ตอนที่ 0075 ช่วยชีวิต



ในยามราตรี


เฉินจี้กลับมายืนริมขอบหลังคา  ตั้งตัวอยู่บนชายคาที่ยื่นออกมา  พลางมองลงไปยังเบื้องล่างอย่างสงบนิ่ง


โอรสอ๋องมีพิรุธหรือไม่?


หากว่ามีพิรุธ  เขาอยู่ในสำนักตงหลินมาตลอดสามปีนี้  คงทำอะไรมากไม่ได้อยู่แล้ว


หากว่าไม่มีพิรุธ  เหตุใดจึงเลือกกลับมาในช่วงเวลานี้  แถมยังมาปรากฏตัวในจินฟาง


เฉินจี้ขมวดคิ้ว  เขาพยายามจะร้อยเรียงเบาะแส  แต่ก็พบว่าเบาะแสกระจัดกระจายเหลือเกิน


ในลานบ้าน


โอรสอ๋องเห็นพวกชาวยุทธทิ้งตนหนีไป  ก็พลันหันกลับมาด่าพึมพำ  “ไม่ใช่ชาวยุทธ์กันหรือไง?  ไหนปกติชอบพูดกันว่า  ชาวยุทธเป็นคนมีน้ำใจ  นี่มันไร้ยางอายเกินไปแล้ว!”


หน่วยสืบลับหกนาย  ถือดาบพุ่งเข้ามาในลานบ้าน  ล้อมโอรสอ๋องกับไป๋หลี่ไว้ใต้กำแพง  หนึ่งในนั้นเอ่ยเสียงเย็นชา  “ผู้ใดขัดขืนการจับกุม  โทษจากเบาจะกลายเป็นหนัก”


ไป๋หลี่เอ่ยปาก  “พวกเราเป็น...”


ยังไม่ทันพูดจบ  โอรสอ๋องก็ดึงแขนนางเบาๆ  แล้วสวนกลับไปว่า  “พวกข้าเป็นแค่ชาวบ้านธรรมดา  มาเที่ยวเล่นที่ตรอกชุดแดง  มิได้ฝ่าฝืนกฎหมายต้าหนิง  เหตุใดพวกท่านจึงไล่ตามมา?”


หน่วยสืบลับเพ่งพินิจทั้งสองอย่างถี่ถ้วน  ราวกับอาศัยแสงจันทร์ส่องดูพวกเขา  ครู่หนึ่งผ่านไป  ใครบางคนได้เอ่ยอย่างลังเล  “...โอรสอ๋อง  ธิดาอ๋อง?  ข้าจำพวกท่านได้!  กรมสืบลับของพวกข้ามีหลักฐานยืนยันแน่ชัดว่า  ในค่ำคืนนี้  พวกกบฏราชวงศ์จิ่งจะแอบเคลื่อนไหวในจินฟาง  การที่พวกท่านปรากฏตัวที่จินฟาง  มันไม่บังเอิญไปหน่อยหรือ?  ตามพวกข้ากลับไปคุกในเถอะ”


โอรสอ๋องร้องอุทานในใจว่าแย่แล้ว  สำนักพิธีการคอยจับผิดจวนจิ้งอ๋องมาตลอด  หลายปีมานี้  ขุนนางเก่าของจิ้งอ๋องถูกจับเข้าคุกในแล้ว  ไม่เคยได้ออกมาอีกเลย


พอเข้าไปในคุกใน  แม้แต่ฐานะโอรสอ๋องของจวนอ๋อง  ก็ช่วยอะไรไม่ได้


เจ็ดปีก่อน  หวยอ๋องถูกกรมสืบลับจับกุม  ด้วยข้อหาซ่องสุมชุดเกราะและหน้าไม้  คืนเดียวกัน  เขาก็สิ้นชีพในคุกใน  หกปีก่อน  เมืองกวนจงเกิดภัยแล้งใหญ่  จิ้นอ๋องดื่มสุราแล้วเอ่ยว่า  นี่คือบทลงโทษจากสวรรค์  โทษฐานที่จักรพรรดิหนิงไม่ใส่ใจราชการ  สุดท้ายก็ถูกกรมสืบลับจับในข้อหา  ‘หมิ่นพระบรมเดชานุภาพ’  ถูกขังคุกใน  ในเดียวกันก็สิ้นชีพในคุกใน  พร้อมกับขุนนางสำนักโหรหลวงอีกหลายคน


