ตอนที่ 0076 ระเบิด



“ใครอยู่ตรงนั้น?  จับมันไว้!”


บรรดาหน่วยสืบลับต่างมองไปตามทิศนิ้วของจินจู  จนเห็นบนหลังคาร้านสุราแห่งหนึ่ง  มีใบหน้าดำทะมึน  โผล่ออกมาจากแนวสันหลังคา  แอบส่องดูตรอกชุดแดงอย่างลับๆ ล่อๆ


หน่วยสืบลับคนหนึ่ง  ถึงกับผวาสะดุ้ง  “นั่นคนหรือผี?!”


จินจูยิ้มกริ่ม  จ้องมองเฉินจี้บนตึกสูง  “ก็แค่ลิงหลอกผี  ล้อมจับมันไว้!”


กรมสืบลับคืนนี้  หวังตีน้ำเอาปลา  จินจูแม้ภายนอกยิ้มแย้มแจ่มใส  ทว่าในอกกลับโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ  ข้างกายตนมีสายลับราชวงศ์จิ่งแฝงตัวอยู่  หากนักษัตรคนอื่นรู้เข้า  คงได้หัวเราะจนท้องแข็งแน่


ชั่วพริบตาต่อมา  เฉินจี้ได้แต่มองดูหน่วยสืบลับนับสิบนาย  พากันกรูเข้ามา  ปิดล้อมร้านสุราที่ตนอยู่  ราวกับแมลงวันตอมหม้อน้ำตาล


มีคนปีนป่ายผนังภายนอกขึ้นมา  เฉินจี้จึงงัดกระเบื้องทีละแผ่น  ขว้างปาลงไป  กระแทกหัวพวกหน่วยสืบลับที่พยายามปีนไต่  จนศีรษะแตกโลหิตนอง


หน่วยสืบลับอีกกลุ่ม  หามบันไดยาวสองอันมาพาด  คิดจะใช้มันปีนขึ้นหลังคา


เฉินจี้พุ่งไปยังบันได  ใช้กำลังสุดแรง  ผลักพลิกทั้งบันไดทั้งคนด้านบนให้ล้มคว่ำ  พวกหน่วยสืบลับตั้งบันไดครั้งใด  เขาก็พลิกคว่ำครั้งนั้น


ทว่าหน่วยสืบลับมีจำนวนมากเกินไป  บันไดที่หามมาก็เพิ่มจำนวนขึ้นทุกที  คนปีนป่ายนานเข้าก็ยิ่งหนาตา  เขาคนเดียวรับมือไม่ไหว  ความพ่ายแพ้เป็นเพียงเรื่องของเวลา


เสมือนเฉินจี้กำลังปกป้องเมืองเดียวดาย  เผชิญหน้ากับกองทัพตีเมือง  ที่รุมล้อมจากทุกสารทิศ


ขณะนั้น  หลินเฉาชิงถามจินจูอย่างเนิบนาบ  “จะให้องครักษ์เจี่ยฝานของข้าลงมือหรือไม่?  หากหน่วยสืบลับของท่านจินจูจัดการเขาไม่ได้  พวกเราองครักษ์เจี่ยฝาน  ยินดีขจัดปัญหาให้ท่าน  ยามนี้มีตาหลายคู่กำลังเพ่งมอง  หากแม้แต่โจรราชวงศ์จิ่งคนเดียวยังสู้ไม่ได้  ข่าวลือแพร่ออกไป  คงมีคนหัวเราะเยาะว่าสำนักพิธีการของเราไร้คนเก่ง”


จินจูยิ้มพลางกล่าว  “ไม่ต้องให้องครักษ์เจี่ยฝานลงมือหรอก  กรมสืบลับข้าจัดการเองได้”


พูดจบ  เขาถอดเกราะเบาบนตัว  ส่งให้ลูกน้อง  แล้วลงมือจับกุมเฉินจี้ด้วยตนเอง


หางตาเฉินจี้เหลือบเห็นภาพดังกล่าว  ในใจร้องไม่ดี  หากจินจูขึ้นมาจับเขาด้วยตนเอง  คราวนี้คงหนีตายไม่พ้นแน่  เขารีบรื้อห่อผ้าด้านหลัง  ควักกระบอกไม้ไผ่สองกระบอกออกมา!


