ตอนที่ 0141 ฝากชีวิตได้
“หยุดก่อน”
นอกเมืองเล็กยามพลบค่ำ
เฉินจี้แบกไป๋หลี่ย่อตัวลง สายตามองผ่านช่องพุ่มไม้หนาทึบ สำรวจภายนอกอย่างเงียบงัน โอรสอ๋องกับจางเซี่ยหมอบอยู่ข้างหลังเขา กลั้นลมหายใจ ตื่นตระหนกจนไม่กล้ากะพริบตา
ครู่ต่อมา ทหารราบสี่นายมือกุมด้ามดาบตรงเอว เดินลาดตระเวนผ่านไป ห่างออกไปหลายสิบก้าว
เมืองเล็กราวกับค่ายทหาร รอบนอกล้วนเป็นรั้วไม้สูงกว่าหนึ่งช่วงคน ยังมีทหารราบถือดาบคาดหน้าไม้ลาดตระเวน บรรยากาศเข้มงวดน่าเกรงขาม
เลี้ยงทหารส่วนตัว พกพาธนูหน้าไม้ ทุกอย่างล้วนเป็นความผิดถึงตัดศีรษะ
มองดูทหารราบเดินห่างออกไป โอรสอ๋องกดเสียงต่ำถาม “พวกเราจะแอบเข้าไปตอนนี้เลยหรือ”
“อย่าขยับ”
เฉินจี้ไม่ได้ลุกขึ้นทันที กลับรออีกสามชุดทหารราบผ่านไป จึงกล่าวเสียงแผ่ว “เวลาหนึ่งธูปลาดตระเวนสองรอบ พวกเราต้องเข้าไปในเมืองเล็กระหว่างช่วงเปลี่ยนเวรลาดตระเวน หาที่ซ่อนตัวให้ได้”
โอรสอ๋องกระซิบ “แต่ในเมืองเล็กนี้เต็มไปด้วยคน พวกเราจะไปซ่อนที่ไหนล่ะ”
“พวกเราจะซ่อนในโรงหลอมเหล็ก” เฉินจี้จับตามองเมืองเล็กไม่หันหน้ากลับ “ในโรงงานเตาร้อนจัด แม้ดับไฟแล้ว อุณหภูมิกว่าจะลดก็ต้องรอเที่ยงคืน ข้างในนั้นร้อนอบอ้าวแทบทนไม่ไหว กลิ่นเหม็นน่ารังเกียจ ไม่มีใครอยู่ในนั้นหรอก”
เขาหันกลับมามองแวบหนึ่ง เห็นโอรสอ๋องกับจางเซี่ย ริมฝีปากเขียวคล้ำเพราะหนาว ตัวสั่นระริกห้ามไม่อยู่
หากไม่รีบเปลี่ยนเสื้อผ้า เกรงว่าจะเสี่ยงต่ออุณหภูมิร่างกายต่ำเกินไป เมื่อถึงขั้นนั้นแล้ว แปดส่วนคงไม่รอดชีวิต
ขณะนั้น ไป๋หลี่ในห้วงนิทราใช้แขนทั้งสองรัดรอบคอเฉินจี้แน่น สัญชาตญาณหนีหนาวทำให้นางเข้าใกล้ความอบอุ่นโดยไม่รู้ตัว ซุกศีรษะพิงบ่าเฉินจี้ ดุจเด็กน้อยน่าเอ็นดู
โอรสอ๋องเห็นดังนั้น อยากจะเอ่ยปากเตือน แต่สุดท้ายก็ไม่พูดอะไรออกมา
เฉินจี้กล่าวเสียงแผ่ว “อดทนอีกหน่อย รอแค่ตะวันตกดินก็พอ”
โอรสอ๋องกอดอกตัวเอง ตัวสั่นงันงกบ่นรำพัน “โทษท่านพ่อทั้งนั้น ไปร่วมชุมนุมบัณฑิตดีๆ ดันอยากแวะกินปลา ดูตอนนี้สิ ปลาไม่ได้กิน ยังจะโดนไล่ฆ่าตลอดทางอีก”
