ตอนที่ 0142 ฝังเป็นเครื่องเซ่น
หนึ่งวันก่อน
หลิวหมิงเสี่ยนถูกบรรจุศพ
ณ จวนหลิว ทั่วทั้งคฤหาสน์ตกแต่งด้วยผ้าขาวไว้ทุกข์
กระเบื้องเทาอิฐเขียวนับไม่ถ้วนแขวนผ้าขาวเป็นทางยาว ดั่งคำไว้อาลัยวางเรียงราย ทอดยาวเข้าไปยังส่วนลึกของคฤหาสน์
นอกศาลาศพ อนุภรรยาสี่สิบกว่าคนของหลิวหมิงเสี่ยนคุกเข่าหน้าศาลาร่ำไห้คร่ำครวญ ร้องไห้นานไม่รู้กี่นาน น้ำตาแห้งเหือด เสียงแหบแห้ง
ในศาลาศพ หลิวกุ่นเสนาบดีอาวุโส สวมอาภรณ์สีเทา นั่งเงียบบนเก้าอี้ไท่ซือข้างโลงศพ จ้องมองลูกหลานหลิวที่ไว้ทุกข์อยู่นอกศาลา
สีหน้าเขาสงบนิ่ง ราวกับกำลังมองดูละครที่ไม่เกี่ยวข้องกับตน
ขณะนั้น คนรับใช้ที่ประกาศชื่อหน้าประตูร้องเสียงยาว “นายหญิงแห่งจวนจิ้งอ๋อง จิ้งเฟยเสด็จ!”
ในที่สุดสีหน้าหลิวกุ่นก็เจืออารมณ์บ้าง สายตาเขามองข้ามผู้คนที่กราบร่ำไห้อยู่กับพื้น ผ่านลานโล่ง ไปยังทางเดินยาวและมืดมัวด้านตรงข้าม
จิ้งเฟยเดินเข้ามาในศาลาศพโดยมีชุนหรงแม่นมประคอง คุกเข่าลงกับพื้นเสียงดังปึก สะอื้นไห้จนพูดไม่เป็นคำ “ท่านพ่อ!”
บริวารชุดดำหลายคนค่อยๆ ปิดประตูทาสีแดงแปดบานของศาลาศพ พาแม่นมชุนหรงออกไป เหลือเพียงสองพ่อลูก
เสนาบดีหลิวไม่ได้พยุงจิ้งเฟยให้ลุกยืน แต่กลับเป็นฝ่ายลุกยืนเอง หันหน้าเข้าหาโลงศพ หันหลังให้จิ้งเฟย “เจ้าไม่ใช่คนของตระกูลหลิวแล้ว กลับมาทำไม?”
จิ้งเฟยคุกเข่าคลานเข้ามาข้างหน้า คุกเข่าอยู่ข้างเท้าเสนาบดีหลิว เปล่งเสียงอ้อนวอน “ท่านพ่อ แต่เล็กข้าก็โตมาที่นี่ เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของท่าน จะไม่ใช่คนตระกูลหลิวได้อย่างไร?”
เสนาบดีหลิวเอามือไพล่หลัง จ้องมองโลงศพในศาลา “ตั้งแต่เจ้าตั้งครรภ์ทายาทจิ้งอ๋อง ให้คนทำนายออกมาว่าเป็นลูกชาย ก็ไม่ยอมกลับคฤหาสน์หลิวอีกเลย ตั้งใจแน่วแน่จะเป็นแค่เฟยของจิ้งอ๋อง ไม่เป็นคนตระกูลหลิว แล้วจะกลับมาทำไมอีก”
จิ้งเฟยอ้อนวอน “ท่านพ่อ ไม่ใช่ว่าลูกไม่อยากกลับมา แต่ใจปู่มีแต่หลานรักหลิวหมิงเสี่ยน ทุกครั้งที่ข้ากลับจวนหลิว ท่านไม่เคยมองข้าตรงๆ เลย ข้าจะกลับมาทำไม?”
เสนาบดีหลิวเอ่ยต่อ “พวกเจ้าพี่น้องโตมาที่นี่ตั้งแต่เล็ก พี่ใหญ่เจ้าเข้าวัดหยวนเจ๋อ ตัดขาดจากโลกียะจนสิ้นเชิง พี่สาวสามเจ้าบุญบาง ด่วนจากไปเร็ว บัดนี้พี่ชายรองของเจ้าก็ถูกพวกขันทีทำร้าย...”
