากฟากฟ้าร่วงลงบนใบหน้า แล้วในสายตาก็ปรากฏใบหน้าซอมซ่อของหยุนหยางกับเจียวถู่ ก้มลงมองเขาอย่างเย็นชา
ทั้งสองผมเผ้ารุงรัง บาดแผลเต็มร่าง สูญสิ้นรูปโฉมงามดุจหยกทองโดยสิ้นเชิง
ใจเฉินจี้มิได้หวั่นไหว ครั้นยามระเบิด เขาไม่ได้รับกระแสน้ำแข็งของทั้งสอง ก็รู้แล้วว่าพวกเขายังไม่ตาย และบัดนี้ ตนจะตายหรือไม่ ก็ไม่สำคัญอีก
เฉินจี้เอ่ย “ใต้เท้าทั้งสอง ผู้ทำร้ายข้าคือหันถง หัวหน้านิกายหลัวเทียน รีบไล่ตามเขาไปเร็ว!”
แต่กลับได้ยินหยุนหยางกล่าวเสียงกร้าว “เจ้าวางแผนตลบหลังพวกเรางั้นหรือ?”
เจียวถู่คุกเข่าลงข้างเฉินจี้ ปัดผมที่ระเกะระกะขึ้นเสียบหลังหู พลางเอ่ยอย่างยิ้มหยัน “ข้าอุตส่าห์เอื้อเฟื้อมาร่วมดื่มกับเจ้า แต่เจ้ากลับคิดจะฆ่าข้าหรือ”
เฉินจี้ไอโลหิตคำหนึ่ง เช็ดริมฝีปากแล้วอธิบาย “ใต้เท้าทั้งสอง ใต้เท้าหยุนหยางเลือกสถานที่เอง ไยจึงมาสงสัยข้า”
หยุนหยางหัวเราะเย้ย พลางเช็ดเลือดตรงมุมปากของตน “จะเป็นเจ้าหรือไม่ บัดนี้ก็หาใช่เรื่องสำคัญแล้ว”
สิ้นคำ เขาหันมองไปทางเจียวถู่ “ฆ่าทิ้งเลย”
ทว่าในขณะนั้น จินจูมาถึง ผลักสองคนให้ผละออกอย่างแข็งกร้าว แล้วเอ่ยเสียงเย็น “ตอนนั้นเฉินจี้ก็อยู่ในตึกด้วย หากเขาประสงค์ฆ่าพวกเจ้า ก็เท่ากับต้องพรากชีวิตตนเองไปด้วยมิใช่หรือ? เรื่องนี้ข้าจะรายงานต่อใต้เท้าเสนาบดีฝ่ายใน ให้ท่านเป็นผู้ตัดสิน”
เขากล่าวอย่างดุดัน “หากพวกเจ้าคิดทำร้ายสหายร่วมงานโดยไม่แยกแยะ ก็จงมาลองฝีมือกับข้าก่อน วันนี้หากข้ามิพินาศ ภายหน้าเจ้าทั้งหลายย่อมไม่มีวันสงบสุข”
หยุนหยางกับเจียวถู่สบตากัน ประหนึ่งกำลังชั่งน้ำหนักคุณโทษ ผลดีผลร้าย
จินจูเอื้อนเอ่ยไม่ผิด ตอนอาวุธไฟระเบิด เฉินจี้ก็อยู่ในตึกนั้นด้วย หากเรื่องนี้เป็นฝีมือเฉินจี้จริง เขาย่อมต้องดับสิ้นไปพร้อมกัน
พวกเขามิอาจเชื่อว่า จะมีผู้ใดยอมเอาชีวิตเข้าเสี่ยงเพื่อผู้อื่น พวกเขามิใช่คนเช่นนั้น จึงปักใจว่าโลกนี้ย่อมไม่มีคนเช่นนั้น
หยุนหยางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วคุกเข่าลงต่อหน้าเฉินจี้ “ข้าจะขอเชื่อไว้ก่อนว่า เรื่องนี้มิข้องเกี่ยวกับเจ้า แต่เจ้า...”
