ตอนที่ 0129 ถอนรากถอนโคน



ในตรอกแคบยามราตรีกาล  หน่วยสืบลับชุดดำปิดล้อมทั้งหน้าหลังจนแน่นหนา


เฉินจี้พิงกายอยู่ใต้ชายคา  มองผ่านช่องว่างระหว่างฝูงชน  จับจ้องผู้ดูแลหยวนที่ถูกล้อมอยู่กลางวง


เขาตระหนักในทันใดว่า  ภายภาคหน้าคงไม่มีโอกาสได้ปลิดชีพอีกฝ่ายแล้ว  ระดับความสำคัญที่กรมสืบลับมอบให้ผู้ดูแลหยวนคนนี้  เกินกว่าที่เขาคาดคิดไว้มากนัก


นี่คือสือเฉาแห่งราชวงศ์จิ่งคนแรกที่กรมสืบลับจับได้  หากใช้ประโยชน์จากเขาได้ดี  ย่อมสามารถฉีกแผลใหญ่ของกรมข่าวกรองราชวงศ์จิ่งได้แน่นอน


จินจูไม่สนใจผู้ดูแลหยวน  กลับเบียดออกมาจากฝูงชน  ลากเฉินจี้ไปอยู่อีกฟากหนึ่ง


เขาเอ่ยด้วยเสียงกดต่ำ  “เจ้าหนุ่ม  ใจกล้าเกินไปแล้ว!  ยังไม่ทันได้ก้าวเข้าสู่เคล็ดวิชาเลย  กลับบังอาจไล่ตามเขามาเพียงลำพัง?  หากเขายังมีกำลังเหลือพอจะขัดขืนเล่า?  แม้แต่สัตว์ที่ถูกต้อนจนมุม  ยังดิ้นรนสู้จนลมหายใจสุดท้าย  หากเขาใจแข็งลากเจ้าลงนรกไปด้วย  เจ้าจะไปฟ้องใครได้?”


เฉินจี้อธิบายว่า  “ใต้เท้า  อันธพาลผู้นี้มีตัวตนไม่ธรรมดา  พวกเรายังต้องอาศัยเขาสอบสวนเรื่องใหม่ๆ อีก  จะปล่อยให้เขาหลบหนีไปได้อย่างไร?”


จินจูหัวเราะปนขื่นขม  “ก็เป็นความผิดของข้าด้วย  เกรงว่าเจ้าจะแสดงได้ไม่สมจริง  จึงไม่ได้บอกแผนการนี้ก่อน  คืนนี้ทุกอย่างล้วนเป็นบทละครที่จัดแจงไว้แล้ว  ไม่มีทางให้เขาหลุดรอดไปได้หรอก”


เฉินจี้ยิ้มกล่าว  “ไม่ทำให้แผนการของใต้เท้าผิดพลาดก็ดีแล้ว”


จินจูกำชับแล้วกำชับอีก  “อย่าได้บุ่มบ่ามเช่นนี้อีกเป็นอันขาด!”


เขาหันกลับเข้าไปในตรอกแคบ  โบกมือให้หน่วยสืบลับถอยออกไป  ส่วนตัวเองนั่งยองๆ อยู่หน้าผู้ดูแลหยวน  กล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม  “ผู้ดูแลหยวน  ฟื้นแล้วหรือ?  หากเมื่อครู่ไม่ใช่เทียนหม่าป้อนยา ‘สะพานเทพ’ ที่หัวหน้าสำนักเขาหวงปรุงขึ้น  ป่านนี้เจ้าคงจมดินดำไปแล้ว”


“ข้ารู้  ข้ารู้  ข้าจำ ‘สะพานเทพ’ ได้”  ผู้ดูแลหยวนรีบพยักหน้าหัวทิ่มหัวตำ


จินจูยิ้มกว้าง  “แล้ว…ตอนนี้เจ้ามีอะไรอยากจะบอกบ้างไหม?  คำสั่งลายพระหัตถ์ของเสนาบดีฝ่ายใน  เจ้าก็ได้เห็นแล้ว  หากยอมร่วมมือ  อนาคตอันรุ่งโรจน์กำลังรอเจ้าอยู่”


ผู้ดูแลหยวนก้มหน้า  ขบคิดดิ้นรนอยู่ครู่หนึ่ง  พอเงยหน้าขึ้นมาจึงกล่าว  “ในเมืองหลัว  ข้ายังมีพวกพ้องอีกมากที่ยังไม่ถูกจับ!”