เฉินจี้อธิบายลวกๆ “มือสังหารไม่ปล่อยท่านไปหรอกแม้ท่านไม่กินปลา กลับเป็นเพราะเรื่องซื้อปลานี่แหละ ทำให้พวกเรารวมตัวกันริมแม่น้ำ ได้โอกาสกระโดดน้ำหนี ไม่งั้นถูกล้อมอยู่บนเกวียนวัว แค่วิ่งยังไม่พ้นเลย”
เขาทบทวนเหตุการณ์วันนี้อย่างละเอียด สิงกวนบนเรือหลังคาดำ แต่แรกแสร้งทำเป็นชาวประมงกลางแม่น้ำ ไม่ได้ตั้งใจลงมือตรงนั้น ส่วนมือสังหารซุ่มในป่าเขา ก็เพิ่งจัดการโจรหมู่บ้านหลงหวังเสร็จ ยังไม่ทันเตรียมตัวซุ่มโจมตี พอดีจิ้งอ๋องเกิดดำริชั่ววูบ ทำให้มือสังหารไม่อาจประสานโจมตีหน้าหลัง ได้แต่ถาโถมออกมาพร้อมกัน
โอรสอ๋องอื้อเสียงหนึ่ง แล้วพึมพำแผ่วเบา “เฉินจี้ ฝีมือเจ้านี่ หมอหลวงเหยาสอนหมดเลยหรือ? ข้าคุกเข่าไหว้ท่านเป็นอาจารย์ตอนนี้ยังทันไหม”
เฉินจี้หันมามองโอรสอ๋องด้วยสายตาแปลกประหลาด “เป็นโอรสอ๋องดีๆ ไม่เอา จะเรียนของพรรค์นี้ไปทำไม”
โอรสอ๋องคิดอยู่ครู่แล้วเอ่ย “คราวนี้ถ้ารอดชีวิตได้ ข้าจะไม่เป็นโอรสอ๋องแล้ว จะไปไหว้หมอหลวงเหยาเป็นอาจารย์ด้วย รอข้าเรียนจบ เราสองคนจะไปตะลอนยุทธภพด้วยกัน สร้างชื่อเสียงให้เลื่องลือ...”
ขณะนั้น แสงสุดท้ายของตะวันลับหลังเนินเขาพอดี เฉินจี้จึงเอ่ยเร่งเร้า “ไป!”
เขาแบกไป๋หลี่กายเบาดุจนกนางแอ่น มองหาช่องว่างในจังหวะลาดตระเวนของทหารราบ ก็วิ่งไปถึงรั้วไม้ ย่อตัวทำขาเป็นบันได “เหยียบขาข้าปีนขึ้นไป!”
โอรสอ๋องปีนข้ามรั้วอย่างชำนาญ ลงพื้นนิ่มนวล
พอถึงคราวจางเซี่ย นางถามเร่งร้อน “เจ้าแบกไป๋หลี่อยู่แล้วจะข้ามไปได้ยังไง? ข้าเป็นบันไดให้เอว เจ้าแบกไป๋หลี่เหยียบข้าข้ามไป!”
เฉินจี้เร่ง “ไม่ต้องห่วงข้า เร็วเข้า ทหารราบลาดตระเวนจะมาอีกแล้ว!”
จางเซี่ยกัดฟัน เหยียบต้นขาเฉินจี้พลิกตัวเข้าไป นางลงพื้นแล้วหันกลับมาดู เห็นเฉินจี้ย่อตัวลง ออกแรงกระโดด
ชั่วพริบตา เฉินจี้แบกไป๋หลี่กระโดดข้ามรั้วได้อย่างแข็งขัน
จางเซี่ยตกตะลึง “เจ้ามีกำลังขามากขนาดนี้ได้ยังไง เป็นสิงกวนหรือไร?!”
เฉินจี้เดินไปพลางอธิบายเรื่อยเปื่อย “ไป๋หลี่ตัวเบา”
จางเซี่ยขมวดคิ้ว “เจ้าจะตอบคำถามข้าตรงๆ บ้างได้ไหม!”
