ตอนที่ 0083 ปิดปาก



“ผู้ดูแลร้านตัดเสื้อหลี่จี้  เมื่อคืนเห็นกลุ่มชาวยุทธหนีออกมาจากตรอกชุดแดงหรือ?”


“ขอรับใต้เท้า  จอมยุทธทั้งสี่ท่าทางลนลาน  น่าสงสัยยิ่งนัก”


หิมะในเมืองหลัวยังไม่ละลาย


ลมหนาวพัดหวือแผ่วต่ำ  คบเพลิงส่ายไหว  ส่องให้เห็นมือของหน่วยสืบลับที่กำด้ามดาบแน่นขึ้นทันใด  ใต้งอบมีไอขาวพ่นออกมาจากลมหายใจ  ดุจสัตว์ร้ายหิวโหยที่พบเหยื่อใหม่


บรรดาหน่วยสืบลับหันมองเฉินจี้โดยไม่รู้ตัว  รอให้เขาตัดสินใจ


เฉินจี้ใช้ผ้าสีเทาปิดบังใบหน้า  ก้มศีรษะครุ่นคิด


ดังคำกล่าวที่ว่า  ทุบลงไปสามไม้  ย่อมทำลายความซื่อสัตย์ในยุทธภพ  คำให้การสามหน้าย่อมมีชื่อพี่น้องทุกประโยค  จอมยุทธเหล่านี้มิใช่คนกระดูกแข็ง  หากกรมสืบลับจับตัวพวกเขาได้  ย่อมลากโอรสอ๋องกับไป๋หลี่เข้ามาพัวพันแน่


แต่หากเขาจงใจนิ่งเฉย  ซีเฟิงก็มิใช่คนโง่


ท่ามกลางแสงไฟที่ส่ายไหว  ผ้าชุบน้ำมันบนคบเพลิงละลายจากไฟ  หยดเปลวเพลิงร่วงลงบนพื้นหินสีเขียวคราม


ทันใดนั้น  สายลมก็หยุดนิ่ง  แสงไฟไม่ไหวติงอีก


เฉินจี้เงยหน้ามองหน่วยสืบลับที่มารายงาน  กล่าวเสียงเรียบ  “พาคนดูแลร้านตัดเสื้อหลี่จี้มาสอบปากคำ”


ครู่หนึ่ง  ชายวัยกลางคนแต่งกายอย่างเศรษฐี  เดินยิ้มประจบเข้ามา  “ขอคารวะใต้เท้าทุกท่าน  ข้าน้อยหลี่ปิง”


เฉินจี้กวาดตามองอีกฝ่าย  ถามเสียงเรียบ  “เจ้าเห็นพวกชาวยุทธที่ใด  เล่าให้ละเอียด”


หลี่ปิงรีบตอบ  “ตอนที่พวกท่านปิดล้อมตรอกชุดแดง  คนเหล่านั้นกำลังหนีออกจากตรอกหลังของตรอกชุดแดง  คนหนึ่งตกใจจนดาบหล่น  วิ่งไปสองก้าวแล้วหันกลับมาเก็บ”


เฉินจี้ขมวดคิ้วผิดหวัง  “ขลาดกลัวเช่นนี้  ไม่น่าเป็นลีลาของโจรราชวงศ์จิ่ง”


ซีเฟิงที่อยู่ข้างๆ ก็ผิดหวังเช่นกัน  “โจรราชวงศ์จิ่งแม้น่าเกลียด  แต่ทุกคนผ่านการฝึกมาอย่างดี  ไม่ใช่โจรกระจอกเช่นนี้แน่”


หลี่ปิงพลันเอ่ยเสริม  “อีกอย่างหนึ่ง  ตอนนั้นในตรอกหลัง  มีคนร้องเรียกให้พวกเขาช่วยปีนกำแพง  คนหนึ่งไปช่วย  แต่ยังไม่ทันช่วยคนข้างในปีนออกมา  ก็รีบวิ่งหนีออกมา  พร้อมกับบอกพวกพ้องว่า  ‘รีบไป  ช่วยไม่ได้แล้ว  พวกเขาถูกหกคนล้อมไว้’  ตอนพวกเขาพูดกัน  เสียงผ่านตัวข้าน้อย  ทางนี้ได้ยินชัดแจ้ง”