โอรสอ๋องทราบดีว่า  เชื้อพระวงศ์ราชวงศ์หนิง  ต่อหน้าพวกขันทีแล้วนั้น  ชีวิตไร้ค่ายิ่งกว่าหญ้าป่า  วันนี้หากเข้าคุกใน  เกรงว่าคงไม่มีวันออกมาได้อีก


คิดถึงตรงนี้  โอรสอ๋องรีบประสานมือทำบันได  “ไป๋หลี่  เจ้าไปก่อน!”


หน่วยสืบลับต่างทำหน้าเคร่งขรึม  “ไม่มีใครไปไหนได้ทั้งนั้น  หากโอรสอ๋องไม่ผิดจริง  เหตุใดจึงไม่กล้าตามพวกข้าไป?”


โอรสอ๋องถ่มน้ำลายใส่  พลางหยิบไม้กวาดไผ่ในลานขึ้นมา  ยืนจังก้าขวางหน้าไป๋หลี่  “ตามพวกเจ้าเข้าคุกใน  จากไม่ผิดก็กลายเป็นผิดได้  ข้าขอสู้ตายกับพวกเจ้าดีกว่า  ถ้าฝีมือมากพอ  ก็ฝังข้าที่นี่เถอะ!”


เฉินจี้เงียบมองภาพตรงหน้า


จะช่วยหรือไม่?


หากไม่ช่วย  โอรสอ๋องกับไป๋หลี่  ไม่ว่าจะดิ้นรนอย่างไร  ก็ต้องถูกจับเข้าคุกในแน่  จินจูกำลังหาหลักฐานที่จวนจิ้งอ๋องสมคบกับราชวงศ์จิ่งอยู่พอดี  หากจับโอรสอ๋องกับไป๋หลี่ได้  ก็นับเป็นลาภก้อนใหญ่  เขาย่อมหาข้ออ้างทรมาน  ซักถามจนได้คำสารภาพ


หากลงมือช่วย  หน่วยสืบลับหกนายย่อมรับมือได้ยาก  ทั้งยังอาจมีกำลังเสริมมาได้ทุกเมื่อ...ที่สำคัญ  เฉินจี้มาจินฟางคืนนี้  ก็เพื่อสังหารผู้ดูแลหยวน  มิใช่มาช่วยชีวิตใคร!


แต่ที่ตรอกชุดแดงแห่งเดียวกันนี้  ในค่ำคืนเช่นเดียวกันนี้  หากได้ดื่มสุราจนเต็มอิ่ม  แล้วไปชมอรุณรุ่งที่หอกลอง  จะสุขสำราญเพียงใดกัน


เฉินจี้มีผ้าพันรอบมือ  ดาบสั้นในมือขวาที่กำแน่น  มีเลือดสดค่อยๆ ไหลลงมาตามปลายดาบ  สุดท้ายรวมเป็นหยดเลือดสีแดงฉาน  ร่วงหล่นลงบนกระเบื้องสีเทา


เมื่อหยาดโลหิตกระทบกระเบื้อง  เฉินจี้ก็อันตรธานไปแล้ว


......


......


“แน่จริงก็เข้ามา!”  โอรสอ๋องเหวี่ยงไม้กวาดไผ่ในมือ  พยายามผลักหน่วยสืบลับให้ถอยร่น


แต่หน่วยสืบลับชั้นยอดของกรมสืบลับ  มีหรือเขาจะขัดขวางได้?  เห็นหน่วยสืบลับทั้งหกล้อมเป็นรูปพัด  นายหนึ่งพุ่งเข้ามาเหวี่ยงดาบฟัน  เพียงแค่ฟันแผ่วเบา  ก็ตัดไม้กวาดไผ่เป็นสองท่อนทันที


ด้วยหัวใจขื่นขม  โอรสอ๋องมองไม้กวาดที่ถูกฟันขาด  พลางเอ่ยเสียงต่ำ  “ข้าตามพวกเจ้าไปก็ได้  แต่ขอให้ปล่อยน้องสาวข้า  นางเป็นเพียงเด็กสาว  จะรู้เรื่องอะไรได้?”