จินจูยกมุมปากเล็กน้อย  แววตาซ่อนรอยยิ้มไว้ไม่มิด  “โอ้?  ไหนลองพูดมา!”


ผู้ดูแลหยวนกัดฟันกล่าว  “คังป๋อ  เสมียนใหญ่ประจำเมิ่งจิน  เป็นคนของพวกเรา!”


จินจูส่งสายตาให้หน่วยสืบลับ  ทันใดก็มีคนรีบจากไป  ควบม้าเร่งฝีเท้าไปยังเมืองเมิ่งจินเพื่อจับกุมคังป๋อมาดำเนินคดี


ผู้ดูแลหยวนกล่าวต่อ  “ลูกจ้างในหออิ๋งเซียน  จางถง  เจ้ากว่าง  ล้วนเป็นคนของพวกเรา”


จินจูชื่นชม  “สถานที่พวกนี้  เหมาะกับคำว่าลงทุนน้อยได้ผลมากจริงๆ  หออิ๋งเซียนเป็นแหล่งชุมนุมของขุนนางทรงอำนาจ  ระหว่างงานเลี้ยงคุยกันเรื่องใดก็อาจเป็นความลับสำคัญได้ทั้งสิ้น”


ผู้ดูแลหยวนส่ายหน้า  “พวกคนใหญ่คนโตน่ะ  พอดื่มสุราแล้วชอบคุยโวโอ้อวด  คนของเราที่แฝงตัวอยู่ที่นั่น  ได้ยินข่าวใหญ่โตทุกวัน  แต่ภายหลังมักพิสูจน์ว่าเป็นเท็จ  ครั้งก่อนมีนักปราชญ์หนุ่มคนหนึ่งดื่มสุราแล้ว  อ้างว่าตนมีญาติเป็นข้าหลวงสองแคว้น  ยังเล่าความลับของสองแคว้นมากมาย  พวกเราอนุมัติงบประมาณเพื่อตีสนิท  เลี้ยงดูปูเสื่อเป็นอย่างดี  ชักจูงให้เขาเปลี่ยนข้าง  ภายหลังกลับพบว่า  เขาเพียงแค่เคยเห็นหน้าข้าหลวงสองแคว้นแต่ไกลเท่านั้น!”


จินจูอ้าปากค้าง  นิ่งงันไปครึ่งค่อนวัน


ผู้ดูแลหยวนกล่าวต่อ  “ร้านข้าวน้ำมันข้างศาลากลางก็เป็นของพวกเราเปิดเช่นกัน”


“ตำหนักหมิงฉวนในตรอกชุดขาว  หงซิ่วเจาในตรอกชุดแดง  ล้วนเป็นของพวกเราเปิดทั้งสิ้น”


ยิ่งผู้ดูแลหยวนพูดมากเพียงใด  จินจูยิ่งฟังก็ยิ่งตกตะลึง  เขาไม่คิดว่าในเมืองหลัวจะยังมีโจรราชวงศ์จิ่งแฝงตัวอยู่มากมายเพียงนี้  และเพียงผู้ดูแลหยวนคนนี้อ้าปาก  ก็กวาดล้างกรมข่าวกรองในเมืองหลัวได้สิ้น!


ทว่า  นี่ยังไม่ใช่สิ่งที่จินจูอยากรู้ที่สุด  เขาถามเสียงเย็น  “พวกปลาซิวปลาสร้อยเหล่านี้น่ะ  จะจับเมื่อไรก็ได้  ข้าอยากรู้แต่เพียงว่า  คนใหญ่คนโตในจวนจิ้งอ๋องที่สมคบกับพวกเจ้า  ใช่จิ้งอ๋องหรือไม่?!”


กลับได้ยินผู้ดูแลหยวนกล่าวว่า  “ไม่ใช่จิ้งอ๋อง  เป็นหนึ่งในเฟยของอ๋อง”


หัวใจของเฉินจี้เริ่มเต้นระรัวอีกครั้ง  สายตาจับจ้องผู้ดูแลหยวนไม่วางตา


หากอีกฝ่ายเอ่ยถึงหยุนเฟย  ตนจะทำอย่างไรดี?  หาทางปลิดชีพหยุนเฟย  หรือหลบหนีไปก่อนที่หยุนเฟยจะถูกจับ?


ตรงหน้าผู้ดูแลหยวน  จินจูหรี่ตาลง  “เฟยคนใด?  หยุนเฟยหรือจิ้งเฟย?”


ผู้ดูแลหยวนกล่าว  “ข้าก็ไม่แน่ใจ”


จินจูโกรธจนทนไม่ไหว  “เจ้าเป็นสือเฉา  แต่กลับบอกว่าไม่แน่ใจหรือ?”


