ตอนที่ 0004 ชั่วขณะหนึ่ง



ถอนหายใจดั่งม้าวิ่งผ่านรอยแยก  ไฟในหิน  ร่างในฝัน...


ท่ามกลางเสียงก้องกังวานอันลึกลับ  เฉินจี้ไม่รู้ว่าตนเองเดินเตร่อยู่ในความมืดนานเพียงใด  ราวกับย่ำเท้าฝ่าธารน้ำแข็งมาทั้งศตวรรษ  แต่ก็ไม่อาจเปิดม่านหมอกตรงหน้าได้


ทว่าความมืดนี้ก็ดุจเพียงชั่วพริบตา  สั้นยิ่งกว่าประกายไฟที่แลบออกมาเมื่อหินกระทบกัน


เฉินจี้ไม่อาจควบคุมร่างกายตนเอง  ได้แต่ฟัง


เสียงแว่วสายลม  เสียงฝน  แม้กระทั่งเสียงกรรเชียงพายน้ำ  ราวกับมีผู้ใช้เรือแจวลำหนึ่ง  บรรทุกเขาข้ามทะเลเมฆสีดำ


เฉินจี้อยากฝ่าความมืดออกไป  แต่ทุกสิ่งรอบกายหนืดข้นดั่งกาว  ทำให้เขาไม่อาจดิ้นรนหลุดพ้น


นอกความมืด  จู่ๆ มีคนพูดด้วยน้ำเสียงผ่อนคลาย  “ท่านโจว  หากไม่มีความมั่นใจเต็มร้อย  พวกเราคงไม่มาเยือนถึงถิ่นด้วยตนเอง  ตั้งแต่วินาทีที่ท่านเห็นพวกเรา  ทางเลือกของท่านก็มีแค่สองทาง  ให้ความร่วมมือกับเราอย่างดี  จับสายลับของราชวงศ์จิ่งในเมืองหลัวออกมา  หรือไม่ก็  ให้พวกเราทำให้ท่านเป็นตายไม่ได้  ไม่มีทางเลือกอื่น”


จากนั้นก็ได้ยินเสียงชายวัยกลางคน  ตอบด้วยความโกรธจัดว่า  “ไม่รู้ว่าข้าทำผิดอะไร  ถึงต้องให้ท่านทั้งสองมาฆ่าฟันในจวน  ข้าไม่รู้จักสายลับราชวงศ์จิ่งอะไรนั่น!”


เสียงที่พูดอย่างผ่อนคลายก่อนหน้านี้กล่าวว่า  ‘เมื่อวันที่  27  เดือนที่แล้ว ท่านได้เลี้ยงเหล้าท่านหลี่  ผู้ดูแลช่างฝีมือ  ที่สวนมิงจู้ในตรอกไป๋อี๋  ตลาดตะวันออก  ระหว่างงานเลี้ยงท่านได้ไถ่ตัวนางชุ่ยหวนจากสวนมิงจู้มอบให้เขาด้วย  แต่นางชุ่ยหวนคนนี้บังเอิญเป็นสายลับของราชวงศ์จิ่ง  นางได้สารภาพหมดเปลือกแล้ว...ไม่ต้องให้ข้าพูดต่อแล้วกระมัง?”


“นางชุ่ยหวนเป็นสายลับเกี่ยวอะไรกับข้า?  ข้าไม่เคยรู้จักนาง!”


“ท่านต้องการหลักฐานหรือ?”


“ใช่!”


ภายในห้อง  เสียงหัวเราะของเด็กสาวดังขึ้น  “กองสายลับของเราสังหารสายลับ  จำเป็นต้องมีหลักฐานตั้งแต่เมื่อไร?”


