ตอนที่ 0100 ชื่อกับผลประโยชน์ รักกับแค้น
ในห้องลับอันเงียบสงบภายในคุกใน จินจูบีบแก้วเหล้าในมือจนแหลกละเอียด ปล่อยให้เศษกระเบื้องลายครามทิ่มแทงอุ้งมือ เลือดสดไหลหยดย้อย
เขาค่อยๆ คลายฝ่ามือ ปล่อยให้เศษกระเบื้องระคนเลือดร่วงกระจายบนโต๊ะ “หมอเฉินน้อย กรมสืบลับของพวกข้าไม่เคยเป็นดินแดนแห่งความเมตตา เมื่อคนภายนอกกล่าวหาว่าพวกข้าหยิ่งยโส อำมหิตโหดเหี้ยม ข้าไม่เคยแก้ตัว เพราะพวกข้าเป็นเช่นนั้นจริง ไม่ว่าจะเป็นข้า หรือหยุนหยางกับเจียวถู่ ต่างก็ต้องเหยียบซากกระดูกเพื่อนร่วมงานปีนขึ้นมาก่อน แล้วจึงจะเหยียบซากกระดูกคนอื่นเพื่อชำระแค้นได้”
จินจูใช้ผ้าขาวบนโต๊ะแปดเซียนเช็ดเลือดบนมือ กล่าวอย่างใจเย็น “ดังนั้น เจ้าจะขุ่นเคืองข้าก็เชิญ จะเกลียดชังข้าก็เชิญ แต่ต้องปีนขึ้นมาถึงตำแหน่งข้าก่อน แล้วค่อยว่ากัน วางใจเถอะ ข้าจะไม่ขัดขวางการเลื่อนขั้นของเจ้า ขอเพียงช่วยข้ากำจัดตระกูลหลิวให้สิ้นซาก คำมั่นสัญญาของพวกเราจะคงอยู่ตลอดไป”
เฉินจี้กล่าวอย่างจริงจัง “ใต้เท้าจินจู ข้าเข้าใจท่าน”
จินจูกล่าวอย่างสงบนิ่ง “เจ้าไม่เข้าใจหรอก”
ทว่า เฉินจี้เข้าใจจริงๆ
เขารู้ว่าการแก้แค้นให้บิดามารดาเป็นความรู้สึกเช่นไร ก่อนอื่นก็ต้องเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นคนบ้าเสียก่อน แล้วจมดิ่งในโลกแห่งความหมกมุ่นอันไร้สิ้นสุด หาทางหลุดพ้นไม่ได้
เฉินจี้ครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าว “ใต้เท้าจินจู ข้าจะช่วยท่านแก้แค้น”
พริบตาต่อมา จินจูพลิกหน้ากาก ยิ้มอย่างอ่อนโยน “ดีเลย ดีเลย”
เขายืนขึ้นบนเก้าอี้ คลายโซ่ตรวนให้เฉินจี้ แล้วประคองเฉินจี้นั่งลง ส่งตะเกียบกับถ้วยสุราให้ “ขอเพียงยินดีช่วยข้า ก็นับเป็นพี่น้องร่วมสายเลือดของข้า”
ภายในกรมสืบลับ ทุกคนเปลี่ยนหน้ากากเร็วดุจคนเสียสติ ขอเพียงมีผลประโยชน์ร่วมกัน ความบาดหมางในอดีตเช่นไรก็วางลงได้ชั่วคราว
เฉินจี้นั่งนิ่งเงียบหน้าโต๊ะ
จินจูเห็นเขาไม่ยกตะเกียบ จึงคีบหมูพะโล้ชิ้นหนึ่งใส่ชามให้ “ข้ารู้ว่าเจ้าก็เป็นคนผูกใจเจ็บ ไม่เป็นไร ขอแค่ฆ่าตระกูลหลิวให้สิ้นซาก เจ้าจะแก้แค้นข้าอย่างไรก็ตามใจ เจ้าต้องการล้างมลทินให้โอรสอ๋องกับธิดาอ๋องใช่หรือไม่ ทุกคนต่างสมประโยชน์พอดี ข้าต้องการแค่ตระกูลหลิวตาย คนอื่นๆ ข้าหลับตาข้างหนึ่งได้ทั้งนั้น”
เฉินจี้ยังคงไม่ตอบ
จินจูหัวเราะ “เจ้านับโอรสอ๋องกับธิดาอ๋องเป็นสหายแล้วใช่หรือไม่”
เฉินจี้ส่ายหน้า “ไม่ใช่ แค่ใช้ประโยชน์ซึ่งกันและกัน”
จินจูหัวเราะลั่น “ไม่ต้องปฏิเสธ ใจข้าแจ่มแจ้งดุจกระจกเงา”
เฉินจี้หยิบถ้วยสุรา ดื่มเหล้าเหลืองในถ้วยรวดเดียวหมด “งั้นก็ไม่ต้องพูดมากแล้ว ข้าจะช่วยล้างมลทินให้โอรสอ๋องกับธิดาอ๋อง และขออวยพรให้ท่านได้ชำระแค้นใหญ่ด้วย”
จินจูยิ้มกว้างจนแก้มปริ “ดีดีดี! อย่างนี้สิถูกต้อง เปิดอกพูดกันตรงๆ จะปิดบังซ่อนเร้นไปไย”
เฉินจี้วางถ้วยสุรา มองไปยังจินจู แล้วถามขึ้นทันใด “ใต้เท้าจินจู อัครเสนาบดีฝ่ายในปรากฏตัวหลังจากพี่สาวของท่านเสียชีวิตไปนานเท่าไร”
จินจูคีบอาหารเข้าปาก “ต้องการจะถามว่า เสนาบดีฝ่ายในรู้เจตนา ‘ขโมยธุรกิจ’ ของตระกูลหลิวตั้งแต่แรกหรือไม่ แต่กลับนิ่งดูดาย ปล่อยให้ครอบครัวข้าตายอนาถ แล้วในยามข้าแค้นที่สุด จึงรับข้าไว้ใต้อาณัติสินะ?”