หน่วยสืบลับส่ายหน้า  “จะไม่มีใครได้หนีไปทั้งนั้น  หากมิใช่เพราะฐานะของท่านทั้งสองสูงส่ง  พวกข้าจำเป็นต้องเสียเวลาพูดดีด้วยหรือ?  เชิญตามพวกเราไปคุกในเถิด  ท่านทั้งสองจะได้ไม่ต้องบาดเจ็บ  รอจนพวกข้ายืนยันความบริสุทธิ์ได้แล้ว  ย่อมต้องปล่อยท่านทั้งสองกลับบ้านอย่างปลอดภัย”


โอรสอ๋องเอ่ยเสียงเข้ม  “มีสักกี่คนที่เข้าคุกในแล้วได้ออกมา?  พวกเจ้าเองก็รู้อยู่แก่ใจดี!  ไม่กลัวจวนจิ้งอ๋องแก้แค้นบ้างหรือ?”


“โอรสอ๋อง  พวกข้าน่ะ  แม้แต่อ๋องชั้นสูงยังเคยจับกุม  คำขู่ของท่านไม่ได้ผลหรอก  ลงมือ!  จับกุมพวกเขา”


หน่วยสืบลับหลายนายพุ่งเข้าประชิดทันที


โอรสอ๋องยังคิดจะขัดขืน  แต่ถูกหน่วยสืบลับนายหนึ่ง  แฉลบตัวต่อยใส่ท้อง  เขาโน้มตัวลงด้วยความเจ็บปวด  สุราในท้องพร้อมน้ำดี  พลันถูกอาเจียนออกมา


เหล่ามือสังหารของกรมสืบลับ  ไม่ได้เห็นแก่ฐานะโอรสอ๋องเลยจริงๆ


พวกเขาทราบดีว่า  ผู้บังคับบัญชาตนอยากโค่นล้มจวนจิ้งอ๋องมากเพียงใด  จุดยืนย่อมกำหนดทิศทางความคิด


ในความชุลมุนวุ่นวาย  มีคนบิดแขนไป๋หลี่  พับไพล่หลัง  ไป๋หลี่เจ็บจนเหงื่อเย็นผุดซึมตามหน้าผาก  แต่นางไม่ร้องแม้แต่คำเดียว  เพียงถลึงตาจ้องมองหน่วยสืบลับตรงหน้า


ท่ามกลางความโกลาหล  เมื่อนางกวาดสายตามองรอบข้าง  ก็พลันชะงักงันทันที


หน่วยสืบลับนายหนึ่ง  สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ  จึงหันกายกลับหลังอย่างคล่องแคล่ว


ในชั่วพริบตา  เขายกดาบฟันไปข้างหลัง  แต่มือที่ถือดาบเพิ่งยกขึ้นเหนือศีรษะ  ยังไม่ทันได้ฟันลง  ร่างปริศนาก็เข้าประชิดกายอย่างไร้สุ้มเสียง


อีกฝ่ายใช้มือซ้าย  คล้องกุมแขนเขาไว้  จนดาบในมือเขา  จะฟันลงอย่างไรก็ไม่ได้


ในชั่วลมหายใจ  ร่างปริศนาที่โจมตีเข้ามา  ยันแขนเขาไว้ในท่าจับล็อก  พลางแทงสองดาบรวดเร็ว  ดาบแรกเข้าที่ไตข้างเอว  ดาบที่สองทะลุปอดใต้ซี่โครง  ดาบสั้นในมืออีกฝ่าย  ประดุจงูร้ายพ่นพิษ  โหดเหี้ยมถึงขีดสุด


หน่วยสืบลับด้านข้าง  เห็นดังนั้นก็ตกตะลึงยิ่ง  รีบเหวี่ยงดาบกลับมาช่วย  แต่ร่างปริศนาดังกล่าว  เพียงยกมือปัดแผ่วเบา  ดาบสั้นกระทบดาบยาวที่ฟันเข้ามา  เกิดประกายไฟในความมืดพร้อมกับเสียงเคร้ง  แต่แล้วดาบยาวก็ขาดครึ่ง!