ท่านโจวที่ถูกสอบสวนไม่พูดอะไรต่อ  ห้องกลายเป็นเงียบสงัด  เหลือเพียงเสียงหายใจหอบหนัก


ภายในห้อง  เศษเครื่องเคลือบกระจายเกลื่อนพื้น  ชั้นวางของประดับโบราณก็แตกหักละเอียด  ราวกับซากปรักหักพัง


ท่ามกลางซากปรักหักพัง  ศพเจ็ดแปดศพนอนบิดเบี้ยว  เหลือเพียงชายวัยกลางคนรายหนึ่ง  นั่งทรุดลงบนพื้น  ผมเผ้ายุ่งเหยิงท่าทางอับจน


ตรงข้ามเขา  ชายหนุ่มคนหนึ่งสวมชุดคล่องตัวสีดำ  ท่าทีผ่อนคลายขบขัน  ไม่ไกลนัก  ยังมีสาวน้อยในชุดดำ  รูปร่างอ้อนแอ้น  นั่งยองๆ บนเก้าอี้ไท่ซือ


หญิงชายในชุดดำทั้งสอง  ดูอายุไม่เกินยี่สิบตอนต้น  แต่กลับฆ่าคนเต็มห้อง


ในความมืด  เฉินจี้รู้สึกทันใดว่า  เสียงสนทนาเหล่านี้เหมือนมือข้างหนึ่ง  คว้าตัวเขาที่กำลังจมลงสู่นรก  ลากกลับขึ้นมาสู่โลกมนุษย์อีกครั้ง


“ท่านโจว  ท่านมีพรรคพวกอื่นอีกในเมืองหลัวอีกไหม?  ตอนนี้ไม่อยากพูดความจริงก็ไม่เป็นไร  พวกเราว่างเล่นด้วยทั้งคืน”  ชายหนุ่มพูดพลางยิ้ม  “รอครู่นึง  เราจะไปพาครอบครัวที่ท่านซ่อนไว้ในตรอกไฉมู่มา  แล้วดูว่าท่านจะยอมพูดหรือไม่...”


วินาทีต่อมา


ศพศพหนึ่งในห้องลุกขึ้นนั่งอย่างกะทันหัน!


เฮือก!


เฉินจี้หายใจเฮือกใหญ่  ราวกับคนจมน้ำได้รับชีวิตใหม่  หายใจอย่างกระหาย  เสียงหายใจของเขาดังแหวกความเงียบอย่างโจ่งแจ้ง  ทำลายความอึดอัดในห้อง


เฉินจี้ลุกขึ้นนั่งจากพื้น  รู้สึกเพียงว่าสมองมึนงง


เขาเอามือคลำบาดแผลมีดที่เอวโดยไม่รู้ตัว  แต่ตรงนั้นไม่มีอะไรแล้ว


เด็กสาวที่นั่งยองบนเก้าอี้ไท่ซือหันมามองทันที “เห?  หยุนหยาง  ฝีมือเจ้าถดถอยแล้วหรือ  ฆ่าคนทำไมไม่เรียบร้อย?”


หยุนหยางแก้ตัว  “เป็นไปไม่ได้  ต้องเป็นเพราะหัวใจมันเอียงแน่ๆ!”


“พลาดก็พลาด  อายเขาหรือ?”


“เอายังไงกับมันดี?”


“ก็ฆ่าอีกทีสิ”


ขณะนี้  เฉินจี้เต็มไปด้วยข้อสงสัย  ตนเกิดใหม่ได้อย่างไร  เกิดใหม่มาที่ไหน  จะหาทางกลับบ้านได้หรือไม่?  หากแม้แต่เรื่องมหัศจรรย์อย่างการเกิดใหม่ยังเกิดขึ้นได้  นับประสาอะไรกับการได้พบญาติพี่น้อง?


เขาลืมตา  “เดี๋ยวก่อน!  ข้าขอโอกาสอธิบาย...”