เฉินจี้ไม่ตอบ
จินจูยิ้มเย็น “อัครเสนาบดีฝ่ายในนิสัยอำมหิตเลือดเย็นเช่นนี้แล ไม่งั้นทุกคนจะเรียกท่านว่า ‘เสนาบดีพิษ’ ได้อย่างไร ไม่ว่าอัครเสนาบดีฝ่ายในจะทำการใด ล้วนบรรลุจุดหมายไม่เลือกวิธี ท่านเคยบอกข้าว่า ในโลกนี้มีเพียงสองสิ่งที่คมกริบเหนืออื่นใด คือชื่อเสียงกับผลประโยชน์ ท่านยังเคยบอกข้าอีกว่า ในโลกนี้มีเพียงสองอารมณ์ที่ใช้ประโยชน์ได้ดีเหนืออื่นใด หนึ่งคือความแค้น”
“แล้วอีกหนึ่ง?”
“ความรัก”
เฉินจี้ชะงักงัน
จินจูรินสุราให้เฉินจี้หนึ่งถ้วย แล้วรินใส่ถ้วยใหม่ของตนจนเต็ม ยกขึ้นข้ามโต๊ะ “อัครเสนาบดีฝ่ายในอุบายโหดเหี้ยม ท่านย้ายข้ามาเมืองหลัว ย่อมรู้ว่าข้ากับตระกูลหลิวต้องอยู่ร่วมกันไม่ได้แน่ นี่เป็นอุบายลับหรือ? ไม่ใช่ นี่คืออุบายเปิดเผย ใช้รักกับแค้นเป็นเหยื่อล่อ แม้เจ้ารู้ว่าเขากำลังใช้เจ้า แต่ก็ไม่อาจละทิ้งได้”
เขาหัวเราะ “กรมสืบลับเลี้ยงสายลับดุจเลี้ยงพิษกู่* ทุกคนแบกความแค้นราวกับแบกพิษ เพื่อนร่วมงานต่างชิงดีชิงเด่นกัน สายลับหน้าใหม่ยังพอไหว แต่ระดับเหยี่ยวทะเลขึ้นไป ต่างไร้ความไว้เนื้อเชื่อใจซึ่งกันและกัน ชีวิตอันเหนื่อยล้าเช่นนี้ เจ้าคิดว่าข้าไม่อยากหนีหรือ แต่ก่อนแก้แค้นสำเร็จ ข้าจะยอมไปได้อย่างไร”
(เลี้ยงพิษกู่ — การเอาสัตว์มีพิษหลายๆ ชนิดมาเลี้ยงรวมกัน ตัวที่รอดตัวสุดท้ายจะถือว่ามีพิษร้ายที่สุด)
เฉินจี้แปลกใจ “ใต้เท้าจินจูไม่เจ็บใจบ้างหรือ”
จินจูยิ้ม “มิใช่ข้าไม่เจ็บใจ แต่อัครเสนาบดีฝ่ายในไม่สนใจว่า ‘ข้าจะเจ็บใจหรือไม่’ นี่แหละความเฉียบแหลมของท่าน แม้ข้าจะเกลียดท่านไปด้วย ก็ต้องทำตามคำสั่งท่าน”
เฉินจี้รู้สึกขึ้นมาทันใด จินจูชื่นชมเสนาบดีฝ่ายใน เทิดทูนดุจบิดา แต่ในใจก็เกลียดชังเสนาบดีฝ่ายในเช่นกัน ความเกลียดกับความเคารพผสมปนเปกัน กลายเป็นอารมณ์สีเทาที่แม้แต่ตัวเองก็แยกแยะไม่ถูก
เขาวางถ้วยสุรา “ใต้เท้าจินจู ข้าจะช่วยท่านหาหลักฐานตระกูลหลิว ตอนนี้ข้าขอตัวได้หรือไม่”
จินจูวางถ้วยสุรา ค่อยๆ เก็บรอยยิ้ม “เจ้ายังรีบไปงานเลี้ยงที่หออิ๋งเซียนอยู่หรือ? อย่าเพิ่งใจร้อน ก่อนเรื่องคืบหน้า เจ้ากลับไปไม่ได้หรอก หากเจ้าอยากช่วยโอรสอ๋อง ธิดาอ๋องล้างมลทิน ก็รีบคิดหาทางจับกบฏตัวจริงเถอะ น้ำใสไม่กลัวขุ่น หากพวกเขาไม่มีปัญหา ย่อมไม่กลัวการสอบสวน”