“อย่าพูดมาก ซ้ายมือ!” เฉินจี้เลาะริมเมืองเล็ก ก่อนทหารราบลาดตระเวนชุดต่อไปมาถึง มุดเข้าประตูหลังโรงหลอมเหล็ก ปิดประตูอย่างระมัดระวัง ราวกับกั้นอันตรายไว้ภายนอก ข้างในคือโลกส่วนตัวที่แยกขาด
ในโรงงาน ถ่านในเตาสูงยังไม่ดับสนิท ไอร้อนที่แผ่ออกมาลอยฟุ้งไม่หยุด
โอรสอ๋องทรุดนั่งลงพื้นทันที ความสุขถาโถมเข้ามา “อุ่นจัง อยากนอนที่นี่จนตายเลย”
เฉินจี้บรรจงวางไป๋หลี่ลงพื้น เงยหน้าบอกโอรสอ๋อง “อยู่ห่างเตาสูงหน่อย อย่าเพิ่งรีบอุ่นตัว ไม่งั้นได้ตายจริงๆ แน่”
โอรสอ๋องรีบคลานกลิ้งหนีห่างจากเตาสูง
ร่างกายในภาวะอุณหภูมิต่ำ หากอุ่นตัวเร็วเกินไปจะทำให้ความดันต่ำ ช็อก อันตรายกว่าอุณหภูมิต่ำเสียอีก
คราวนี้เฉินจี้ยื่นมือสัมผัสหน้าผากไป๋หลี่ แล้วหันไปกำชับจางเซี่ย “รบกวนหาในโรงงานนี้ดูว่า มีเสื้อผ้าเปลี่ยนไหม ช่างโรงงานต้องทำงานกับถ่านไฟ น้ำเหล็กทุกวัน ต้องมีเสื้อผ้าสำหรับทำงานเก็บไว้แน่ เดี๋ยวช่วยเปลี่ยนให้ธิดาอ๋องด้วย”
จางเซี่ยรีบวิ่งไปค้นหาด้านหน้าโรงงาน ได้เสื้อผ้าช่างใส่ทำงานมาหลายชุดจริงๆ เสื้อผ้าหลวมใหญ่ เด็กสาวใส่แล้วเหมือนเสื้อคลุมยาวละคร แขนเสื้อยาวเลยฝ่ามือไปมาก
“พวกท่านเปลี่ยนเสื้อผ้าไปนะ ข้ากับโอรสอ๋องจะไปรอที่อื่น เปลี่ยนเสร็จแล้วค่อยเรียกพวกเรา” เฉินจี้ลุกขึ้นจะเบี่ยงตัวออก แต่กลับพบว่ามือไป๋หลี่กำชายแขนเสื้อตนไว้แน่น
เฉินจี้นิ่งเงียบครู่หนึ่ง ค่อยๆ แงะมือของไป๋หลี่ออกเบาๆ แล้วหันไปบอกจางเซี่ย “ขอบคุณที่ช่วยเหลือ”
เขาเดินเข้าไปในส่วนลึกของโรงงาน ถือโอกาสตอนที่โอรสอ๋องเปลี่ยนเสื้อผ้า ค้นหาตามมุมต่างๆ
เฉินจี้เห็นมุมทางทิศตะวันตกเฉียงใต้มีแม่พิมพ์วางเรียงอย่างเป็นระเบียบ พอยกลงมาดูก็ตกใจทันที “นี่มัน...แม่พิมพ์หล่อเหรียญทองแดง! ดูสิ น้ำทองแดงเทเข้าไปทางรูนี้ พอเปิดแม่พิมพ์ออกก็ได้เหรียญทองแดง ตกแต่งขอบนิดหน่อยก็เอาไปใช้หมุนเวียนในตลาดได้เลย ที่นี่ไม่เพียงแต่ผลิตเครื่องเหล็ก ยังแอบหล่อเหรียญอีกด้วย”
มิน่าเล่า แถวแม่น้ำนี้ถึงได้มีทหารราบกับทหารม้าเป็นกองทัพ มีสุนัขล่าเนื้อ แท้จริงแล้วพวกนั้นคือกองกำลังประจำเมืองนี้ หากไม่ใช่เพราะอูหยุนหลอกล่อออกไป เฉินจี้กับพวกคงหมดสิทธิ์แอบเข้ามา