ในขณะนั้น เฉินจี้พยุงกายลุกกลางหิมะ ชี้รอยเท้าของหันถงที่ฝังในหิมะ เอ่ยว่า “ใต้เท้าทั้งหลาย บัดนี้ฤดูหิมะหนัก หิมะปกปิดรอยเท้ามิได้ เพียงติดตามรอยนี้ไป ก็ย่อมจับหันถงได้ แล้วพาเมิ่งจีมาสอบสวน ความจริงย่อมปรากฏ อีกทั้งเสนาบดีฝ่ายในประสงค์กำจัดนิกายหลัวเทียน หากจับตัวหันถงได้ ก็เท่ากับแบ่งเบาภาระแก่ใต้เท้าเสนาบดีฝ่ายใน นับเป็นความสำเร็จใหญ่หลวง”
หยุนหยางทอดสายตามองรอยเท้า
เฉินจี้เร่งเร้า “ต้องรีบแล้ว มิฉะนั้นหิมะลูกใหม่จะกลบรอย”
หยุนหยางหัวเราะเย้ย “ข้ารู้ดีกว่าเจ้าว่า ควรจะจับหันถงอย่างไร มีคนผู้หนึ่งอยู่ในเงื้อมมือข้า เขาย่อมต้องยอมจำนนแน่ เจียวถู่ พวกเราไปเถอะ ข้าจะไปกรมสืบลับ เจ้าไล่ตามหันถง”
เฉินจี้สะท้านในใจ รู้สึกว่าคำพูดของหยุนหยางมีเค้าพิรุธ
เมื่อทั้งสองจากไป จินจูเอ่ยเสียงแผ่ว “บาดแผลของเจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม”
เฉินจี้กล่าว “ใต้เท้าอย่ากังวล ข้ายังสบายดี การจับคนสำคัญกว่า”
จินจูแอบกดเสียงต่ำถาม “คุ้มหรือ? ไหนบอกว่าจะเพลิดเพลินกับความมั่งคั่งรุ่งโรจน์”
“ใต้เท้า ข้าเป็นคนชะตาบาง ความมั่งคั่งรุ่งโรจน์และผู้คนข้างกาย ดูจะรักษาไว้ได้ยาก” เฉินจี้เอนกายลงบนหิมะอีกครา มิเอื้อนเอ่ยสิ่งใด
ไม่มีใครล่วงรู้ว่า ใครบางคนได้ใช้เมล็ดแตงโมทองหกเม็ดซื้อชีวิตของเขาไว้แล้ว นับแต่นั้นมา เขามิเคยคิดเรื่องคุ้มหรือไม่คุ้มอีกเลย
จินจูเห็นเขานิ่งเงียบ กัดฟันแน่น ท้ายที่สุดยังคงวิ่งออกไปตาม
เมื่อทั้งสามลับสายตาไปไกล เฉินจี้จึงค่อยๆ พยุงตัวลุก มองเลยไกลสุดสายตา กว่ากรมสืบลับจะจับตัวหันถงได้ เขากับไป๋หลี่ก็คงอยู่บนเส้นทางสู่ราชวงศ์จิ่งแล้ว
เฉินจี้ควักผ้าสีเทาจากอกขึ้นมาปิดหน้า พลิกกายวิ่งไปในทิศทางอื่น
ผืนหิมะหนาทาบท้องฟ้า ค่อยๆ กลบรอยเท้าให้จมหายไปในความมืดราตรี
(จบตอน)
______________
ลงทุกวันจันทร์ อังคาร พุธ เสาร์
ปัจจุบันแปลถึงตอน: 0477
ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/
#พระเอกฉลาด #นิยายแฟนตาซี #qingshan
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น