ซีเฟิงเปลี่ยนสีหน้า  หันมองเฉินจี้  “ใต้เท้า  หกคนที่ล้อมพวกเขา  น่าจะเป็นฝ่ายเราเอง  มือสังหารออกมือเพื่อปกปิดคนในสวนหลังนั่น!  แม้ไม่รู้ว่าคนที่ถูกล้อมเป็นใคร  แต่ต้องสำคัญมากแน่!”


เฉินจี้แอบหายใจเข้าลึกๆ  ผู้ดูแลร้านคนนี้  ฟังได้ละเอียดเกินไป  เขาอยากจะปิดก็ปิดไม่มิด  “ผู้ดูแลหลี่  ท่านเห็นพวกเขาวิ่งไปทางใด?”


“ไปทางตะวันตก  ตามถนนหลัวอี้  แต่ข้าน้อยไม่ทราบว่า  สุดท้ายพวกเขาไปที่ใด”


เฉินจี้ผ่อนลมหายใจ  เมืองหลัวกว้างใหญ่ไพศาล  จะตามหามนุษย์สี่คนก็ไม่ใช่เรื่องง่าย  อย่างน้อยก็คงพอถ่วงเวลาได้บ้าง


ทว่าขณะนั้น  หลี่ปิงกลับพูดอย่างอืดอาด  “แต่ข้าน้อยรู้ว่า……พวกเขาพักอยู่ที่ใด!”


เฉินจี้  “อืม?”


หลี่ปิงรีบกล่าว  “ชาวยุทธทั้งสี่มาถึงเมืองหลัวเมื่อครึ่งเดือนก่อน  ข้าน้อยจำพวกเขาได้  เพราะแม้จะแต่งกายธรรมดาและซอมซ่อ  แต่กลับใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย  ทั้งสี่คนพอมาถึงเมืองหลัวแล้ว  ก็มาสั่งตัดเสื้อที่ร้านข้าคนละสองชุด  ล้วนเป็นแบบปกตั้ง  แขนกว้าง  นิยมใส่ฤดูใบไม้ร่วง  ยังเลือกลายหนูทองประณีตอีกด้วย”


หลี่ปิงกล่าวต่อ  “ทั้งสี่คนวัดตัวเสร็จก็จากไป  พอสั่งให้ตัดเสร็จแล้ว  ก็ส่งไปยังโรงเตี๊ยมฝูหลายทางตะวันตก”


ลายหนูทองที่ว่า  คือลายปักตามขอบแขนขอบปก  ฝีมือปักซับซ้อน  เป็นที่นิยมในหมู่ขุนนางข้าราชการ  ราคาแพงลิบลิ่ว


ยิ่งหลี่ปิงพูดมาก  หัวใจเฉินจี้ยิ่งหนักอึ้ง


เขาเคยพบคนทั้งสี่มาก่อน  ในวันนั้น  ที่หอปักไหมตรอกชุดขาว  ตอนพบหลิ่วหังโส่ว  คนสิบสองชีวิตที่อยู่ในหอด้วยกัน  นอกจากเฉินจี้  โอรสอ๋อง  ไป๋หลี่  เซ่อเติงเค่อ  หลิวฉวีซิง  เหลียงโก่วเอ๋อร์  เหลียงมาวเอ๋อร์  สามเณรน้อยแล้ว  ก็เป็นสี่คนนี้นี่เอง


เมื่อคราวนั้น  ทั้งสี่สวมเสื้อปกตั้งแขนกว้าง  ขอบแขนปักลายหนูทองพอดี!


อีกทั้ง  เวลาที่มาถึงเมืองหลัวก็ตรงกัน  สี่คนนี้เดิมชีวิตฝืดเคือง  หลังผูกมิตรกับโอรสอ๋องจึงเริ่มสบาย


แต่แม้โอรสอ๋องจะดีกับพวกเขาเพียงนั้น  ยามเผชิญอันตราย  พวกเขากลับทอดทิ้งโอรสอ๋องและไป๋หลี่


ซีเฟิงที่อยู่ข้างกาย  มองใบหน้าด้านข้างของเฉินจี้  “ใต้เท้า  พวกเราจะทำอย่างไรต่อดี?”