ห้องลับในคุกในเงียบสงัดอีกครั้ง เฉินจี้กับจินจูสบตากัน
ครู่หนึ่ง เฉินจี้ถามเสียงเรียบ “ใต้เท้ามีเบาะแสใดบ้าง ช่วยแบ่งปันให้ข้าฟังได้หรือไม่”
จินจูนั่งกลับไปฝั่งตรงข้ามโต๊ะ ครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าว “พูดแล้วก็อับอาย ข้าตามรอยเบาะแสจากสำนักช่าง จับหนอนบ่อนไส้ในสมาคมท่าเรือได้สองสามตัว สอบสวนจนรู้ว่าจินฟางในตรอกชุดแดงมีการซื้อขาย แต่กลับข่าวรั่ว ข้าวางกับดักหลายชั้นที่ชายแดนแคว้นยู่ หวังจับโจรราชวงศ์จิ่งที่ใช้อาวุธไฟ แต่มันก็หลุดรอดไป บัดนี้ข้าอยากจับหางตระกูลหลิว แต่ตระกูลหลิวกลับหดหัวดุจเต่า ไม่ขยับเขยื้อนเลย ทำให้ข้าลงมือไม่ถูก”
จินจูมองหน้าเฉินจี้ “พูดตรงๆ ก็คือ การพ่ายแพ้ซ้ำซากทำให้ข้าถูกสำนักพิธีการสงสัย แม้แต่ตัวข้าเองก็เริ่มขาดความมั่นใจ แต่ข้าเชื่อมั่นอย่างหนึ่ง คือร่วมงานกับคนสำเร็จ ย่อมประสบความสำเร็จ ก่อนหน้านี้เจ้าจับหางตระกูลหลิวได้ คราวนี้เจ้าก็ต้องทำได้แน่”
“มีเอกสารคดีเบาะแสล่าสุดครบทุกฉบับหรือไม่”
“มี” จินจูออกไปข้างนอก กลับมาพร้อมกองเอกสารหนาเตอะ
เฉินจี้พลิกดูอย่างรวดเร็ว เงยหน้าถาม “ใต้เท้าจินจูต้องการแค่ตระกูลหลิว?”
“แค่ตระกูลหลิว”
เฉินจี้ถามอีก “นี่ชั่วยามใดแล้ว”
“ยามเย็น ฟ้าเพิ่งมืด”
“ผู้ตรวจการเมืองหลัว หลิวหมิงเสี่ยน ตอนนี้อยู่ที่ไหน”
“หออิ๋งเซียน”
เฉินจี้ชะงัก หลิวหมิงเสี่ยนก็อยู่หออิ๋งเซียนเหมือนกัน?
จินจูอธิบาย “คืนนี้ลูกน้องเก่าหลิวหมิงเสี่ยนได้เลื่อนขั้นเป็นเจ้าอำเภอเอี่ยนซือ จัดงานเลี้ยงที่หออิ๋งเซียน ทดแทนบุญคุณที่หลิวหมิงเสี่ยนผลักดัน”
เฉินจี้ลุกเดินออกไป “จัดม้า พวกเราจะไปหาเขาที่หออิ๋งเซียน”
จินจูเดินตามออกไป ท่าทางงุนงงเล็กน้อย “ไปหาเขาตรงๆ เลยหรือ เจ้าคิดจะตีหญ้าให้งูตื่น? ขู่ให้เขาตื่นตระหนก แล้วดูความเคลื่อนไหว? วิธีนี้ก็ดีถ้าต้องการจับหางเขา แต่ข้าว่ามันโฉ่งฉ่างเกินไป”
เฉินจี้กล่าว “ไม่ ข้าเป็นคนหัวโบราณ”
“เจ้าหัวโบราณ?”
เฉินจี้เดินในทางเดินอันยาวเหยียดและมืดมิดของคุกใน เอ่ยเสียงแผ่วเบา “ข้าว่าการตีหญ้าให้งูตื่น ก็ยังหัวโบราณเกินไป”
(จบตอน)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น