คำพูดเพิ่งจะจบ  ข้างนอกก็มีเสียงฝีเท้า  ทุกคนจึงหันความสนใจไปทางนั้น


เห็นชายฉกรรจ์ในชุดคล่องตัวสีดำแบบเดียวกันสิบกว่าคน  คุมตัวคนเจ็ดแปดชีวิตเข้ามาในลาน  ยังมีเด็กอายุแปดเก้าขวบสองคน  ชายหนึ่งหญิงหนึ่ง


ถือโอกาสช่วงนี้  เฉินจี้รีบกวาดตามองสภาพแวดล้อมรอบตัว  ห้องไม่ใหญ่  ด้านซ้ายเป็นโต๊ะเขียนหนังสือไม้แดง  ตรงกลางมีเก้าอี้ไท่ซือสองตัวกับโต๊ะหนึ่งตัว


หนังสือ  พู่กัน  หมึก  กระดาษ  แท่นฝนหมึก  ล้วนกระจัดกระจาย  เกลื่อนกลาดไปทั่ว


ข้ามเวลามาหรือ?


นี่คือโลกในฝันที่หลี่ชิงเหนี่ยวพูดถึง?


ดูเหมือนตนจะข้ามมาสิงอยู่ในร่างคนที่เพิ่งตาย  แต่ไม่รู้ว่าคนตายมีฐานะใดตอนมีชีวิต


เฉินจี้อยากคิดทบทวนสถานการณ์ของตน  แต่วิกฤตตรงหน้าเกิดขึ้นเร็วเกินไป  ไม่ให้โอกาสเขาได้คิดเลย


ขณะไตร่ตรอง  ชายฉกรรจ์ในชุดคล่องตัวสีดำสิบกว่าคน  กดครอบครัวของท่านโจวให้คุกเข่าลง  คนหนึ่งประสานมือรายงาน  “ครอบครัวที่โจวเฉิงอี้ซ่อนไว้  เรานำมาครบแล้วขอรับ  สตรีนางนี้ถูกเขาไถ่ตัวจากตรอกไป๋อี๋เมื่อสิบปีก่อน  เด็กสองคนเป็นลูกในไส้ของทั้งคู่  ชายหนึ่งหญิงหนึ่ง  คนอื่นๆ เป็นพ่อบ้านและสาวใช้”


ชายในชุดดำสิบกว่าคนนี้  สีหน้าเข้มขรึม  ตรงเอวด้านหลังทุกคนห้อยดาบยาวในฝัก


หยุนหยางยิ้มพลางนั่งยองลงตรงหน้าหญิงนั้น  “คุณนายท่านนี้  ท่านรู้หรือไม่ว่า  ท่านโจวเป็นสายลับของราชวงศ์จิ่ง?”


สตรีคนดังกล่าวกอดเด็กชายไว้แน่นในอ้อมอก  ส่ายหน้าด้วยความหวาดกลัว  “ไม่รู้  พวกเราไม่รู้อะไรทั้งนั้น!”


หยุนหยางชักเข็มเงินเรียวยาวออกจากแขนเสื้อ  แทงใส่หน้าอกหญิงสาวอย่างว่องไวดุจสายฟ้า  นางไม่ร้องสักแอะ  ล้มตะแคงลงกับพื้นทันที


ขาดใจตาย


ในห้องพลันเต็มไปด้วยเสียงร้องไห้คร่ำครวญ  พ่อบ้านตะโกนถามด้วยเสียงแหบแห้ง  “นายท่าน  มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?!”


โจวเฉิงอี้ไม่ตอบ  เพียงมองดูเหตุการณ์นี้ด้วยสีหน้าหม่นหมอง


หยุนหยางมองเขาแวบหนึ่ง  แล้วนั่งยองลงหน้าสาวใช้คนหนึ่ง  “เจ้ามีอะไรอยากบอกข้าไหม?”


สาวใช้พูดตะกุกตะกัก  “ข้า...นายท่านของข้ามาแค่เดือนละสองสามครั้ง  พวกข้าอยาก...อยากเจอท่านสักหนยังยาก”


หยุนหยางแทงเข็มเงินไป  สาวใช้อยากหลบ  แต่เข็มเงินนี้เร็วจนหลบไม่ทัน  นางได้แต่เบิกตากว้างมองเข็มเงินทิ่มใส่หน้าอกตนเอง


เฉินจี้เอามือคลำหน้าอกโดยไม่รู้ตัว


หยุนหยางฆ่าไปเรื่อยๆ จนถึงหน้าเด็กชายตัวน้อย  เขานั่งยองลงยิ้มแย้ม  แต่ไม่มองเด็กชาย  กลับจ้องตรงไปยังโจวเฉิงอี้  “เจ้าหนู  พ่อเจ้าเคยเล่าอะไรให้ฟังบ้าง?”