เฉินจี้เอ่ยเสียงราบเรียบดุจน้ำนิ่ง  “ล้อมโรงเตี๊ยมฝูหลาย  ควบคุมตัวพวกเขา”


สิ่งเดียวที่เขาหวังได้ตอนนี้คือ  สี่คนนั้นไม่โง่เขลาถึงขนาดว่า  อุตส่าห์หนีออกจากตรอกชุดแดงได้แล้ว  ยังย้อนกลับไปที่โรงเตี๊ยมราวกับคนไม่มีสมอง


......


......


นอกโรงเตี๊ยมฝูหลาย  หน่วยสืบลับหลายสิบนาย  คาดดาบเอว  เพียงชั่วสิบกว่าลมหายใจ  พวกเขาก็เคลื่อนกายเบาหวิว  ล้อมโรงเตี๊ยมแน่นหนา  ทั้งสวนหลัง  ด้านข้างทั้งสอง  คอกม้า  ไม่ปล่อยให้หลุดรอดแม้แต่จุดเดียว


หากชาวยุทธขั้นหลังฟ้าทั้งสี่อยู่ในโรงเตี๊ยม  ต่อให้มีปีกก็บินหนีไม่พ้น


ท่ามกลางความเงียบงัน  เฉินจี้ก้าวข้ามธรณีประตูโรงเตี๊ยมเป็นคนแรก


ชั้น 1 ของโรงเตี๊ยมเป็นร้านสุราเรียบง่าย  ยามนี้ปิดร้านแล้ว  เก้าอี้ไม้เช็ดสะอาด  คว่ำพาดบนโต๊ะเรียบร้อย  หลังโต๊ะบัญชีมีลูกจ้างหนุ่มคนหนึ่ง  หลับสนิท  ฟุบอยู่บนลูกคิด  ข้างกายจุดตะเกียงน้ำมันดวงหนึ่ง


เฉินจี้เดินมาถึงหน้าโต๊ะบัญชี  ตบไหล่ลูกจ้างแผ่วเบา


ลูกจ้างเงยหน้าขึ้นอย่างง่วงงุน  พูดราวกับละเมอ  “แขกผู้ใดจะพักที่ร้านหรือ?  ห้องชั้นฟ้าคืนละหนึ่งร้อยสี่สิบเหรียญ  ห้องชั้นดินคืนละสี่สิบห้าเหรียญ  คอกม้าแค่นอนพอผ่านคืน  คิดสิบสองเหรียญ...”


พูดไปสักพัก  ลูกจ้างก็เห็นเฉินจี้ที่คลุมหน้า  กับหน่วยสืบลับคาดดาบหลายนายด้านหลัง  สติพลันกลับมาในทันที!


เขาตัวสั่นเทา  พูดอย่างตะกุกตะกัก  “ต…ใต้เท้าทั้งหลาย  ข้าน้อย...ข้าน้อยไม่เคยทำผิดเลยขอรับ”


เฉินจี้ถาม  “อย่ากลัว  ข้าจะถามเจ้าเพียงเรื่องเดียว”


“เชิญใต้เท้าถามมาได้”


“ที่นี่มีชาวยุทธสี่คน  พกดาบพกกระบี่  เข้าพักบ้างหรือไม่?”


ลูกจ้างรีบตอบ  “มีขอรับ!”


“พวกเขายังอยู่ในโรงเตี๊ยมหรือไม่?”


ลูกจ้างเล่าโดยละเอียด  “อยู่ขอรับ  เมื่อวานพวกเขาออกไปข้างนอก  บอกว่าจะไปเที่ยวตรอกชุดแดง  แต่ยังไม่ทันเที่ยงคืนก็กลับมาก่อนกำหนด  ท่าทางดูรีบร้อน  หลังจากนั้น  ทั้งสี่คนก็สั่งเหล้ายาอาหารขึ้นห้อง  ไม่ออกมาอีกเลย”


นี่คือคำตอบที่เฉินจี้ไม่อยากได้ยินที่สุด  เขานิ่งเงียบครู่หนึ่ง  “พวกเขาพักห้องไหน?”


