ตอนที่ 0136 หยกหมึก



ในห้องที่มืดสลัว  เฉินจี้ค่อยๆ ลืมตาขึ้น


ภายในห้องอันมืดมิดนี้  ประตูหน้าต่างปิดสนิท  แสงจันทร์ส่องผ่านกระดาษขาวบนหน้าต่างเข้ามาเป็นเพียงเงาแสงพร่าเลือน


เขาได้ยินเสียงฝีเท้าแผ่วเบานอกประตูค่อยๆ ห่างออกไป  สุดท้ายก็ลงบันไดไป


เฉินจี้นอนหงายบนเตียงรวม  บรรจงสอดดาบสั้นกลับเข้าไปในแขนเสื้อ  ผ่อนลมหายใจแผ่วเบาอย่างโล่งอก  อย่างน้อยแขกที่พกอาวุธเหล่านั้น  ก็ไม่ได้มาลอบสังหารพวกเขา


มิน่าเล่า  คนมากประสบการณ์ในยุทธภพอย่างจิ้งอ๋องถึงไม่โวยวายกับผิดปกติของโรงเตี๊ยมนี้  มิน่าเล่า  แม้จิ้งอ๋องจะป่วยอยู่  แต่ก็ยังดึงดันจะปลอมตัวออกจากจวน  ที่แท้ทุกอย่างก็เพื่อการพบปะในคืนนี้


แต่จิตใจของเฉินจี้กลับตื่นตระหนกขึ้นมาอีกครั้ง  คนที่มาพบกับจิ้งอ๋องคือใคร?  อีกฝ่ายต้องการปรึกษาเรื่องใดกับจิ้งอ๋อง?


กบฏ!


นอกเหนือจากนี้แล้ว  เฉินจี้คิดไม่ออกว่ามีเรื่องใดอีก  ที่ทำให้เจ้าเมืองผู้มีอำนาจเต็มต้องปกปิดชื่อเสียง  ลงทุนถ่อมาถึงเมืองเล็กๆ แห่งนี้  และปิดบังการพบปะครั้งนี้อย่างมีลับลมคมใน


เขาถอนหายใจเงียบงัน  


กบฏเชียวหรือ


หากพัวพันเข้ากับเรื่องเช่นนี้  เกรงว่าทั้งจวนจิ้งอ๋องคงเป็นอันตรายถึงชีวิต  ถ้าจะให้ยกตัวอย่างจากประวัติศาสตร์ราชวงศ์หนิง  ขุนนางฝ่ายบุ๋นที่ขัดใจจักรพรรดิอาจยังพอมีทางรอด  แต่เจ้าเมืองกลับไม่มีทางรอดแม้แต่น้อย  เจ้าเมืองบางคนถูกใส่ลังนึ่งจนตาย  เจ้าเมืองบางคนถูกขังให้อดตายในห้อง  วิธีตายแปลกประหลาดนับไม่ถ้วน  โหดเหี้ยมเป็นพิเศษ


หากแผนนี้ล้มเหลว  โอรสอ๋อง  ไป๋หลี่...


แต่สิ่งที่เฉินจี้สงสัยยิ่งกว่าตอนนี้คือ  จิ้งอ๋องไปพบใครกันแน่  เสนาบดีอาวุโสหลิวกุ่น?  หรือว่า...หัวหน้ากรมข่าวกรองราชวงศ์จิ่ง!


เขาระบายลมหายใจแผ่วเบา  ปล่อยลมขุ่นออกมา  บรรจงลุกขึ้นนั่ง  กวาดตามองแขกทุกคนอย่างถี่ถ้วน


อาจารย์หวัง  โอรสอ๋อง  และคนอื่นๆ เหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง  หลับไปตั้งแต่หัวค่ำ  แขกคนอื่นยิ่งหลับสนิท  เสียงกรนดังระงม


เฉินจี้นั่งบนเตียงรวม  ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง  สุดท้ายก็ลุกขึ้นอย่างเบามือเบาเท้า  ย่องมาถึงหน้าต่างอย่างเงียบเชียบ  เปิดหน้าต่างออกเป็นช่องเล็กๆ  มองออกไปข้างนอก


เขาไม่กล้าเปิดช่องกว้างนัก  ได้แต่เปลี่ยนมุมมองผ่านช่องแคบๆ  กวาดตามองลานบ้าน


นอกหน้าต่างคือลานหลัง  ในลานหลังมีรถม้าคันหนึ่งจอดอยู่  เกวียนวัวอีกหลายคัน  พร้อมกับหีบสินค้านับไม่ถ้วนบนเกวียนวัว


ชายชุดดำหลายคนกระจายอยู่ในลาน  คอยคุ้มกันบางสิ่งอย่างแนบเนียน


เฉินจี้มองไปด้านข้าง  เห็นใต้ชายคาฟางของโรงม้า  มีคนผู้หนึ่งสวมเสื้อคลุมดำยืนนิ่งเงียบ  รอคอยอย่างไม่รีบร้อน


นี่แหละคือคนที่จิ้งอ๋องต้องการพบ!