เฉินจี้ข้างๆ ก้าวออกมา  “ใต้เท้า  ข้าว่าน่าจะเป็นจิ้งเฟย”


จินจูค่อยๆ หันมามองเขา  “เพราะนางเป็นน้องสาวของหลิวหมิงเสี่ยนหรือ?”


“ถูกต้อง”


จินจูกล่าว  “แต่ข้ามีสายข่าวรายงานว่า  จิ้งเฟยกับหลิวหมิงเสี่ยนบาดหมางกันมานานแล้ว  สองพี่น้อยเคยทะเลาะกันที่ศาลเจ้าตระกูลหลิวเมื่อต้นปี  จิ้งเฟยย่อมไม่ร่วมมือกับแผนการของหลิวหมิงเสี่ยนแน่”


เฉินจี้ไตร่ตรองอยู่นาน  “แต่หากผู้บงการเบื้องหลังแผนการกบฏ  เดิมทีก็เป็นเสนาบดีอาวุโสหลิวกุ่นอยู่แล้วล่ะ?  จิ้งเฟยอาจปฏิเสธคำสั่งของหลิวหมิงเสี่ยนได้  แต่ปฏิเสธคำสั่งของบิดาไม่ได้แน่  ในเมื่อตระกูลหลิวไม่ไว้ใจแม้แต่คนของตัวเอง  แล้วจะไว้ใจคนนอกได้อย่างไร”


จินจูครุ่นคิด  “ก็จริง  จะดีจะร้ายก็เป็นครอบครัวเดียวกัน  งั้นเริ่มสืบจากความน่าสงสัยของจิ้งเฟยก่อน  วางกำลังควบคุมทุกคนรอบตัวจิ้งเฟย  ใครก็ตามที่ออกจากจวนอ๋องให้สะกดรอยตามทั้งหมด  ดูว่าพวกเขาไปที่ไหน  พบใคร  พูดอะไร”


เฉินจี้ผ่อนลมหายใจแผ่วเบา


จินจูหันกลับมา  จ้องผู้ดูแลหยวนตาไม่กะพริบ  กล่าวด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ  “เจ้าเป็นถึงสือเฉา  เหตุใดไม่รู้ว่าตัวเองสมคบกับใคร?”


ผู้ดูแลหยวนรีบอธิบาย  “ข้าก็เพิ่งรับตำแหน่ง  เพิ่งได้เป็นสือเฉาเองนะ”


จินจูเลิกคิ้ว  “หมายความว่าอย่างไร”


ผู้ดูแลหยวนกล่าว  “เดิมที  เมืองหลัวอยู่ในความดูแลของสือเฉากุ่ย  เขาเป็นสายตรงของอดีตเสนาธิการทหารลู่จิ่น  ครั้นลู่จิ่นพ้นจากตำแหน่ง  เบื้องบนจึงส่งสือเฉาซินมาเมืองหลัวแทนเขา  ภายหลัง  สือเฉาซินถูกปลิดชีพด้วยอาวุธไฟ  สือเฉากุ่ยหายสาบสูญ  ข้าจึงได้โอกาสขึ้นมาเป็นสือเฉาซินคนใหม่”


จินจูกล่าวอย่างงุนงง  “หรือก็คือ  เจ้าเพิ่งเลื่อนขั้นมาจากเหยี่ยวทะเล...แต่เรื่องสำคัญขนาดนี้  ต่อให้ท่านเป็นสือเฉาวันแรกก็ควรจะรู้สิ”


ผู้ดูแลหยวนอธิบายว่า  “สือเฉากุ่ยกุมสายจวนอ๋องไว้แน่นหนา  บัดนี้เขาหนีไปแล้ว  ข้าแม้แต่จะติดต่อกับจวนอ๋องยังไม่รู้วิธีเลย”


จินจูโกรธจัด  “แล้วเหตุใดเจ้าไม่หาทางติดต่อจวนจิ้งอ๋องใหม่?”


ผู้ดูแลหยวนอ่อนใจ  “ใต้เท้า  ข้ายังคิดหาวิธีไม่ทัน  ก็ถูกท่านจับได้เสียก่อนแล้ว!  หากท่านกับใต้เท้าเสนาบดีฝ่ายในคืนอิสระให้ข้า  ย่อมมีวิธีทดสอบว่า  ใครกันแน่ที่เป็นคนใหญ่คนโตในจวนอ๋อง!”


จินจูถามสืบ  “ผู้ดูแลหยวนจะทดสอบอย่างไร?”