โอรสอ๋องถอดเสื้อคลุมยาวที่เปียกชุ่มออก เปลี่ยนเป็นเสื้อผ้าช่างฝีมือที่แห้ง เขาติดกระดุมเสื้อไปพลางพูดอย่างไม่ใส่ใจนักว่า “พ่อข้าบอกว่า การแอบหล่อเหรียญทองแดงไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไรแล้ว ตระกูลสวี ตระกูลหลิว ตระกูลหู ตระกูลเฉิน ตระกูลหยาง ตระกูลฉี ต่างก็ทำกันทั้งนั้น หลายปีมานี้ ที่ราชสำนักขาดดุลมหาศาล ล้วนเป็นเพราะพวกเขานี่แหละ”
“ราชสำนักไม่จัดการหรือ?” เฉินจี้สงสัย
โอรสอ๋องหัวเราะเยาะ “ราชสำนัก? ราชสำนักทั้งบนทั้งล่างล้วนเป็นคนของพวกเขา พวกเขาต่างหากที่เป็นราชสำนักตัวจริง ถึงจะถูกจับได้ ก็แค่หาแพะรับบาปมาสักสองสามคน เจ้าลืมแล้วหรือ พ่อข้าอยากจัดหาถุงมือผ้าฝ้ายให้ทหารชายแดน ยังต้องดูสีหน้าตระกูลเฉินของเจ้าเลย”
ตอนนี้เอง จางเซี่ยก็ส่งเสียงเรียกแผ่วเบา “พวกเราเปลี่ยนเสร็จแล้ว”
เฉินจี้กับโอรสอ๋องกลับมาที่เตาหลอม จางเซี่ยสวมเสื้อผ้าหลวมโคร่ง เงยหน้ามองเฉินจี้ “ต่อไปจะทำอย่างไร?”
เฉินจี้พับเสื้อผ้าหนึ่งชุด วางรองใต้ศีรษะไป๋หลี่เป็นหมอน แล้วมองไป๋หลี่อย่างนิ่งเงียบ
ท่ามกลางความเงียบนั้น ไป๋หลี่หลับตาพูดเสียงแผ่ว “ท่านพ่อ มีคนจะฆ่าพวกเรา...”
โอรสอ๋องรีบเข้าไปใกล้ “ไป๋หลี่ เจ้าฟื้นแล้วหรือ?”
แต่ไป๋หลี่ไม่ได้ลืมตา เพียงพูดงึมงำว่า “พี่ชาย ท่านอยู่ไหน...”
โอรสอ๋องรีบพูด “ข้าอยู่นี่! ลืมตาขึ้นมาดูสิ!”
ไป๋หลี่ยังคงไม่ลืมตา
โอรสอ๋องก้มหน้าแอบปาดหางตา พอเงยหน้าขึ้นก็พูดกับเฉินจี้ว่า “ยังไม่ฟื้น แค่เพ้อไป”
เสียงเพิ่งจะขาดหาย กลับได้ยินไป๋หลี่เรียกเบาๆ อีกครั้งว่า “เฉินจี้...”
โอรสอ๋องมองเฉินจี้แวบหนึ่ง “ดูเด็กคนนี้สิ เริ่มเพ้อจริงๆ แล้ว”
นานต่อมา เฉินจี้เอ่ยขึ้นว่า “ข้าต้องออกไปข้างนอกก่อน”
โอรสอ๋องที่นั่งอยู่บนพื้น ได้ยินแล้วตกใจลุกขึ้นยืน “ข้างนอกเมืองเล็กนี้มีแต่คนของพวกมัน เจ้ายังจะกล้าออกไปอีกหรือ?”
จางเซี่ยก็นั่งตัวตรง “อันตรายเกินไป!”
เฉินจี้มองพวกเขา “อาการป่วยของธิดาอ๋องรอไม่ได้ นางต้องกินยา ในเมืองเล็กน่าจะมีร้านยา ข้าจะไปขโมยยามาให้ธิดาอ๋อง แล้วจะหาอาหารมาให้พวกเจ้าด้วยเลย”
โอรสอ๋องอ้าปากจะพูดแต่พูดไม่ออก เขาแม้จะเป็นห่วงเฉินจี้มาก แต่น้องสาวตัวเองก็ไม่ช่วยไม่ได้ “ข้าจะไปกับเจ้า...”