เฉินจี้เปลี่ยนมุมมอง  พยายามจะมองให้เห็นโฉมหน้าของอีกฝ่าย  แต่ร่างท่อนบนของเขาถูกชายคาโรงฟางบังไว้  มองไม่เห็นใบหน้าเลย  แยกแยะอายุไม่ได้


ขณะนั้น  ตรงเอวของชายชุดคลุมดำมีแสงอ่อนๆ สะท้อนออกมา  เป็นแผ่นหยกแขวนเอว


คนโบราณกล่าวไว้ว่า  บุรุษผู้สูงส่งไม่ถอดหยกออกจากกายโดยไม่มีเหตุ


ปกติบัณฑิตและขุนนางจะแขวนหยกไว้กับเอว  แต่คนทั่วไปจะใช้หยกสีขาวหรือสีเขียว  ทว่าคนผู้นี้กลับแขวนหยกหมึก!


คำกล่าวที่ว่าคนดีดุจหยก  ล้วนหมายถึงคุณธรรมอันบริสุทธิ์ของบุรุษผู้สูงส่ง  ต้องเป็นคนแบบใดกันจึงจะแขวนหยกหมึกไว้กับเอว?


ขณะที่กำลังครุ่นคิด  จิ้งอ๋องก็เดินตามชายชุดดำคนหนึ่งออกจากโรงเตี๊ยม  มาหยุดยืนหน้าโรงม้า


จิ้งอ๋องยืนตัวตรงสง่างาม  คนใต้โรงม้าก็ไม่ก้มหัวให้ใคร  ไม่มีท่าทีจะคำนับแต่อย่างใด  ทั้งสองคนพูดเสียงเบามาก  เฉินจี้อยู่บนชั้น 2 ไม่ได้ยินแม้แต่น้อย


ภายในลาน  ชายชุดดำคนหนึ่งบังเอิญเหลือบมองขึ้นมาทางหน้าต่างชั้น 2  เฉินจี้พลันตื่นตระหนกในใจ  รีบเอนตัวถอยหลังเล็กน้อย  เกรงว่าอีกฝ่ายจะเห็น


ผ่านช่องแคบ  เขาเห็นอีกฝ่ายกวาดสายตาผ่านไปแล้ว  ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ  ยังคงตรวจตราจุดอื่นในลานต่อ  ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น


เฉินจี้ผ่อนลมหายใจแผ่วเบา


แต่ในวินาทีถัดมา  เขารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ...ชายชุดดำในลาน  หายไปคนหนึ่ง!


เฉินจี้ไม่ลังเลเลย  รีบถอยกลับอย่างว่องไว  นอนหงายลงบนที่นอนของตน  แสร้งทำเป็นหลับ


เพียงไม่กี่ลมหายใจผ่านไป  เขาได้ยินเสียงประตูไม้ของเตียงรวมดังเอี๊ยดอ๊าด  ค่อยๆ ถูกผลักเปิดออก


ชายชุดดำคนหนึ่งถือดาบยาว  สีหน้าเคร่งเครียด  กวาดตามองภายในห้อง  เมื่อเห็นทุกคนกำลังหลับอยู่  เขาก็ค่อยๆ ก้มตัวลง  อาศัยแสงจันทร์พร่าเลือนสังเกตเปลือกตาของแต่ละคน


หากใครไม่ได้หลับจริง  เปลือกตาจะกระตุกโดยไม่รู้ตัว  ไม่มีทางแกล้งทำได้


เฉินจี้ไม่นึกเลยว่า  บริวารที่ชายเสื้อคลุมดำข้างล่างพามา  จะตื่นตัวถึงเพียงนี้  เพียงแค่หน้าต่างเปิดออกเป็นช่องเล็กๆ  ก็สังเกตเห็นความผิดปกติได้


ไม่เพียงเท่านั้น  หลังจากอีกฝ่ายสังเกตเห็นความผิดปกติก็ไม่ได้ส่งเสียงเตือน  แต่กลับทำตัวสงบนิ่ง  แอบส่งสัญญาณให้คนอื่นขึ้นมาตรวจดูแทน...เฉินจี้ถึงกับไม่รู้ว่าอีกฝ่ายส่งข่าวให้พวกพ้องเมื่อไร