ใบหน้าโจวเฉิงอี้กระตุกแผ่วเบา  “ราชวงศ์หนิงของพวกเจ้าตั้งแผ่นดินด้วยคัมภีร์และมารยาท  ยังจะทารุณฆ่าเด็กน้อยอีกหรือ?”


หยุนหยางหัวเราะเย็น  “ฤดูใบไม้ผลิปีนี้  ทหารม้าราชวงศ์จิ่งลงใต้  สังหารราษฎรผู้บริสุทธิ์ของราชวงศ์หนิงเราไปเท่าไร  ข้าจะมาพูดบทกวีคัมภีร์มารยาทกับพวกเจ้าหรือ?  อีกอย่าง  ปีที่แล้วเจ้าซื้อเด็กหญิงอายุสิบขวบมาเลี้ยงไว้ในบ้าน  แล้วส่งนางให้เจ้าเมืองหลัว  นางไม่ใช่เด็กหรือ?  ท่านโจว  ถ้าไม่สารภาพอีก  ลูกท่านจะตายแล้วนะ”


“ท่านพ่อ  ช่วยข้าด้วย!”


แต่โจวเฉิงอี้เพียงเอียงหน้าหนีเล็กน้อย  ไม่ฟังเสียงขอความช่วยเหลือของลูก


หยุนหยางผิวปากหวือ  “ใจแข็งขนาดนี้  ดูเหมือนจับได้สายลับใหญ่ระดับไห่ตงชิงขึ้นไปแล้ว  ให้เจ้าแฝงตัวอยู่ใต้จมูกเรานานหลายปี  ช่างน่าละอายจริงๆ”


ฉึก


เด็กชายขาดใจล้มลง


เฉินจี้เอาแต่เงียบมอง  ดวงตาของเด็กคนนั้นยังไม่ทันหลับ  กำลังเบิกโพลงจ้องมองเขา


เส้นเลือดบนหน้าผากโจวเฉิงอี้เริ่มเต้นตุบๆ


ตอนนี้  สาวน้อยชื่อเจียวถู่ย้ายมาหน้าเด็กสาวตัวเล็ก  นั่งยองลงพูดเสียงแผ่วเบา  “เมื่อครู่แม่เจ้ากอดแต่น้องชาย  เจ้าเห็นไหม?”


เด็กสาวตัวเล็กพยักหน้าด้วยความหวาดกลัว


เจียวถู่พูดต่อ  “ถ้าเจ้ายอมตามข้าไป  เรียกข้าว่าพี่สาว  ข้าจะไม่ฆ่าเจ้า”


แต่เด็กสาวตัวเล็กไม่ตอบรับ  เพียงหันไปมองบิดาของตนด้วยสายตางุนงงปนหวาดกลัว


“ยุคนี้  เด็กสาวอ่อนแอคงทรมานแย่เลยล่ะ”  เจียวถู่ยิ้มนิดหนึ่ง  โอบเด็กสาวตัวเล็กเข้าสู่อ้อมกอด  “อย่ากลัวไปเลย  เดี๋ยวเดียวเอง”


นางดึงเข็มเงินแบบเดียวกับหยุนหยางออกจากเส้นผม  แทงใส่ต้นคอด้านหลังเด็กสาวตัวเล็กด้วยมือตนเอง  เด็กสาวตัวเล็กอ่อนระทวยในอ้อมกอดเจียวถู่ทันใด  ไร้ลมหายใจอีกต่อไป