จิ้งเฟยนิ่งเงียบ
เสนาบดีหลิวสะบัดแขนเสื้อแผ่วเบา พูดอย่างเศร้าหมอง “เจ้ายังจำได้ไหมว่า ห้องนี้เรียกว่าอะไร?”
จิ้งเฟยลังเลครู่หนึ่ง “หอถงซิน”
เสนาบดีหลิวกล่าว “หอถงซินนี้ สร้างขึ้นในฤดูใบไม้ร่วงโฮ่วเต๋อศกที่ 12 ตอนนั้นตระกูลหลิวขนไม้หนานมู่ด้ายทองที่สูงเทียมฟ้ามาจากทะเลใต้แปดต้นทำเสา เป็นตัวแทนพี่น้องแปดคนของตระกูลหลิวในเวลานั้น ตระกูลหลิวมีคำสอนบรรพชนว่า พี่น้องห้ามทำร้ายกันเอง นี่คือสิ่งที่ข้าสอนพวกเจ้ามาตั้งแต่เล็ก แต่พวกเจ้าลืมกันหมดแล้ว”
จิ้งเฟยสะอื้นไห้ “ท่านพ่อ ข้าจำได้”
เสนาบดีหลิวถาม “เจ้าเคยพบกับกรมสืบลับ ตอนนั้นเจ้าบอกว่า พี่ชายรองของเจ้าคิดจะยึดอาวุธไฟของสำนักช่าง... จะให้ข้าพูดต่อหรือไม่?”
จิ้งเฟยหน้าเปลี่ยนสี
นางหันกลับไปมองหาตำแหน่งของชุนหรง แต่นึกขึ้นได้ว่า บริวารชุดดำพาชุนหรงออกไปแล้ว
จิ้งเฟยหันกลับมาทันที จ้องเสนาบดีหลิว พูดเสียงหนักแน่น “ท่านพ่อ พี่รองทำร้ายลูกของข้า ยังส่งคนไปสังหารหลิวเสินหยู นั่นเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขเพียงคนเดียวของพี่สาว! เขาทำร้ายข้าก่อน!”
เสนาบดีหลิวพูดอย่างสงบ “สถานการณ์ตระกูลหลิวทุกวันนี้ ล้วนเป็นความผิดข้าที่สอนพวกเจ้าไม่ดี กลับไปเถอะ ตระกูลหลิวกำลังจะล่มสลาย กลับไปจวนจิ้งอ๋อง เป็นอ๋องเฟยของเจ้าไปเถอะ เจ้ากับข้าพ่อลูก นับแต่นี้ไป ตัดขาดสายสัมพันธ์พ่อลูก เลิกเป็นญาติกัน จะได้ไม่ลากเจ้าลงน้ำไปด้วย”
จิ้งเฟยคุกเข่า คลานมาข้างหน้า กราบข้างเท้าเสนาบดีหลิวพลางสะอื้นไห้ “ท่านพ่ออย่าได้พูดเช่นนั้น ข้าจะไม่กลับไป ท่านจำได้หรือไม่ ตอนข้ายังเล็ก ท่านพาข้าไปเล่นว่าวนอกคฤหาสน์ พาไปเที่ยวชมธรรมชาติ พาไปร่วมชุมนุมบัณฑิต ท่านสอนฉินฉีซูฮวาให้ข้า...ตอนอายุสิบสอง ท่านล้อเล่นว่า โตขึ้นข้าจะกลายเป็นว่าวบินไปบ้านคนอื่น ข้าบอกกับท่านว่า แค่ท่านกระตุกเชือก ข้าก็จะบินกลับมาข้างท่านเอง”
เสนาบดีหลิวอมยิ้ม “ถูกข้าตัดเงินทอง ออกไปข้างนอกพบว่าคนตระกูลหลิวไม่ให้หน้าเจ้าอีก ถึงได้นึกถึงความดีของตระกูลหลิวขึ้นมาหรือ?”