ไม่กี่อึดใจถัดมา  เฉินจี้เห็นจินจูพุ่งตัวมาทางร้านสุรา  แต่ละก้าวไกลหลายจั้ง


เมื่อถึงหน้าร้าน  จินจูกระโดดโลดเต้น  ร่างอ้วนใหญ่กลับเหินหาว  ดุจหอมหัวใหญ่งอกเงยจากพื้นดิน  พรวดเดียวขึ้นมาถึงชั้น 2


เขาเหยียบราวไม้ชั้น 2 เพื่อยืมแรง  แล้วกระโจนขึ้นหลังคาในพริบตาเดียว!


สิงกวนใหญ่อย่างจินจู  ปีนตึกสูงหลายเมตรราวกับเดินพื้นราบ  วิชายุทธ์ล้ำเลิศเหนือมนุษย์ไปนานแล้ว


ทว่า  เขาเพิ่งกระโดดขึ้นหลังคาได้  ก็เห็นเงาดำทะมึนตรงข้าม  มือหนึ่งถือไม้ขีดไฟ  อีกมือถือกระบอกไม้ไผ่  ชนวนบนกระบอกไผ่ลุกไหม้แล้ว


แต่ถึงแม้เฉินจี้จะจุดชนวนแล้ว  กลับยังไม่รีบขว้างกระบอกไผ่ออกมา  เขาอดทนรอจนชนวนใกล้จะไหม้หมด  จึงค่อยเหวี่ยงไปทางจินจู  ที่เพิ่งตกลงบนหลังคา


หมอบลง!


เฉินจี้นอนหมอบราบบนหลังคา  อุดหูตัวเองแน่น


จินจูที่ยังยืนไม่ทันมั่นคง  เห็นกระบอกไผ่พุ่งมาหา  สัญชาตญาณคิดจะเตะสวน  ทว่ากระบอกไผ่ยังไม่ทันถึงตัว  กลับระเบิดสนั่นทันใด!


เสียงตูมตามดังลั่น  จินจูยกสองแขนป้องศีรษะ  ทั่วร่างถูกแรงปะทะมหาศาลพัดปลิวออกไป!


เสียงระเบิดหนนี้  ดังกึกก้องประหนึ่งฟ้าผ่ากลางพื้นดิน  แสงไฟจากการระเบิดส่องสว่างท้องฟ้าอันมืดมิด  ราวกับทวยเทพประเคนโทสะลงมา  ทรงอานุภาพเหนือพรรณนา


นอกตรอกชุดแดง  เสียงสนั่นหวั่นไหวจากการระเบิด  ก้องกังวานไปไกล  บรรดาสุนัขเฝ้าบ้านนับร้อยตัว  ทยอยหอนเห่าดังระงม  ทั้งเมืองหลัวราวกับถูกปลุกให้ตื่นจากห้วงนิทรา!


ในตรอกชุดแดง  เหล่าลูกค้าและนางโลมต่างขนลุกซู่  พากันนอนราบกับพื้น  บ้างก็ส่งเสียงร้องครวญคราง


ไม่เพียงแต่พวกเขา  แม้แต่ม้าศึกขององครักษ์เจี่ยฝานก็ตกใจ  ชูคอร้องฮี้ๆ  


ม้าศึกนับสิบตัวบนถนนหินเขียวคราม  เหยียดตัวยกขาสูง  เกือบทำให้องครักษ์เจี่ยฝานหกคะเมนลงพื้น


ม้าศึกใต้อานหลินเฉาชิงก็เตรียมจะชูกีบเช่นกัน  แต่ถูกเขากดไว้อย่างแข็งขัน


ผู้บัญชาการกรมอาญารายนี้  เผยสีหน้าเคร่งขรึม  เงยหน้ามองท้องฟ้าอย่างสงบนิ่ง  แววตาคมกริบใต้งอบพุ่งประสานดุจสายฟ้า  เห็นเพียงจินจูที่เพิ่งขึ้นหลังคาได้ครู่เดียว  กำลังปลิวคว้างดุจว่าวขาดสาย  ร่วงหล่นลงมาจากความสูงหลายเมตร


เสื้อคลุมปกกว้างอันวิจิตรของจินจู  บัดนี้แขนเสื้อระเบิดขาดกระจุย  กางเกงขาดไปครึ่งท่อน  ทั้งตัวขาดกะรุ่งกะริ่ง  ประหนึ่งถุงผ้าขี้ริ้ว


หน่วยสืบลับคนหนึ่งร้องตะโกน  “ช่วยรับใต้เท้า!  อย่าให้ท่านกระแทกพื้น!”