หน่วยสืบลับทั้งหลาย  สีหน้าแปรเปลี่ยนฉับพลัน  พวกเขาเคยเห็นนักดาบในยุทธภพนับไม่ถ้วน  มากมายดุจปลาข้ามแม่น้ำ  แต่นักดาบที่ตัดดาบขาดได้ง่ายดายเพียงนี้  กลับไม่เคยพานพบมาก่อน


ไม่มีคลื่นดาบ  ไม่มีวิชาลึกลับของสิงกวน  อีกฝ่ายเพียงแค่เหวี่ยงดาบสั้นอย่างเบามือ  ดาบเหล็กกล้าของตนก็ขาดสะบั้นราวกับแท่งน้ำแข็ง!


ไป๋หลี่ยังคงถูกหน่วยสืบลับคล้องกุมไว้  นางจ้องมองร่างปริศนาอย่างงุนงง  อีกฝ่ายทาหน้าด้วยผงถ่านสีดำ  แววตาก็แปลกหน้ายิ่ง  ทว่ารูปร่างของเขา  ดูคุ้นตาอย่างไรชอบกล


ขณะนั้น  นางพลันสังเกตเห็นว่า  บุคคลที่ลงมือโจมตีในความมืดนี้  ระหว่างหลบหลีกเคลื่อนไหว  ขาขวาดูเหมือนจะออกแรงไม่ถนัด


อีกฝ่ายก็ดูจะรู้ตัวดีว่า  ขาขวาของตนเป็นจุดอ่อน  จึงพยายามอำพรางอย่างสุดฝีมือ  แต่ขาที่เคยบาดเจ็บสาหัส  ไม่ว่าจะปกปิดอย่างไรก็ย่อมไม่มิด


ไป๋หลี่นึกถึงคนคนหนึ่ง  ขาของเขาก็บาดเจ็บเช่นกัน...


ทว่า  นางไม่อาจเชื่อมโยงเด็กฝึกข้างบ้าน  ซึ่งมักพบกันตอนกวาดพื้น  กับร่างปริศนาของนักฆ่าฝีมือโหดเหี้ยมตรงหน้า  เข้าด้วยกันได้เลย


ราวกับร่างทั้งสอง  หนึ่งสว่างหนึ่งมืด  ขัดแย้งกันโดยสิ้นเชิง


ไป๋หลี่ทำหน้านิ่วขมวด


ขณะนั้นเอง  นางเห็นหน่วยสืบลับดึงหน้าไม้จากหลังเอว  เล็งไปยังร่างดังกล่าว  จึงรีบร้องเตือน  “ระวัง  มีหน้าไม้!”


สนามรบเงียบสนิทในทันที  เฉินจี้ประคองแขนหน่วยสืบลับ  ใช้ร่างอีกฝ่ายบังกายตัวเองไว้  พลางโผล่ครึ่งใบหน้าออกมาจากหลังศีรษะที่ห้อยลงของหน่วยสืบลับ  จ้องมองหน้าไม้สั้นในมืออีกฝ่ายอย่างสงบนิ่ง


หน่วยสืบลับคนดังกล่าว  ถูกแทงทะลุปอด  กำลังไอเลือดปนฟองออกมาอย่างอ่อนแรง


หน่วยสืบลับที่ไอเป็นเลือด  กับนักลอบสังหารผู้เยือกเย็น  ซึ่งใช้ร่างของฝ่ายหลังบังลูกธนู  หนึ่งนิ่งสงบ  หนึ่งเคลื่อนไหว  ทั้งโหดเหี้ยมทั้งลึกลับ


ไป๋หลี่มองภาพตรงหน้า  รู้สึกว่าคำตอบในใจตน  เริ่มกลับมาสั่นคลอนอีกครั้ง...บุคคลที่นางจำได้  ยิ้มแย้มอยู่เป็นประจำ  ราวกับไม่เคยว่าร้ายใครเลย  แม้ถูกตั้งคำถาม  ก็เพียงก้มหน้านิ่งเงียบ  ไม่เถียงไม่ขัด