สีหน้าจิ้งเฟยค่อยๆ สงบลง ปล่อยขาของเสนาบดีหลิว “ท่านพ่อ ข้าผิดไปแล้ว คราวนี้ ข้าจะฟังท่านทุกคำ จะไม่หน้าไหว้หลังหลอกอีกเป็นอันขาด”
เสนาบดีหลิวกลับไปนั่งบนเก้าอี้ไท่ซือ กล่าวอย่างปลงตก “เจ้าต้องจำไว้ ตระกูลหลิวไม่ใช่ตระกูลหลิวของเจ้าและข้า แต่เป็นตระกูลหลิวของคนตระกูลหลิวนับพันนับหมื่น เจ้าและข้าอยู่บนเรือลำใหญ่ตระกูลหลิว ร่วมทางได้แค่ช่วงสั้นๆ คนเก่งรุ่นแล้วรุ่นเล่าของตระกูลหลิว ก็แค่วิญญาณที่คอยคุ้มกันเรือ หากประมุขตระกูลหลิวรุ่นแล้วรุ่นเล่าคิดเรื่องนี้ไม่ตก ตระกูลหลิวก็สะสมมรดกพันปีนี้ไม่ได้”
จิ้งเฟยถาม “คราวนี้ท่านพ่อคิดจะทำการใด?”
ท่ามกลางแสงเทียนในศาลาศพ สีหน้าเสนาบดีหลิวริบหรี่ไม่แน่นอน “ศรที่ยิงออกไปแล้ว ไม่มีทางเรียกกลับมาได้ ข้าจะทำสิ่งที่พี่รองของเจ้าทำไม่สำเร็จ”
จิ้งเฟยสั่นสะท้านแผ่วเบา “พี่รองอาจหาญเกินตัว เหตุใดท่านพ่อถึงต้องไปบ้าจี้ตามเขาด้วย?”
เสนาบดีหลิวถอนหายใจ “เขาทิ้งเรื่องยุ่งเหยิงนี้ไว้ ข้าต้องจัดการแทนเขา...ย้อนกลับไม่ได้แล้ว ข้าจะส่งสาวใช้คนหนึ่งไปอยู่ข้างเจ้า ยามสำคัญ เจ้าต้องร่วมมือกับนางทำเรื่องหนึ่ง”
จิ้งเฟยถามต่อ “ท่านพ่อจะให้ข้าทำอะไร?”
เสนาบดีหลิวพูดเสียงเรียบ “สิ่งที่เจ้าไม่ควรถาม ก็อย่าถามเลย ถึงเวลาก็จะรู้เอง”
จิ้งเฟยลังเลอยู่นาน คุกเข่าคลานมาหน้าเสนาบดีหลิว “ท่านพ่อ ข้ายินดีช่วยท่าน แต่หลังจากสำเร็จแล้ว...”
ขณะลูบแก้มจิ้งเฟยแผ่วเบา แววตาของเสนาบดีหลิวเปลี่ยนเป็นลึกล้ำ “ตอนนี้ข้ามีลูกสาวแค่เจ้า อนาคตของแผ่นดินนี้ ของตระกูลหลิวนี้ ล้วนเป็นของเจ้าและลูกเจ้า คราวนี้ ตระกูลหลิวถูกพี่รองของเจ้าบีบให้ต้องลงเดิมพันครั้งใหญ่”
จิ้งเฟยบรรจงลุกยืน ปาดน้ำตาบนแก้มตัวเอง กล่าวเสียงสงบนิ่ง “ข้าน่าจะให้กำเนิดทายาทอ๋องได้อีก แต่อ๋องยังมีลูกชายอีกคน คือจูหยุนซี ท่านพ่อ ข้าต้องการคำมั่นสัญญา”
เสนาบดีหลิวหัวเราะ “นี่สิถึงจะสมเป็นลูกหลานตระกูลหลิวข้า จะมัวร้องไห้ฟูมฟายอยู่ไย? เจ้าไม่ต้องกังวลเรื่องจูหยุนซีอีก ในไม่ช้า หรืออีกไม่กี่วัน ก็คงจะได้ข่าวดี หยุนเฟยสมคบกับพี่รองของเจ้า ลูกของนางก็จะถูกกำจัดไปด้วย ให้เจ้าได้ระบายความแค้น”
มุมปากจิ้งเฟยยกขึ้นเล็กน้อย
ขณะนั้น เสนาบดีหลิวเปลี่ยนประเด็น “เรื่องเด็กฝึกโรงยาไท่ผิงคนนั้น เล่าให้ข้าฟังหน่อย คนที่เจ้าไปรับปากเขาว่า จะให้เงินสองพันตำลึงแลกกับชีวิตพี่รองของเจ้า เฉินจี้น่ะ”
จิ้งเฟยชะงักไปครู่ “ท่านพ่อถามถึงเขาทำไมหรือ?”