สิ้นเสียงพูดนี้  หน่วยสืบลับสิบกว่านาย  ต่างกรูไปยังจุดที่จินจูจะตกลงมา  ทันเวลาก่อนที่เขาจะกระแทกพื้น  ผนึกกำลังกันประคองรับไว้ได้


เสียงกรอบแกรบดังระงม  หน่วยสืบลับหลายนายสัมผัสได้ว่า  แขนของตนถูกทับโดยจินจูที่ตัวหนักอึ้ง  กระดูกแขนหักสะบั้น  แม้แต่เอวก็รับน้ำหนักไม่ไหว!


ฝูงชนล้มระเนระนาด  แต่อย่างน้อยก็ช่วยไม่ให้ร่างจินจูกระแทกถนนหินเขียวคราม


“ใต้เท้า?!”


“ใต้เท้า!”


หน่วยสืบลับเหล่านี้  ติดตามจินจูมานานปี  สนิทสนมดุจพี่น้องร่วมสายโลหิต


ตัดเรื่องความโหดเหี้ยมที่มีต่อพวกโจรราชวงศ์จิ่งออกไป  หากนับเฉพาะการปฏิบัติต่อลูกน้อง  จินจูเลี้ยงดูปูเสื่ออย่างดี  ทั้งยังเก่งกาจซื้อใจคน


แต่บัดนี้  จินจูหลับตาสนิท  ใบหน้าดำคล้ำ  แม้แต่ลมหายใจก็ขาดหาย


บรรดาหน่วยสืบลับพลันบังเกิดความเศร้าโศก


“แค่ก!  แค่ก…แค่ก!  ร้องห่มร้องไห้อะไรกัน!  ข้ายังไม่ตายสักหน่อย”  จินจูบรรจงลืมตา  ลุกนั่งพลางเผยสีหน้าตกตะลึง  “นั่นมันดินปืนอะไร……ทำไมอานุภาพถึงได้ร้ายกาจเพียงนี้  ของในสำนักช่างเราไม่มีทางรุนแรงขนาดนี้แน่!”


ก่อนหน้านี้  ยามจินจูเห็นกระบอกไม้ไผ่กับสายชนวน  เขาก็เตรียมใจไว้แล้ว  คาดเดาว่าในกระบอกไม้ไผ่ต้องเป็นดินปืนแน่  หากระเบิดขึ้นมา  ตนย่อมได้รับบาดเจ็บ  แต่เขาคาดไม่ถึงว่า  ประทัดกระบอกนี้จะมีอานุภาพมากกว่าที่ตนคิดไว้มากนัก!


ของสิ่งนี้  เมื่อเทียบกับดินปืนที่เขาเคยเห็น  ราวกับไม่ใช่ของชนิดเดียวกันเลย!


จินจูก้มมองตัวเอง  เสื้อผ้าขาดรุ่งริ่ง  ทั่วร่างปวดร้าวราวกับถูกไฟลวก  กระดูกแทบจะหลุดจากข้อต่อ  อวัยวะภายในแทบจะกองรวมกัน


หากไม่ใช่เพราะเขามีพลังภายในลึกล้ำ  เกรงว่าคงถูกระเบิดตายคาที่แล้ว


ช่างน่าแปลก  หรือว่ามีคนในสำนักช่างคิดค้นของใหม่  แต่ปิดเป็นความลับ  แอบขายให้โจรราชวงศ์จิ่ง?


ท่าไม่ดีแล้ว  หากราชวงศ์จิ่งได้ครอบครองสิ่งนี้  ราชวงศ์หนิงย่อมตกอยู่ในอันตราย!


จินจูฝืนพยุงกายลุกยืน  “เร็ว……เร็วเข้า  จับตัวมันไว้!  หากปล่อยให้คนผู้นี้หนีรอดไป  ข้าคงไม่มีหน้ากลับไปเข้าเฝ้าอัครเสนาบดีฝ่ายในแล้ว!”