บัดนี้  หน่วยสืบลับต่างมองหาจังหวะยิงลูกธนู  แต่กลับหามุมยิงไม่ได้เลย


ท่ามกลางการเผชิญหน้า  หน่วยสืบลับที่ไอเป็นเลือด  ในที่สุดก็หลับตาสนิท  มือที่ยกดาบค่อยๆ ตกลง  ดาบยาวหลุดร่วงจากมือ


เฉินจี้ถือโอกาสปล่อยดาบสั้นในมือ  แล้วคว้าดาบยาวที่ร่วงลงมา


ชั่วอึดใจที่เขารับดาบ  เสียงหวือก็ดังขึ้นทันที  ลูกธนูดอกหนึ่งพุ่งตรงไปยังครึ่งใบหน้าของเฉินจี้ที่โผล่ออกมา


ทุกคนตาลายวูบหนึ่ง  เฉินจี้เพียงเอียงศีรษะเล็กน้อย  ก็หลบลูกธนูพ้นง่ายดาย  ครั้นลูกธนูปักฝังกำแพงด้านหลัง  ศีรษะของเขาก็เอียงกลับมาดังเดิม  ยังคงซ่อนกายหลังศพหน่วยสืบลับ  จ้องมองทุกคนด้วยสายตาสงบนิ่ง


ขณะหน่วยสืบลับกำลังขึงสายหน้าไม้ใหม่  เฉินจี้ก็ผลักศพไปข้างหน้า  โดยมีลูกธนูพรั่งพรูเข้าใส่  บ้างปักบนศพ  บ้างพลาดเป้า


ประชิดตัว!


เฉินจี้ละทิ้งศพ  พลิกกายออกจากด้านหลัง  ประจันหน้าหนึ่งต่อสี่กับหน่วยสืบลับ  ดาบยาวของพวกเขาขาดสะบั้นเล่มแล้วเล่มเล่า


พวกหน่วยสืบลับไม่เคยรู้สึกอับจนหนทางเช่นนี้มาก่อน  มือสังหารตรงหน้า  ราวกับไร้ช่องโหว่  ทุกกระบวนท่าแปรผัน  ล้วนป้องกันรอบด้าน  แน่นหนาดุจกำแพงเหล็ก


แม้สี่คนรุมทำร้าย  ก็ยังหาโอกาสปลิดชีพไม่ได้


อย่าว่าแต่ปลิดชีพเลย  คมดาบของพวกเขา  ทำได้มากสุดแค่ฉีกเสื้อผ้าเฉินจี้  แม้แต่รอยบาดเจ็บก็ไม่อาจทิ้งไว้


พวกหน่วยสืบลับไม่รู้ว่า  นี่คือวิชาดาบใด  วิชาดาบลือนามในยุทธภพมีอยู่ไม่กี่สำนัก  แต่วิชาดาบน้ำไม่ซึมเช่นนี้  ไม่เคยได้ยินมาก่อน


หารู้ไม่ว่า  ยามเฉินจี้ประมือกับเฟิ่งหวย  หากเผยช่องว่างแม้น้อยนิด  ก็จะถูกฉกฉวยในทันที  ช่องโหว่หนึ่งหมายถึงความตายอีกครั้ง


การฝึกตนอันบ้าคลั่งถึงขีดสุดนี้  ทำให้เฉินจี้ไม่ได้เรียนรู้การรุกก่อน  หากแต่เป็นการตั้งรับ


อันดับแรกต้องไม่ตาย  จึงจะเป็นฝ่ายรุกได้


หน่วยสืบลับที่ควบคุมไป๋หลี่  แนบดาบชิดคอนาง  “วางดาบลง!  ไม่งั้นข้าจะฆ่านาง”


ทว่าเฉินจี้ทำราวกับหูหนวก  ยังคงแลกดาบกับหน่วยสืบลับตามอำเภอใจ  ดาบยาวในมือไม่หยุดชะงักแม้แต่น้อย


หน่วยสืบลับถึงกับชะงักงัน  การส่งธิดาอ๋องไปคุกในก็เรื่องหนึ่ง  แต่การสังหารนางที่นี่ถือเป็นอีกเรื่อง


เขากัดฟันกรอด  จำใจปล่อยธิดาอ๋องทันใด  ถือดาบพุ่งไปช่วยเพื่อนร่วมหน่วย


ไป๋หลี่แม้ไร้ผู้จับกุม  แต่นางไม่หนี  เพียงยืนนิ่งอยู่กับที่  ร้องเตือนด้วยความร้อนใจ  “ระวังข้างหลัง!”