เสนาบดีหลิวไม่ตอบ
จิ้งเฟยครุ่นคิดครู่หนึ่ง “คนผู้นี้ไหวพริบฉับไว เป็นเขาเองที่ค้นพบว่า ถ้วยที่พี่รองมอบให้ข้ามีปัญหา ภายหลังข้าวางแผนใส่ร้ายเขา แต่ไม่รู้ว่าทำไมทางนั้นถึงไหวตัวทัน ซ้ำยังเสียไข่มุกบูรพาที่ท่านมอบให้ข้าไปเม็ดหนึ่งด้วย”
เสนาบดีอาวุโสหลิวกล่าวเนิบช้า “ภายหลังเจ้าใช้คนไปตามหาไข่มุกบูรพาเม็ดนั้นตามโรงจำนำต่างๆ ผลเป็นอย่างไร?”
จิ้งเฟยส่ายศีรษะ “ไม่พบไข่มุกบูรพาเม็ดนั้น น่าจะยังอยู่ในมือเขา”
เสนาบดีอาวุโสหลิวหัวเราะเสียงหนึ่ง “เจ้าเด็กนี่ก็นับว่าใจนิ่งทีเดียว ไข่มุกบูรพาที่มีค่าขนาดนั้น กลับไม่เอาไปแลกเงิน มาคิดดูแล้ว คนที่คอยขัดขวางตระกูลหลิวข้าก็น่าจะเป็นเขา ใครจะคิดได้ว่า คนแบบนี้กลับเป็นเพียงเด็กฝึกโรงยา...เด็กๆ”
บริวารชุดดำหลายนาย เปิดประตูทาสีแดงทั้งแปดบาน เสนาบดีอาวุโสหลิวกล่าวกับจิ้งเฟย “เจ้ากลับไปก่อนเถิด”
จิ้งเฟยลังเลครู่หนึ่ง ท้ายที่สุดก็ลุกขึ้นจากไป “ข้าขอตัว”
ครั้นออกจากคฤหาสน์ตระกูลหลิวแล้ว ชุนหรงที่อยู่ข้างรถม้าเข้ามาประคองนาง แต่กลับเห็นนางชูข้อมือตบหน้าชุนหรงอย่างแรง “ไอ้คนเลี้ยงเสียข้าวสุก!”
ชุนหรงก้มหน้าอย่างอึดอัด ไม่กล้าเอ่ยแม้แต่คำเดียว
ภายในศาลาศพ เสนาบดีอาวุโสหลิวนั่งอยู่บนเก้าอี้ไท่ซือไม่ยอมลุก เพียงกล่าวสั่งบริวารชุดดำนายหนึ่งด้วยสีหน้าเย็นชา “ไปบอกอาจารย์เฝิง ก่อนจะตั้งศพเจ้ารองครบเจ็ดวัน ให้เอาหัวเฉินจี้กับจินจูมาฝังเป็นเพื่อนเจ้ารองให้ได้”
“นายท่าน แล้วโอรสอ๋องกับธิดาอ๋องล่ะขอรับ?”
“จับเป็น พากลับมา”
......
......
ขณะนี้
เฉินจี้เดินอยู่บนถนนถ่านหินในเมืองเล็ก สองข้างทางเต็มไปด้วยเสียงเมามาย เสียงลวนลามนางโลม เสียงเขย่าลูกเต๋า ไม่มีใครสนใจเขาเลย
เขาได้ค้นพบว่า เมืองเล็กแห่งนี้ ตอนซื้อของขายของไม่ได้ใช้เหรียญทองแดง เงินตรา แต่เป็นไม้นับแท่งๆ หากไม่มีไม้นับนี้ ต่อให้มีเงินตราก็ไร้ประโยชน์
ด้วยเหตุนี้ คนนอกที่เข้ามาในเมืองเล็ก จะขยับตัวแม้แต่ชุ่นเดียวยังยาก
เฉินจี้ยืนหน้าโรงยา มองดูอย่างเงียบงัน เดิมทีเขาตั้งใจจะเข้าไปซื้อยาให้ไป๋หลี่อย่างเปิดเผย แต่ตอนนี้มีเงินก็ใช้ไม่ได้
ได้แต่รอโรงยาปิดแล้วค่อยไปขโมย
ขณะนั้นเอง ขบวนม้ากลุ่มหนึ่งเข้ามาจากนอกเมืองเล็ก นำหน้าโดยชายวัยกลางคนในชุดเสื้อคลุมสีเขียว ด้านหลังคือบริวารชุดดำสีหน้าเย็นชานับสิบคนขี่ม้าตาม