ลูกจ้างชี้ไปทางบันได  “ขึ้นบันไดไป  ห้องที่สามทางขวามือ  ห้องชั้นฟ้า  หน้าประตูแขวนป้าย  ‘ชุนสุ่ย’  ขอรับ”


ยังไม่ทันเฉินจี้จะสั่งการ  ซีเฟิงก็ส่งสายตาไปหาหน่วยสืบลับ  หลายนายชักดาบเอวออกมาทันที  ย่องกายขึ้นไปชั้นบนอย่างระมัดระวัง


เฉินจี้จะตามขึ้นไปด้วย  แต่ไม่ทันระวัง  ถูกซีเฟิงกดไหล่เอาไว้  “ใต้เท้า  ใต้เท้าจินจูกำชับเป็นพิเศษว่า  ท่านไม่มีวรยุทธ์ติดตัว  ให้พวกเราคุ้มครองท่านอย่างดี  เรื่องอันตรายเช่นนี้  ให้พวกเราจัดการเองเถิด  ท่านอย่าเอาตัวเข้าเสี่ยงเลย”


เฉินจี้พินิจสีหน้าใต้งอบอีกฝ่าย  จริงใจจริงจัง  แววตาแน่วแน่ไม่หวั่นไหว  อีกฝ่ายไม่ได้สงสัยตน  แต่จินจูสั่งไว้จริงๆ


เขาถอนหายใจเงียบงัน  ยืนนิ่งข้างโต๊ะบัญชีไม่ขยับ  “พวกท่านระวังตัวด้วย”


หน่วยสืบลับถีบประตูห้องชุนสุ่ยเปิดผ่าง  หน่วยสืบลับถือดาบยาว  เรียงแถวกรูเข้าไป  จิตฆ่าฟันลอยโชย


แต่ในวินาทีถัดมา  ใครบางคนก็ตะโกนลั่น  “ใต้เท้า  รีบมาดูเร็ว!”


เฉินจี้คว้าตะเกียงน้ำมันบนโต๊ะบัญชี  วิ่งพรวดขึ้นไป  เขาเบียดผ่านหน่วยสืบลับในโถงทางเดิน  จนมาถึงหน้าประตู  เงยหน้ามองไปยังคานห้อง  ลมหายใจติดขัดทันที


เห็นบนคานห้อง  ชาวยุทธสี่คนที่พวกเขาตามหา  ถูกผ้าขาวสี่ผืนรัดคอ  ห้อยแขวนจากหลังคาเรียงเป็นระเบียบ!


ไม่เพียงเท่านั้น  ผิวหน้าทั้งสี่ถูกถลกออกจนหมด  เหลือเพียงกล้ามเนื้อใบหน้าเปื้อนเลือด  เปิดเปลือยในอากาศ  น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก


หน่วยสืบลับทำหน้านิ่งเฉย  ราวกับเห็นเรื่องแบบนี้จนชาชิน  แต่เฉินจี้รู้สึกเหมือนความหนาวเย็นแล่นขึ้นมาในอก  ทั้งสี่คนถูกปิดปากตัดตอนไปก่อนแล้ว


เขากลั้นอดความไม่สบายใจ  เดินเข้าไปตรวจศพ


ศพเย็นเฉียบ  แข็งทื่อ  อาการแข็งลามทั่วร่าง  ตายมาอย่างน้อยสองชั่วยามขึ้นไป


เฉินจี้เดินมาทางประตู  กลอนประตูดูแล้วไม่เสียหาย


เขาเดินไปริมหน้าต่าง  เห็นแผ่นทองแดงที่ใช้ปิดหน้าต่าง  ถูกอาวุธคมตัดขาด  ฆาตกรเข้ามาทางหน้าต่าง