ทว่ายามนี้  เมื่อเขาเงยหน้ามอง  ไหนเลยจะเห็นร่างเฉินจี้บนหลังคา?  ฝ่ายหลังกระโดดไปยังหลังคาอื่น  หนีลิ่วไปเรียบร้อยแล้ว


หลินเฉาชิงนั่งบนหลังม้า เหลือบมองจินจูพลางเอ่ย  “ท่านจินจูรอดตายมาได้  นับว่าโชคยังเข้าข้างอยู่บ้าง  เพียงแต่คราวหน้าหากไม่มั่นใจเต็มร้อย  ก็อย่าเรียกองครักษ์เจี่ยฝานของข้าออกมาอีก……ทุกนายกลับค่าย!”


......


......


ตรอกชุดแดงเงียบสงบลงแล้ว


จินจูสั่งให้หน่วยสืบลับครึ่งหนึ่ง  กระจายตัวออกไป  ตามหาร่องรอยชายปริศนาผู้นั้น...แต่ในใจเขาทราบดี  ป่านนี้คงยากที่จะหาพบได้แล้ว


เขานำคนสนิทที่ไว้ใจมายังลานหลังร้านสุรา  เงียบมองศพลูกน้องหกนายของตน  ซึ่งนอนตายอยู่ในลาน


“ล้วนเป็นบาดแผลจากดาบ...ซีเฟิง  เจ้าถนัดวิชาดาบกว่าใคร  ลองตรวจสอบดูหน่อย”  จินจูกล่าวด้วยสีหน้าไร้อารมณ์


หน่วยสืบลับนามว่าซีเฟิงย่อกายลง  กล่าวขออภัยในใจ  แล้วปลดเสื้อผ้าของพวกพ้องที่เสียชีวิตออกจนหมด


หน่วยสืบลับนำน้ำใสมาชำระบาดแผลบนศพให้สะอาด  แล้วพินิจพิเคราะห์อย่างถี่ถ้วน  “อีกฝ่ายใช้ดาบสั้น  คมดาบแปลกประหลาด  ดูเหมือนไม่คมนัก  กระทั่งไม่เหมือนดาบที่สร้างเพื่อฆ่าคน...”


“แล้วเป็นดาบชนิดใด?”


“ใต้เท้า  ประเภทของดาบมีอยู่นับไม่ถ้วน  มือสังหารรายนี้  ราวกับสุ่มหยิบดาบมาใช้  ฝีมือดาบดุดันเฉียบขาด  บาดแผลล้วนอยู่ตรงจุดตายพอดี  แม่นยำยิ่งนัก  อีกฝ่ายเป็นนักดาบเฒ่าผู้ช่ำชอง  หากไม่ผ่านการฝึกปรือมาเนิ่นนาน  ไม่มีทางลงมือได้หมดจดเช่นนี้แน่”


“อีกทั้ง  คนผู้นี้รอบคอบยิ่งนัก  เขารู้ดีว่าฟันดาบเดียว  ผู้ถูกแทงมักไม่ตายทันที  ดังนั้นทุกครั้งที่สังหารคนหนึ่ง  จะแทงซ้ำตรงจุดตายอื่นๆ อีกหลายดาบ”


หน่วยสืบลับสูดลมหายใจเย็นเข้าปอด  “โหดเหี้ยมจริงๆ”


จินจูขมวดคิ้ว  กวาดตามองไปรอบทิศ  แล้วเริ่มเห็นดาบยาวของหน่วยสืบลับกระจายเกลื่อนพื้น  “หือ……ทำไมดาบพวกนี้ถึงหักแทบทุกเล่มเลย?!”


หน่วยสืบลับที่ตรวจศพ  ลุกขึ้นมองตาม  พบว่าในลานนี้มีดาบหกเล่ม  หักไปแล้วห้าเล่ม!


เขาหยิบใบดาบที่ขาดมาท่อนหนึ่ง  แล้วหาด้ามดาบที่เข้าคู่กัน  ใช้สองมือประกบดาบสองส่วนเข้าด้วยกัน  ทุกคนจึงเห็นรอยบากชัดเจนตรงจุดที่ดาบหัก


หน่วยสืบลับรู้สึกไม่อยากเชื่อ  “ใต้เท้า  ดาบเหล่านี้  ล้วนถูกฟันขาดในกระบวนเดียว  ดาบยาวของกรมสืบลับเรา  ทุกเล่มหลอมจากเหล็กกล้าร้อยชั้น  อีกฝ่ายเพียงสุ่มหยิบดาบสั้นมาใช้   ก็ฟันดาบเราขาดได้ในกระบวนเดียวเชียวหรือ?”