ชายชุดดำเอาดาบยาวแนบกับคอของเฉินเวิ่นจง  ก้มตัวจ้องเปลือกตาของเฉินเวิ่นจงอย่างนิ่งเงียบ  หากมีความเคลื่อนไหวใดๆ  คมดาบคงจะกรีดเส้นเลือดใหญ่ของเฉินเวิ่นจงทันที


หลังจากผ่านไปหลายสิบลมหายใจ  ชายชุดดำบรรจงลุกขึ้น  ขยับไปทางขวาหนึ่งก้าว  แล้วก้มลงตรงหน้าเฉินเวิ่นเสี้ยว  ทำซ้ำสิ่งที่เพิ่งทำไปเมื่อครู่


อีกฝ่ายตั้งใจจดจ่อยิ่ง  ไม่ยอมปล่อยให้ผู้ต้องสงสัยแม้แต่คนเดียวรอดพ้นไป


นาทีแล้วนาทีเล่าผ่านไป  เห็นได้ชัดว่าอีกเพียงสองสามคนก็จะตรวจมาถึงเฉินจี้  เฉินจี้รีบควบคุมกระแสน้ำแข็งในร่างให้แผ่ซ่านออกจากตันเถียน  ดึงตนเข้าสู่ทะเลเมฆมืดมิด  เหนือขุนเขาขจี


ครู่ต่อมา  ชายชุดดำก้มลงตรวจดูเฉินจี้  คมดาบเย็นเยียบแนบชิดลำคอ  ราวกับจะฟันลงมาได้ทุกขณะ


ทว่าเปลือกตาเฉินจี้นิ่งสนิท  ไร้ความผิดปกติใดๆ


ผ่านไปอีกหลายสิบลมหายใจ  ชายชุดดำจึงวางใจ  หันไปตรวจโอรสอ๋องที่อยู่ข้างกาย


ในห้องมีคนหลับอยู่สิบกว่าคน  ไม่มีใครรอดพ้นสายตาจับผิดของเขาแม้แต่คนเดียว


ครั้นตรวจครบทุกคนแล้ว  ชายชุดดำถือดาบถอยหลังออกจากห้องอย่างไร้เสียง


เขากระซิบกับพรรคพวกที่รออยู่หน้าประตู  “หลับหมดทุกคน  เมื่อครู่เจ้าอาจมองผิด”


อีกคนหน้าขุ่นเคือง  “ข้าจำได้แม่นยำ  หน้าต่างชั้น 2 เดิมปิดสนิทไร้ช่องว่าง  แต่ตอนนี้หน้าต่างกลับเปิดแง้มอยู่  อีกอย่าง  ในเดือนสิบสองหนาวเหน็บเช่นนี้  ใครเล่าจะเปิดหน้าต่างนอน”


“ก็จริง”  ชายชุดดำที่รับหน้าที่ตรวจกระซิบ  “งั้นฆ่าให้หมดเลยไหม  คืนนี้เรื่องจิ้งอ๋องพบใต้เท้า  ต้องไม่มีใครรู้เด็ดขาด!”


อีกคนหรี่ตาเล็กน้อย  “เรื่องนี้ข้าตัดสินใจเองไม่ได้  เจ้าเฝ้าที่นี่ไว้ก่อน  ข้าจะไปถามจิ้งอ๋อง  ไม่สิ  ถามจิ้งอ๋องไม่ได้  ต้องไปถามใต้เท้าตามลำพัง”


......


......


เสียงไก่ขันดังขึ้น


โอรสอ๋องตบไหล่เฉินจี้ที่อยู่ข้างกาย  “นี่  ตื่นได้แล้ว  เจ้านี่หลับได้หนักกว่าข้าอีกนะ”


เฉินจี้ลืมตาขึ้น  สิ่งแรกที่ทำคือใช้หางตาแลไปยังฟูกนอนของจิ้งอ๋อง  เห็นจิ้งอ๋องเพิ่งลุกขึ้นพอดี  กำลังยิ้มพลางกล่าว  “พวกเราต้องรีบออกเดินทาง  ไม่งั้นก่อนมืดค่ำคงไปไม่ถึงคฤหาสน์ภูเขาลู่หุน”


สีหน้าจิ้งอ๋องไร้ความผิดปกติ  ราวกับเหตุการณ์เมื่อคืนเป็นเพียงความฝันของเฉินจี้  แต่ชายชุดดำไม่ใช่ภาพลวงตาแน่  การที่เฉินจี้ถูกเฟิ่งหวยไล่ล่าบนขุนเขาขจีตลอดทั้งคืนก็ไม่ใช่เรื่องลวง


ภัยคุกคามผ่านพ้นไปแล้วหรือ


คนที่มาพบจิ้งอ๋องจากไปแล้วหรือยัง


เฉินจี้ไม่อาจรู้ได้  เขาไม่รู้ว่าหลังจากตนหลับไปเกิดอะไรขึ้นอีก  แต่ดูเหมือนว่าจะผ่านพ้นมาได้อย่างขอไปที