ผู้ดูแลหยวนครุ่นคิดครู่หนึ่ง  จึงกล่าวว่า  “บัดนี้กรมข่าวกรองแห่งราชวงศ์จิ่งในเมืองหลัวถูกถอนรากถอนโคนจนหมดสิ้นแล้ว  จะมีคนของกรมข่าวกรองไปติดต่อกับผู้มีอิทธิพลในจวนอ๋องนั้นอีกย่อมเป็นไปไม่ได้  ขอท่านจัดคนให้ข้าสักสองสามนาย  ข้าจะฝึกฝนพวกเขาอย่างดี  สอนรหัสลับของกรมข่าวกรองทุกรูปแบบ  แล้วส่งพวกเขาไปทดสอบจิ้งเฟย  เมื่อถึงเวลานั้น  จิ้งเฟยเป็นหรือไม่เป็น  ลองดูก็รู้”


จินจูเลียปากแล้วคิดในใจ  นี่มันวิธีเดียวกับที่ซีเฟิงเคยปลอมตัวเป็นหัวหน้ากรมไปหลอกหลิวหมิงเสี่ยนเลยนี่?


แต่วิธีนี้  นับว่าใช้ได้ผลจริง


ผู้ดูแลหยวนเอ่ยถาม  “ใต้เท้าจินจู  ในกรมสืบลับมีสายลับคนใดที่สนิทสนมกับจวนอ๋องหรือไม่  หากมีก็ยิ่งดี  ฝึกฝนเขาจนจบหลักสูตรเมื่อไร  ย่อมหลอกคนใหญ่คนโตผู้นั้นได้แน่”


จินจูค่อยๆ หันมามองเฉินจี้ข้างกาย...


นี่มันคนที่เหมาะสมที่สุดอยู่แล้วนี่หว่า?!


เฉินจี้ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง  สุดท้ายก็ก้าวออกมาข้างหน้า  “ใต้เท้า  เพื่อประโยชน์ส่วนรวม  ข้ารับภารกิจสำคัญนี้ได้”


ทว่าจินจูกลับตวาดด้วยน้ำเสียงขุ่นเคือง  “เจ้าหนุ่ม  เสียสติไปแล้วหรือไร  ทำไมที่ใดมีอันตราย  เจ้าชอบพุ่งเข้าไปเสมอ?  ข้าไม่อนุญาต!”


กล่าวจบ  เขาก็โบกมือเรียกซีเฟิง  “จัดสายลับที่เราฝังไว้ในจวนอ๋องให้ผู้ดูแลหยวน  ภายในครึ่งเดือน  ข้าต้องได้ยินผลการทดสอบ!”


ซีเฟิงประสานมือคารวะ  “ขอรับ”


เฉินจี้จ้องมองผู้ดูแลหยวนด้วยแววตาลุ่มลึก  ไม่กล่าววาจาใดอีก


ผู้ดูแลหยวนเอ่ยถาม  “ใต้เท้าจินจู  ช่วยแพร่ข่าวว่าข้าตายแล้วได้หรือไม่  อีกอย่าง  ข้าต้องการคนคุ้มกันเป็นกรณีพิเศษ  จนกว่าบาดแผลของข้าจะหายสนิท”


จินจูยิ้มกว้างพลางปลอบโยน  “วางใจเถิด  จะมีคนคุ้มกันเจ้า  แม้แต่ยอดฝีมือขั้นแสวงเต๋ามาก็ทำอันตรายเจ้าไม่ได้  เมื่อเรื่องนี้ผ่านพ้นไป  ตัวตนใหม่และตำแหน่งราชการที่ใต้เท้าเสนาบดีฝ่ายในสัญญาไว้  ก็จะถูกส่งมอบพร้อมกัน”


พูดจบ  เขาก็ประคองผู้ดูแลหยวนลุกขึ้นอย่างเป็นมิตร  พาขึ้นรถม้าคันหนึ่ง


เฉินจี้เตรียมจะถอยกลับไปพร้อมซีเฟิง  แต่กลับเห็นจินจูเปิดม่านรถ  แล้วโบกมือเรียกเขา  “เฉินจี้ขึ้นรถ”


เขามุดเข้าไปในรถ  ยังไม่ทันนั่งลงให้มั่นคง  ก็ได้ยินผู้ดูแลหยวนเอ่ยขึ้นทันใด  “จริงสิ  ใต้เท้าทั้งสอง  ข้ายังรู้ความลับเกี่ยวกับลู่จิ่นอีกเรื่องหนึ่ง!”