จินจูมองหน่วยสืบลับ  “เจ้าเคยเห็นวิชาดาบเช่นนี้หรือไม่?”


หน่วยสืบลับส่ายหน้า  “ไม่เคยขอรับ  จะเป็นเหลียงโก่วเอ๋อร์หรือไม่?”


จินจูหัวเราะเย้ยหยัน  “ไม่ใช่เหลียงโก่วเอ๋อร์หรอก  หากเป็นเหลียงโก่วเอ๋อร์  เขาต้องเสียเวลาฟันดาบให้ขาดทำไม?  อีกอย่าง  กระดูกสันหลังเหลียงโก่วเอ๋อร์ถูกทำลายแล้ว  เขาไม่กล้าเป็นศัตรูกับกรมสืบลับเราหรอก...แล้วจะเป็นใครกัน  นักดาบเก่งกาจเพียงนี้  คงไม่ได้โผล่มาจากรอยแยกหินกระมัง?”


เขายืนอยู่ในลานอันเงียบสงบ  กวาดตามองคราบเลือดและศพที่กระจายเต็มพื้น


อีกฝ่ายมาคนเดียว  สังหารหน่วยสืบลับไปหกนาย  ต้องเป็นสิงกวนแน่นอน  แต่สิงกวนนั้น  จินจูเคยพบเห็นมามาก  ผู้ที่วิชาดาบเลิศล้ำเพียงนี้  กลับแทบไม่มีในความทรงจำ


เดี๋ยวก่อน  ในกรมข่าวกรองราชวงศ์จิ่ง  สือเฉาคนหนึ่งถนัดใช้ดาบสั้นไม่ใช่หรือ?!


ก่อนหน้านี้  เป่าโหวนำกำลังไปจับกุมอีกฝ่ายที่จินหลิง  แต่กลับถูกอีกฝ่ายสังหารไปสิบกว่านาย  แล้วกระโดดลงแม่น้ำฉินหวยหลบหนีไปได้  


ในเวลานั้น  สือเฉาคนดังกล่าวใช้ดาบสั้น!


จินจูรู้สึกปวดแสบปวดร้อนทั่วกาย  ใต้ผิวหนังยังมีเศษเหล็กนับไม่ถ้วนฝังอยู่  ทุกย่างก้าวของเขาล้วนเป็นทุกข์  กระดูกราวกับจะหลุดออกจากกัน


ตามหลักแล้ว  เขาควรรีบไปรักษาตัว  แต่พอนึกถึงว่า  ดินปืนอานุภาพร้ายกาจเช่นนี้  ตกอยู่ในมือโจรราชวงศ์จิ่งแล้ว  ภายหน้าจะนำมาใช้กับกองทัพชายแดนราชวงศ์หนิง  เขาก็ไม่อาจใส่ใจบาดแผลของตนได้อีก


จินจูคำรามดุดัน  “ซีเฟิง  เจ้ารับป้ายเอวข้าไป  ติดต่อกรมทหารเมืองหลัว  ให้ปิดประตูเมืองหลัวทุกแห่ง  ตงเฟิง  เจ้าไปสกัดองครักษ์เจี่ยฝาน  บอกให้พวกเขาไปท่าเรือขนส่งเดี๋ยวนี้  ภายในสามวัน  ห้ามเรือลำใดออกจากท่า!”


เขากล่าวต่อด้วยเสียงเยือกเย็น  “ค้นให้ทั่ว  แม้ต้องขุดดินลึกสามฉื่อ  พลิกเมืองหลัวให้คว่ำ  ก็ต้องตามหาคนผู้นี้ให้เจอ!”


(เกร็ด — ซีเฟิง [ลมประจิม] ตงเฟิง [ลมบูรพา])


(จบตอน)

______________
ลงทุกวันจันทร์ อังคาร พุธ เสาร์ อาทิตย์
ปัจจุบันแปลถึงตอน: 0132
ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/
#พระเอกฉลาด #นิยายแฟนตาซี #qingshan

Previous Next

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตอนที่ 0001 กลับสู่ศูนย์

ตอนที่ 0036 เงาในแสงอาทิตย์ (จบบทนำ)

ตอนที่ 0091 ต้นแอปริคอตแดง