“เอาพวกเขาลงมา  ถอดเสื้อผ้าออกให้หมด!”  เฉินจี้สั่งเสียงเย็น


หน่วยสืบลับต่อตัวเป็นบันได  ปลดศพทั้งสี่ลงมาวางบนเตียง


ครั้นถอดเสื้อผ้าออกหมด  ทุกคนมองเห็นด้วยแสงจันทร์นอกหน้าต่าง  แต่ละศพมีตะปูทองแดงปักบนอกซ้าย  ตะปูแทงเฉียบขาด  คล่องแคล่วจนไม่มีเลือดไหลออกมาแม้แต่หยดเดียว


ผู้ตายไม่ได้ร้องขอความช่วยเหลือ  คนที่สังหารพวกเขา  จะต้องเป็นยอดฝีมือในยอดฝีมือ  ไม่ให้โอกาสพวกเขาตอบโต้แม้แต่น้อย


เฉินจี้ง้างปากศพทั้งสี่  พบว่าทุกคนมีตะปูทองแดงสั้นปักที่ลิ้นเช่นกัน


“นี่ไม่ใช่การปิดปาก  แต่เป็นการพิพากษา”


“มีคนลงโทษพวกเขา!”


ซีเฟิงเผยสีหน้าหนักอึ้ง  พวกเขาเพิ่งได้เบาะแสใหม่  ยังไม่ทันได้ดีใจ  เบาะแสก็ขาดสะบั้นอีกครั้ง


เฉินจี้มองไปยังซีเฟิง  “ท่านเคยได้ยินวิธีพิพากษาลักษณะนี้หรือไม่?”


ซีเฟิงครุ่นคิด  “ในยุทธภพดูเหมือนเคยมีสองกรณี  แต่รายละเอียดต้องไปตรวจสอบที่ห้องเก็บสำนวนคุกใน  จึงจะทราบได้แน่ชัด……ใต้เท้า  เรื่องนี้มีพิรุธ  คนที่พวกเขาทอดทิ้งก่อนหน้านี้  จะต้องสำคัญมากแน่นอน  ถึงขั้นสังหารพวกเขาโดยไม่ลังเล  ปิดปากตลอดกาล  ยิ่งไปกว่านั้น  ฆาตกรยังจงใจถลกหนังหน้าพวกเขา  เพื่อกันไม่ให้เราสืบจากพยานที่รู้จักพวกเขา  ท่านคิดว่าเป็นฝีมือใคร?”


ฝีมือใคร?


ง่ายนิดเดียว  ใครได้ประโยชน์มากที่สุด  ก็ฝีมือคนนั้น


เฉินจี้ยืนอยู่ในห้องมืดสลัว  มือซ้ายยังถือตะเกียงน้ำมัน  เขาหวนนึกถึงรอยยิ้มสดใสร่าเริงของโอรสอ๋อง  ยากจะทำใจเชื่อว่า  เบื้องหลังอีกฝ่ายซ่อนเล่ห์กลลึกล้ำและหัวใจดุร้ายเช่นนี้


อีกอย่าง  หากโอรสอ๋องมียอดฝีมือระดับนี้คอยจัดการเก็บกวาดข้างกาย  ไหนเลยเมื่อคืนต้องเดือดร้อนให้ตนออกมือ? 


แต่หากจะกล่าวว่า  ไม่ใช่ฝีมือโอรสอ๋อง  แล้วจะเป็นใครได้อีก?!


ภาพโอรสอ๋องยิ้มแย้มแจ่มใสในความทรงจำของเฉินจี้  เริ่มพร่าเลือนทีละนิด  เสมือนมีเงามืดทะมึนค่อยๆ ปกคลุมใบหน้าโอรสอ๋อง


(จบตอน)


______________
ลงทุกวันจันทร์ อังคาร พุธ เสาร์
ปัจจุบันแปลถึงตอน: 0150
ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/
#พระเอกฉลาด #นิยายแฟนตาซี #qingshan

Previous Next

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตอนที่ 0001 กลับสู่ศูนย์

ตอนที่ 0036 เงาในแสงอาทิตย์ (จบบทนำ)

ตอนที่ 0091 ต้นแอปริคอตแดง