เขาลุกขึ้น  ลงไปนั่งยองในลานบ้านพร้อมกับโอรสอ๋อง  หักกิ่งหลิวมาแปรงฟัน


ขณะกำลังแปรงอยู่นั้น  จิ้งอ๋องก็มานั่งยองข้างกายอย่างไม่ถือตัว  ถามเสียงเรียบราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น  “เมื่อคืนพวกเจ้าหลับสบายไหม”


โอรสอ๋องพูดอย่างอ่อนใจ  “ท่านพ่อ  โรงเตี๊ยมนี้หนาวจะแย่  ผ้าห่มก็เหม็นอับ  หากไม่ใช่ท่านยืนกรานจะปิดบังฐานะ  พวกเราน่าจะพักที่ไร่นาของจวนอ๋อง  ยังมีคนคอยปรนนิบัติ  จุดถ่านให้อุ่นด้วย”


“เจ้าน่าจะออกมารับความลำบากบ้างทุกปี  จะได้รู้ว่าราษฎรใช้ชีวิตอย่างไร”  จิ้งอ๋องด่าพลางหัวเราะ  แล้วหันมาถามเฉินจี้  “แล้วเจ้าล่ะ  หลับสบายไหม”


เฉินจี้ยิ้มตอบ  “ก็ไม่เลว  ข้าหลับสนิท  นอนที่ไหนก็เหมือนกันหมด”


จิ้งอ๋องรับคำ  “โอ้  ดีแล้ว”


ขณะนั้น  ไป๋หลี่ธิดาอ๋องกับจางเซี่ย  กลับจูงมือกันเดินออกมาจากโรงเตี๊ยม  กระทั่งเข้ามาในลานหลังจึงปล่อยมือกัน


จางเซี่ยบอกไป๋หลี่  “รอประเดี๋ยว  ข้าจะไปขอกิ่งหลิวกับเกลือสีฟ้าจากผู้ดูแลให้เจ้า”


ไป๋หลี่ยิ้มหวาน  “ได้เลย”


พอจางเซี่ยรีบร้อนไปที่โถงหน้า  โอรสอ๋องมองไป๋หลี่ด้วยความตกตะลึง  “พวกเจ้าเมื่อวาน  ก่อนเข้าห้องยังเป็นน้ำกับไฟ  พอเช้ามาจูงมือกันได้ไง!”


ไป๋หลี่ยิ้มตอบ  “เมื่อคืนพวกเราคุยกันถึงเที่ยงคืน  ข้าพบว่าจางเซี่ยนางนี้  อันที่จริงก็ไม่เลว  แค่นิสัยตรงไปตรงมาเกินไปหน่อย  ไม่ได้เอาแต่ใจตัวเองอย่างที่คิดไว้”


โอรสอ๋องถอนใจ  “อารมณ์พวกเจ้าผู้หญิงนี่  ประดุจลมพัด  มาเร็วไปก็เร็ว!”


ไป๋หลี่เหลือบมองเขา  “เรื่องของเด็กสาว  อย่าถามอย่ายุ่ง”


จิ้งอ๋องลุกขึ้นทิ้งกิ่งหลิว  สวมหมวกสานกลับบนศีรษะ  เอ่ยสั่งเสียงเรียบ  “ล้างหน้าแปรงฟันเสร็จแล้วรีบออกเดินทาง  พวกเรายังต้องเร่งเดินทางต่อ”


“เข้าใจแล้ว”  โอรสอ๋องรับคำ


เมื่อฟ้าสว่างจ้า  ทุกคนขึ้นเกวียนเทียมวัว  แกว่งโยกเยกมุ่งหน้าสู่คฤหาสน์ภูเขาลู่หุน


เฉินจี้แอบสำรวจรอบข้างอย่างเงียบงัน  กลับพบว่าเมื่อเกวียนเริ่มเคลื่อน  ชายหนุ่มแต่งกายนักปราชญ์หลายคน  พากันสะพายหีบห่อ  คุยหัวเราะเดินตามหลังเกวียนมา  ไม่เข้าใกล้แต่ก็ไม่ห่างจนเกินไป


(จบตอน)


______________
ลงทุกวันจันทร์ อังคาร พุธ เสาร์
ปัจจุบันแปลถึงตอน: 0295
ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/
#พระเอกฉลาด #นิยายแฟนตาซี #qingshan

Previous Next

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตอนที่ 0001 กลับสู่ศูนย์

ตอนที่ 0036 เงาในแสงอาทิตย์ (จบบทนำ)

ตอนที่ 0091 ต้นแอปริคอตแดง