“ไม่ได้” เฉินจี้ส่ายหน้า “ความจริงแล้วไม่อันตรายเลย พวกทหารในเมืองเล็กนี้ ไม่ได้ใส่เครื่องแบบเดียวกัน เจอหน้ากันก็ไม่ต้องใช้รหัสลับ แม้ข้าจะแทรกซึมเข้าไปก็ไม่มีใครสังเกต อีกอย่าง ข้าไปคนเดียวย่อมสะดวกกว่า พวกท่านอยู่ผิงไฟที่นี่ไปก่อน ตากเสื้อผ้า ดูแลธิดาอ๋องให้ดี ข้าไปแล้วจะรีบกลับ”
พูดจบ เขาสวมเสื้อผ้าทหารเดินไปที่ประตู แล้วหยุดฝีเท้า
เฉินจี้ก้มหน้าคิดครู่หนึ่ง หันกลับมาบอกโอรสอ๋องว่า “หากยามจื่อแล้วข้ายังไม่กลับ พวกท่านต้องแบกธิดาอ๋องหนีไป อย่าลืมสังเกตช่องว่างของหน่วยลาดตระเวน หนีไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ หนีให้ไกลเท่าที่จะไกลได้ หากเมืองเล็กนี้เกิดวุ่นวายขึ้นมาเมื่อไร พวกท่านอย่าได้ลังเล รีบหนีทันที ก่อนเข้าคฤหาสน์ภูเขาลู่หุนต้องสังเกตให้ดีว่า ข้างนอกมีคนซุ่มรออยู่หรือไม่ เมื่อแน่ใจว่าไม่มีคนดักอยู่ พวกท่านค่อยเข้าไป”
“เดี๋ยวก่อน!” โอรสอ๋องขวางไว้
แต่เฉินจี้ไม่สนใจเขา ผลักประตูเดินเข้าสู่ความมืด “อย่าตามมา ไม่งั้นรังแต่จะถ่วงข้า...ทางนี้ไม่เป็นไรหรอก”
โอรสอ๋องทำได้เพียงยืนแน่นิ่ง
จางเซี่ยมองประตูไม้ที่ปิดกลับ แล้วหันมองโอรสอ๋อง “นี่สินะ เหตุผลที่ท่านกับธิดาอ๋องไว้ใจเขา?”
โอรสอ๋องอืมเบาๆ
จางเซี่ยถอนหายใจ “มิน่าเล่า พ่อข้าถึงพร่ำพูดถึงเขาบ่อยๆ”
โอรสอ๋องถาม “ใต้เท้าจางพูดว่าอย่างไร หรือว่าชมจนไม่ลืมหูลืมตา ชมจนฟ้าดินคว่ำ? ข้าว่าเฉินจี้ก็สมควรได้รับคำชมนั้น”
จางเซี่ยพูดด้วยอารมณ์ซับซ้อน “พ่อข้าไม่ชอบใช้คำหรูหรา แค่บอกว่าเฉินจี้ไว้ใจได้ ฝากฝังได้”
ทั้งสองนิ่งเงียบ โอรสอ๋องไปตักน้ำจากลานหน้าโรงงาน ใช้นิ้วจุ่มน้ำทาริมฝีปากไป๋หลี่ให้ชุ่มชื้น
จางเซี่ยถามลอยๆ “ทำไมตระกูลหลิวถึงซุ่มโจมตีท่านกับธิดาอ๋อง? หากเพื่อแย่งชิงตำแหน่งทายาทจวนอ๋อง ก็น่าจะรอให้นายหญิงจิ้งเฟยคลอดบุตรชายก่อนค่อยลงมือถึงจะดี ตอนนี้นางมีแค่จูหลิงยุ่นคนเดียว รีบร้อนไปทำไม?”
โอรสอ๋องพูดเสียงเข้ม “คงมีแต่ตระกูลหลิวที่ตอบได้”
(จบตอน)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น