รูม่านตาเฉินจี้หดเล็กลง


หยุนหยางมองเหตุการณ์นี้อย่างไม่ใส่ใจ  เขาย้ายมาหน้าพ่อบ้านกับเฉินจี้ที่เหลือรอดเพียงสองคน  “เจ้าหนุ่ม  เมื่อกี้นับว่าเจ้าโชคดี  ในเมื่อรอดตายมาได้  ข้าจะให้โอกาสอีกครั้ง  เรามาเล่นเกมกัน  ใครเปิดปากให้ข้อมูลก่อน  คนนั้นจะได้มีชีวิต”


พ่อบ้านรีบคลานเข่าเข้ามา  ร้องไห้น้ำมูกน้ำตาไหล  “ท่านทั้งสอง  ข้าพูด!  ท่านอยากรู้อะไรข้าพูดหมด!  ให้ข้ารอด!”


หยุนหยางยินดี  “ข้าล่ะชอบละครขายนายเอาตัวรอดจริงๆ!”


เฉินจี้ข้างๆ ก็เอ่ยขึ้นเช่นกัน  “ข้าไม่มีข้อมูล  แต่ให้เวลาข้าสองเค่อ*  จะช่วยพวกท่านหาข้อมูลมาให้” (* 1 เค่อเท่ากับ 15 นาที)


พ่อบ้านรีบอธิบาย  “เขาเป็นแค่เด็กฝึกโรงยาตัวเล็กๆ จะรู้ข้อมูลอะไรได้?  ท่านฟังข้าเถอะ!”


หยุนหยางมองเฉินจี้  สีหน้าจริงใจ  “ข้อมูลของเจ้า  ข้าต้องรอสองเค่อ  ยังไม่แน่ใจว่ามีจริงหรือไม่  ฉะนั้นขอโทษอย่างยิ่ง...เห…?”


ขณะที่เขากำลังหยอกเย้า  กลับเห็นเฉินจี้พุ่งเข้าหาพ่อบ้าน  กดพ่อบ้านลงกับพื้นแน่น


ในพริบตา  เศษเครื่องเคลือบที่ไม่รู้ว่าเฉินจี้ซ่อนไว้ในมือตั้งแต่เมื่อไร  กรีดใส่คอของพ่อบ้าน  น่าเสียดายที่เขาไม่มีประสบการณ์ฆ่าคนมากนัก  ครั้งแรกไม่ถูกเส้นเลือดใหญ่


หยุนหยางกับเจียวถู่ไม่ได้ขัดขวาง


พ่อบ้านตื่นตระหนก  ขณะนอนอยู่บนพื้นก็ใช้กำปั้นทุบตีแก้มเฉินจี้อย่างสุดแรง  แต่เฉินจี้ไม่หลบไม่หลีก  กำเศษเครื่องเคลือบแน่นอีกครั้ง  แล้วกรีดลงไปใหม่


การเชือดคอครั้งที่สองนี้  เส้นเลือดใหญ่ตรงคอพ่อบ้านถึงขาด  เลือดกระฉูดออกมาดุจน้ำพุ


พ่อบ้านตายแล้ว


เฉินจี้บรรจงลุกยืน  หางตาเขาถูกพ่อบ้านทุบแตก  ฝ่ามือก็บาดเจ็บเพราะกำเศษเครื่องเคลือบแน่นเกินไป  เลือดหยดลงพื้นติ๋งๆ


ดวงตาเจียวถู่วาวขึ้นแวบหนึ่ง


หยุนหยางก็เกิดความสนใจ  “เจ้าอยากมีชีวิตมากเลยหรือ?”


เฉินจี้หอบหายใจ  “ข้าไม่มีข้อมูล  แต่ให้เวลาข้าสองเค่อ  จะหาข้อมูลมาให้ท่าน”


“โอ้?”  หยุนหยางเลิกคิ้ว  “ตกลง  แต่ข้าให้เจ้าแค่หนึ่งเค่อ”


(จบตอน)  

______________
ปัจจุบันแปลถึงตอน: -
ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/
#พระเอกเทพ #นิยายแฟนตาซี #qingshan

Previous Next

ความคิดเห็น