สองข้างทาง เหล่าทหารพอเห็นขบวนม้านี้ก็พลันเงียบเสียง ยืนคารวะอย่างนอบน้อมสองข้างถนน “อาจารย์เฝิง”
“สายัณห์สวัสดิ์ อาจารย์เฝิง”
เฉินจี้ครุ่นคิดครู่หนึ่ง แล้วหันหลังกลับ เดินตามขบวนม้านี้ไปด้านหลัง
อาจารย์เฝิงเอาแต่มองตรง บังคับม้ามาถึงหน้าร้านเหล้าแห่งหนึ่ง ด้านในมีทหารกลุ่มหนึ่งกำลังดื่มเหล้าเมามาย
เมื่ออาจารย์เฝิงชี้มือส่งเดช บริวารชุดดำด้านหลังเขาก็กระโดดลงจากม้า ลากผมทหารคนหนึ่งออกมาจากร้านเหล้า พวกทหารคนอื่นเห็นดังนั้นต่างลุกขึ้น แต่ถึงจะโกรธแค้นก็ไม่กล้าเอ่ยคำใด
อาจารย์เฝิงนั่งบนหลังม้า กล่าวอย่างไม่ใส่ใจ “แม่ทัพหลี่ ป่านนี้แล้ว ยังมีอารมณ์ดื่มเหล้าอยู่อีกหรือ?”
แม่ทัพหลี่รีบคลานลุกขึ้นจากพื้น “ขอรายงานอาจารย์เฝิง กองค้นหาออกไปแล้ว ถึงตอนนี้ยังไม่มีข่าวคราว”
อาจารย์เฝิงอมยิ้ม “คำตอบนี้ ข้าไม่พอใจ”
ตุ้บ! บริวารชุดดำชักดาบฟันทันที ศีรษะแม่ทัพหลี่ร่วงกระทบพื้น
อาจารย์เฝิงชี้ไปยังทหารอีกคนในร้านเหล้า “นับแต่นี้ไป เจ้าคือผู้ปกครองที่นี่ เลิกดื่มเหล้าก่อน ปิดล้อมค่ายทหารทุกทิศ ค้นหาบ้านทุกหลัง พบใครน่าสงสัยให้จับกุมไม่เว้น”
ทหารคนนั้นกล่าวอย่างลังเล “อาจารย์เฝิง ค่ายทหารเราเฝ้ายามรัดกุม...”
อาจารย์เฝิงหัวเราะอีกครั้ง “ข้างนอกหาทั้งวันก็ไม่เจอคน ในเมื่อไม่อยู่ข้างนอก ก็ต้องอยู่ข้างในแน่นอน……เฮ้อ เปลี่ยนคนแล้วก็ยังเจอพวกบ้าน้ำลาย เอาคนอื่นมาคุยกับข้า”
ชั่วพริบตาถัดมา บริวารชุดดำพุ่งเข้าไปพร้อมกับฟันดาบ ศีรษะอีกหัวกลิ้งเกลือกอยู่บนพื้น เลือดสาดกระเซ็นจนทั้งร้านเหล้าแดงฉาน
ทหารนายหนึ่งเช็ดคราบเลือดบนหน้า แล้วกระแทกชามเหล้าลงพื้น คุกเข่าข้างเดียวบนเศษกระเบื้อง “อาจารย์เฝิง ผู้น้อยขอรับภารกิจหนักหนานี้เอง ก่อนยามจื่อ จะพลิกค่ายทหารกลับด้าน หากไม่พบตัวคน ผู้น้อยจะเอาหัวมาให้”
อาจารย์เฝิงมองคนผู้นี้ด้วยความสนใจ แล้วโยนกระดาษขาวปึกหนึ่งใส่หน้าอีกฝ่าย “ต้องแบบนี้ ข้าชอบคนทะเยอทะยาน นายท่านก็ชอบคนทะเยอทะยาน ไปทำงานเถิด คนบนภาพ ฆ่าได้ไม่ต้องเว้น”
ทหารรับภาพมาคลี่ดู บนนั้นชัดเจนว่าเป็นเด็กหนุ่มร่างผอม
(จบตอน)
______________
ลงทุกวันจันทร์ อังคาร พุธ เสาร์
ปัจจุบันแปลถึงตอน: 0317
ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/
#พระเอกฉลาด #นิยายแฟนตาซี #qingshan
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น