หน่วยสืบลับที่พุ่งมาช่วย  ฟันดาบเฉียงลง  เล็งไปยังแผ่นหลังของเฉินจี้


เฉินจี้ได้ยินคำเตือน  ก็หมุนกายฉับพลัน  ดาบหมุนตามตัว!


ดาบยาวสองเล่มปะทะกันดังสนั่น  เฉินจี้พลิกข้อมือ  คมดาบไถลทวนกระแสขึ้น  เสียดสีกับคมดาบฝ่ายตรงข้ามจนประกายไฟพรั่งพรู


หน่วยสืบลับมองประกายไฟจนตาพร่า  ยังไม่ทันได้ตั้งตัว  เฉินจี้พลิกมือเฉือนขึ้น  คมดาบผ่าจากแขนถึงลำคอ!


โลหิตพุ่งกระฉูด!


เฉินจี้หันมองไป๋หลี่และโอรสอ๋อง  พลางเอ่ยเสียงต่ำ  “ไปเร็ว  อย่าอยู่เป็นตัวถ่วงข้า!”


โอรสอ๋องเตรียมจะเอ่ยว่า  จะไปก็ไปพร้อมกัน  แต่ไป๋หลี่กลับเม้มปาก  ดึงเขาไปปีนกำแพง  “ไปเร็ว  พวกเราอยู่ที่นี่ก็ช่วยเขาไม่ได้  มีแต่จะทำให้เขาเสียสมาธิ!  มีแต่พวกเราต้องไป  เขาถึงจะไปได้!”


“อ้อ…อืม!”  โอรสอ๋องรีบหันหลังวิ่งหนี


หน่วยสืบลับคิดจะไล่ตาม  กลับถูกเฉินจี้ฟันฟาดจนล้มลง


เขาโน้มตัวขวางดาบ  ยืนขวางใต้กำแพงลาน  สกัดกั้นหน่วยสืบลับทุกคนอย่างเยือกเย็น  โลหิตบนคมดาบหยดลงไม่ขาด  ผิวดาบเรียบลื่นสะท้อนแสงจันทร์บนฟ้า


ครั้นโอรสอ๋องปีนข้ามกำแพงไปแล้ว  ไป๋หลี่นั่งคร่อมกำแพง  ใบหน้ามอมแมมหันกลับมา  นางนึกถึงชาวยุทธที่หลบหนีไป  พลางมองแผ่นหลังโชกเลือดตรงหน้า  แล้วเอ่ยด้วยสีหน้าซับซ้อน  “รักษาตัวด้วย!”


พูดจบ  นางหันกายกลับ  กระโดดลงจากกำแพงวิ่งหนีไป


ในลานกลายเป็นเงียบสงัด  เหลือหน่วยสืบลับสามนายล้อมเป็นรูปพัด  ขวางเฉินจี้ไว้ใต้กำแพง  พวกเขาค่อยๆ เปลี่ยนฝีเท้า  หาช่องโหว่ของเฉินจี้  แต่หาเท่าไรก็ไม่พบ


ขณะพวกเขาคิดว่าจะถ่วงเวลา  รอจนกำลังเสริมมาถึง  เฉินจี้กลับพุ่งเข้าประมือเอง


ครั้งก่อน  ยามเฉินจี้ประมือกับเฟิ่งหวย  ทุกครั้งที่ตาย  เขาจะรู้สึกท้อแท้  แต่บัดนี้เขาเพิ่งเข้าใจ  วิชาดาบที่ฝึกฝนด้วยความตายนับครั้งไม่ถ้วน  คือผลตอบแทนของเขา


ร่างสี่ร่างสลับซับซ้อน  แสงดาบในมือเฉินจี้ประดุจเสี้ยวจันทร์  สะบั้นทั้งดาบของทั้งสาม  สะบั้นทั้งลำคอของทั้งสาม


......


......


