บทความ

กำลังแสดงโพสต์จาก ธันวาคม, 2025

ตอนที่ 0132 วาจาบัญชาสวรรค์

ใต้ร่มศาลาฟางอันหยาบง่าย  เหล่าเจ้าหน้าที่ก่อเตาอิฐเขียว  หม้อใหญ่ทั้งแปดใบเดือดพล่าน  ส่งกลิ่นข้าวต้มอ่อนๆ ลอยฟุ้ง หวังต้าวเซิ่งอธิบายแก่เจ้าหน้าที่ด้วยความอดทน  “ยามภัยพิบัติใหญ่  แม้ยังไม่ถึงขั้นแลกลูกกันกิน  ก็ย่อมมีหอนางโลมมารับซื้อเด็กหญิง  ไว้ใจเถิด  ข้าไม่ทำให้เจ้าลำบากหรอก  เพียงแค่เอ่ยนามของข้ากับใต้เท้าจางก็พอ  ข้ากับท่านนับว่าคุ้นเคยกัน” ขณะที่เฉินจี้คิดว่า  เจ้าหน้าที่จะยังดึงดันโต้แย้ง  กลับเห็นอีกฝ่ายยอมสยบ  สีหน้าเก้อเขิน  “แท้เป็นใต้เท้าหวัง  ข้าน้อยมีตาหารู้จักภูเขาไท่ซานไม่” เฉินจี้กระซิบถามไป๋หลี่ข้างกาย  “ธิดาอ๋อง  อาจารย์หวังมีชื่อเสียงมากหรือ” ไป๋หลี่มองเขาด้วยความประหลาดใจ  ค่อยๆ โน้มตัวเข้ามาใกล้กระซิบแผ่วเบา  “เจ้าไม่เคยได้ยินชื่ออาจารย์หวังเลยหรือ  ปีก่อนๆ ตอนท่านสอบได้รองจอหงวน  ชื่อเสียงก็ลือเลื่องไปทั่วหล้าแล้ว” เฉินจี้รับคำในลำคอ  เขาไม่รู้จริงๆ ว่าอาจารย์คนใหม่ของตนมีชื่อเสียงโด่งดังเพียงนี้  เพียงแค่เอ่ยนามก็ทำให้เจ้าหน้าที่ศาลาก...

ตอนที่ 0131 ครูผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชา

“ชู่ว!  เบาหน่อย  เบาหน่อย!” จิ้งอ๋องเบิกตาโพลง  ชูนิ้วชี้แนบริมฝีปากเตือนเฉินจี้กับไป๋หลี่ เขาหันกลับไปมองด้านหลัง  พอแน่ใจว่าไม่มีใครสังเกตเห็น  จึงหันมามองเฉินจี้กับไป๋หลี่  “ข้าต้องลำบากลำบนกว่าจะปลอมตัวหนีออกมาได้  พวกเจ้าจะโวยวายให้เสียเรื่องทำไม!” ไป๋หลี่ถามด้วยความงุนงง  “ท่านพ่อ  ท่านคอยสั่งสอนข้ากับพี่ชายไม่ให้ปีนกำแพง  แต่ท่านเองก็ปีนกำแพงหรือ?” จิ้งอ๋องยิ้มน้อยๆ  “พูดอะไรของเจ้าน่ะ  พ่อเจ้าเดินออกมาทางประตูใหญ่อย่างสง่างามต่างหาก” ไป๋หลี่ยิ้มตาม  “แม่ทัพหวังอยู่เวรยามประตูใหญ่พอดี  ข้าจะไปถามท่านดู” จิ้งอ๋องรีบคว้าแขนไป๋หลี่ไว้  “ปีนออกมา!  ข้าปีนกำแพงโรงยาออกมา!” เฉินจี้ถามด้วยความสงสัย  “ท่านอ๋อง  ท่านออกมาปลอมตัวเช่นนี้  หากเกิดอันตรายขึ้นมาจะทำอย่างไรเล่า  พวกข้ารับผิดชอบไม่ไหวหรอก” จิ้งอ๋องหัวเราะ  “ตอนนี้ข้าเป็นเพียงสารถีคนหนึ่ง  ตราบใดที่พวกเจ้าไม่พูดออกไป  ใครเล่าจะมารังควานสารถีคนหนึ่ง?” เฉินจี้ครุ่นคิดอยู่ครู่  แต่ยังคงทัดทาน...

ตอนที่ 0130 ศึกษาเพื่อประสบการณ์

ยามค่ำคืนของเมืองหลัว  เสียงแก่ชราของคนตีแจ้งยามดังมาแต่ไกล  “อากาศหนาวเหน็บ  ระวังลื่น” ยามเช้ามืด  ถึงเวลาตื่นนอนพอดี หากอยู่ในเมืองหลวง  บรรดาขุนนางใหญ่ของราชสำนักคงรวมตัวกันที่หน้าหอเหวินยวนภายในประตูตงหัวแล้ว  พ่นไอขาวออกมา  รอรับคำสั่งจากเสนาบดีอาวุโสอยู่นอกประตู เฉินจี้เปิดม่านรถ  มองแสงสว่างรางๆ กับหมอกบางๆ นอกหน้าต่างรถ  คิดในใจว่าตนต้องรีบกลับไปยังถนนอันซีโดยเร็ว  ไม่อย่างนั้นวันนี้จะไปเรียนสายอีก เขาวางม่านรถลงแผ่วเบา  ภายในตัวรถที่โยกเยก  จินจูกำลังค่อยๆ หวนนึกถึง “ปีนั้น  คดีลอบสังหารเสนาบดีกระทรวงการคลังสะเทือนไปทั้งแผ่นดิน  ฝ่าบาทมีพระบัญชาให้ศาลหลวงจับตัวคนร้ายภายในเจ็ดวัน  หากทำไม่ได้  ขุนนางศาลหลวงขั้น 5 ชั้นรองขึ้นไปจะถูกลดตำแหน่ง 3 ขั้น  ส่วนผู้ที่ต่ำกว่าขั้น 5 ชั้นรอง  จะถูกปลดออกจากราชการและห้ามบรรจุอีกตลอดชีพ” “ตอนนั้นเมืองหลวงราวกับจมอยู่ในธารน้ำแข็ง  ผู้คนบนท้องถนนแม้แต่จะหายใจยังไม่กล้า  กลัวว่าพออ้าปากลมหนาวจะแล่นเข้าไปในร่างกาย  น่าเสียดาย...