เฉินจี้หอบหายใจ  โน้มตัวลงต่ำ  ก้มเก็บดาบสั้นที่เพิ่งโยนบนพื้น  ซุกเอาไว้ในแขนเสื้อ


เขาไม่ได้หลบหนี  เพียงหันหลังกลับ  ปีนบันไดขึ้นหลังคา


เฉินจี้เดินโขยกเขยกมาถึงสันหลังคา  นอนราบบนสันหลังคา  สังเกตสถานการณ์ในตรอกชุดแดงอย่างเงียบงัน


ในตรอกชุดแดง  แขกหนุ่มและแม่นางจำนวนมากที่แต่งกายด้วยอาภรณ์รุ่มร่าม  ถูกหน่วยสืบลับไล่ออกมาจากหอนางโลม


สายตาเฉินจี้สอดส่องหาร่างผู้ดูแลหยวนในฝูงชน  


สำหรับคืนนี้  การส่งมอบสินค้าถือเป็นภารกิจสำคัญอันดับหนึ่ง  อีกฝ่ายไม่มีทางไม่มาคุมงานเอง


ทว่า  หลังจากเห็นหอแต่ละหลังถูกกวาดล้าง  ทุกคนถูกไล่ออกมาบนถนนหินในตรอกชุดแดง  เฉินจี้กลับยังหาผู้ดูแลหยวนไม่พบ


ไม่ถูกต้อง


ภาพตรงหน้า  ผิดแผกไปจากที่เฉินจี้จินตนาการไว้โดยสิ้นเชิง


ตรอกชุดแดงไม่ได้ระส่ำระสาย  ไม่มีใครพยายามฝ่าแนวรับกรมสืบลับ  ไม่มีใครประมือกับกรมสืบลับ  แม้แต่องครักษ์เจี่ยฝานที่จินจูเรียกมาจากค่ายเมิ่งจิน  ก็ยังไม่ได้ใช้งานเลย!


หลินเฉาชิงสวมงอบ  นั่งบนหลังม้าอย่างสงบนิ่ง  “ท่านจินจู  ดูเหมือนท่านจะไม่ต่างจากเจียวถู่และหยุนหยาง  เพียงแต่โชคดีกว่าเล็กน้อย  ไม่ได้ไปเปิดโลงศพบิดาของเสนาบดีอาวุโส...องครักษ์เจี่ยฝาน  องครักษ์อวี๋หลงของกรมอาญาข้า  เป็นทหารรับใช้ใกล้ชิดราชสำนัก  กลับต้องแบกหน้ารับคำก่นด่าแทนพวกท่านทุกวัน”


“อย่าใจร้อนนักสิ”  จินจูยิ้มหน้าบาน  กระโดดลงจากม้า  คว้าตัวชายวัยกลางคนที่เพิ่งคิดจะหลบหนี  แล้วถามด้วยสีหน้าอ่อนโยน  “ชื่ออะไร?”


“ข้าน้อยอู๋ตงเหลียง”


“ทำมาหากินอะไร?”


“ข้าเป็นเจ้าหน้าที่เก็บภาษีอำเภอซินอัน...”


จินจูเลิกคิ้ว  “ก็แค่เสมียนภาษี  เมื่อครู่จะวิ่งหนีทำไม...”


พูดถึงตรงนี้  จินจูก็นึกออกแล้วว่า  เหตุใดอีกฝ่ายถึงวิ่งหนี


กฎหมายราชวงศ์หนิงห้ามขุนนางเที่ยวหอนางโลม  การไปสถานที่อย่างสำนักขับร้องเสียงใสยังพอได้  แต่มาที่อย่างตรอกชุดแดง  หากถูกจับได้  ก็ต้องปลดแล้วสอบสวนทันที


กฎหมายข้อนี้  หนิงไท่จู่*ทรงตราไว้แต่อดีตกาล  ถึงทุกวันนี้  ต่างฝ่ายต่างเมินเฉย  ไม่ยุ่งไม่ถาม  แต่บางครั้งก็มีขุนนางอับโชคถูกกล่าวโทษจนเสียตำแหน่ง


(ไท่จู่ — ต้นตระกูล/ปฐมจักรพรรดิ)


จินจูบ่นอุบอิบในใจ  พลางสั่งหน่วยสืบลับใต้บัญชา  ให้ตรวจสอบตัวตนคนผู้นี้ทันที  จากนั้นก็เดินมาหยุดหน้าชายวัยกลางคนอีกราย  “แล้วเจ้าทำอาชีพอะไร?”


“กราบทูลใต้เท้า  ข้าน้อยเป็นพ่อค้าจากแคว้นหุย  มาเมืองหลัวเพื่อซื้อขนสัตว์ไปขายทางใต้...นี่คือใบผ่านทาง”


จินจูรับใบผ่านทางมา  เหลือบดูแวบเดียวก็รู้ว่า  อีกฝ่ายเพิ่งมาถึงเมืองหลัวคืนนี้


เขายิ้มเย้ยหยัน  “ตรวจ!  ตรวจให้ละเอียดทุกคน  ดูว่ามีใครต้องสงสัยอีกหรือไม่”


ขณะนี้  หัวใจจินจูเริ่มจมดิ่งสู่ก้นหุบเหว  เขาไม่เชื่อว่าตนจะล้มเหลวในรายละเอียดเล็กน้อย...ผิดพลาดตรงไหนกันแน่?!


หน่วยสืบลับเริ่มสอบสวนทุกคน  พวกเขาเหล่านี้  หากไม่ใช่พ่อค้าแคว้นหุยจากทิศใต้  ก็เป็นพ่อค้าแคว้นจิ้นจากทิศเหนือ  ยังมีพ่อค้าตามตลาด  หัวหน้ากลุ่มเล็กๆ ในเมืองหลัว  ทุกคนตอบที่มาที่ไปของตนได้อย่างกระจ่าง  ทะเบียนราษฎร์และใบผ่านทางก็ไม่มีร่องรอยปลอมแปลง


เฉินจี้จ้องมองอย่างเงียบงัน


นอกจากสายลับชุดดำสองนาย  ซึ่งตนสังหารไปบนหลังคาเมื่อครู่  คนที่ถูกจับมารวมอยู่ตรงนี้  ไม่มีใครดูเหมือนสายลับของผู้ดูแลหยวนเลย!


หรือพวกเขาจะปลอมตัวได้เก่งฉกาจ? 


ไม่ใช่  ต้องไม่ใช่แน่  


เฉินจี้กวาดตามองในตรอกชุดแดง  กลับพบว่าแม่เล้าและแม่นางเยียนเอ๋อร์ก็ไม่อยู่ในกลุ่มคน!


ต้องมีคนส่งข่าว  แพร่งพรายแผนการของจินจูออกไปก่อนแน่!


แม่เล้ากับเยียนเอ๋อร์ถึงได้หนีไปแต่เนิ่นๆ!


เฉินจี้พลันฉุกคิดได้  เมื่อครั้งที่สารถีสือเฉาสอบสวนตนที่หอไป๋ลู่  เคยเอ่ยถึงว่า  กองข่าวกรองราชวงศ์จิ่งทราบเป็นอย่างดีว่า  หยุนหยางและเจียวถู่ยึดหลักฐานใดไปจากบ้านหลิวเสินหยูบ้าง…


ข้างกายจินจูยังมีสายลับแฝงตัวอยู่อีก!


สายลับคนนี้  ไม่เพียงดูหลักฐานของกรมสืบลับได้  แต่ยังมีอำนาจล่วงรู้ปฏิบัติการคืนนี้ด้วย


เฉินจี้เชื่อมั่น  ด้วยความระแวดระวังของจินจู  เพื่อให้แน่นอนไร้ข้อผิดพลาด  ย่อมระวังแล้วระวังอีก  ทว่าข่าวกรองยังคงรั่วไหล


ใครกัน?


ขณะนั้นเอง  จินจูหันขวับมองหลังคา  “ใครอยู่ตรงนั้น?  จับมันไว้!”


(จบตอน)


______________

ลงทุกวันจันทร์ อังคาร พุธ เสาร์ อาทิตย์

ปัจจุบันแปลถึงตอน: 0131

ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/

#พระเอกฉลาด #นิยายแฟนตาซี #qingshan


 

Previous Next

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตอนที่ 0001 กลับสู่ศูนย์

ตอนที่ 0036 เงาในแสงอาทิตย์ (จบบทนำ)

ตอนที่ 0091 ต้นแอปริคอตแดง