จินจูตื่นตัวทันที  โน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย  ถามระรัวๆ ราวกับปืนใหญ่  “ลู่จิ่น?  เสนาธิการทหารที่พ้นตำแหน่งแล้วนั่นหรือ?  ความลับอะไร?”


ผู้ดูแลหยวนชั่งใจ  เลือกคำพูดอย่างระมัดระวัง  “ในกรมข่าวกรองราชวงศ์จิ่งมีตำนานเล่าขานกันมาตลอดว่า  อันที่จริง  เสนาธิการทหารลู่จิ่นยังมีน้องสาวอยู่ในราชวงศ์หนิง  ปีนั้นที่เขาสามารถลอบสังหารเสนาบดีกระทรวงการคลังได้  ส่วนหนึ่งก็เป็นผลงานของน้องสาวคนนี้”


จินจูเปล่งเสียงสูง  “ลู่จิ่นยังมีน้องสาวอีกหรือ?  ทำไมข้าถึงไม่เคยได้ยินข่าวลือเรื่องนี้เลย!”


หัวใจของเฉินจี้พลันไหววูบอีกครั้ง  ราวกับมีมือใครมากำไว้แน่น


ผู้ดูแลหยวนคนนี้  หากไม่กำจัดให้สิ้น  ย่อมจะเป็นภัยร้ายไม่สิ้นสุด  เสนาธิการทหารคนใหม่ลู่กวนอู้นั่นก็โง่เขลาพอกัน  กลับส่งไก่อ่อนแบบนี้มาเมืองหลัว!


ในรถม้าที่โคลงเคลงไปมา  ผู้ดูแลหยวนพิงกายอย่างอ่อนแรงกับผนังรถ  พลางอธิบายว่า  “นี่เป็นเพียงข่าวลือ  แต่ข้าคิดว่า  ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นลอยๆ”


สีหน้าจินจูเริ่มเคร่งขรึม  “ลองเล่ามา”


ผู้ดูแลหยวนกล่าว  “ใต้เท้าทราบหรือไม่ว่า  ลู่จิ่นลอบสังหารเสนาบดีกระทรวงการคลังได้อย่างไร?”


จินจูหวนนึกถึงความหลัง  “ข้าเคยอ่านแฟ้มคดีอยู่  วันนั้นเป็นวันขึ้นแปดค่ำเดือนสิบสอง  เสนาบดีกระทรวงการคลังเฉินลู่อี้พร้อมด้วยคนในตระกูลเฉิน  เดินทางไปวัดหยวนเจ๋อเพื่อตีระฆังและแจกข้าวต้ม  ระหว่างทาง  เฉินลู่อี้มีธุระเร่งด่วน  จึงแอบกลับเข้าเมือง  แต่กลับถูกลู่จิ่นซุ่มโจมตีกลางทาง”


เขากล่าวต่อ  “จากผลการตรวจสอบจุดเกิดเหตุ  ตอนนั้นลู่จิ่นลงมือเพียงลำพัง  ตามหลักแล้ว  การสังหารเสนาบดีกระทรวงการคลังย่อมยากยิ่งกว่าขึ้นสวรรค์  แต่บังเอิญว่าวันนั้น  เฉินลู่อี้ทิ้งองครักษ์และบริวารส่วนใหญ่ไว้กับคนตระกูลเฉิน  ตัวเขาเองพาแต่อาจารย์รับเชิญสี่คนติดตาม  นี่จึงเป็นช่องโหว่ให้ลู่จิ่นฉวยโอกาส  ผลลัพธ์ก็คือ  ลู่จิ่นสังหารอาจารย์รับเชิญของตระกูลเฉินทั้งสี่  ตัดศีรษะเฉินลู่อี้  แล้วหลบหนีกลับไปยังเมืองเซิ่งจิงของราชวงศ์จิ่ง”


ผู้ดูแลหยวนเอ่ยถาม  “ใต้เท้าไม่รู้สึกแปลกหรือ  หากไม่มีคนช่วยเหลือ  เขาจะรู้เส้นทางเดินของเฉินลู่อี้ได้อย่างไร  ลู่จิ่นแฝงตัวอยู่ในราชวงศ์หนิง  อดกลั้นมาหลายปี  จนในที่สุดก็สบโอกาส  แล้วในช่วงหลายปีที่เขาอดกลั้น  เขาทำอะไรอยู่?”


จินจูสงสัย  “นั่นก็แค่บอกใบ้ว่า  ลู่จิ่นมีคนช่วย  เจ้ามั่นใจได้อย่างไรว่าเขามีน้องสาว  แถมน้องสาวยังอยู่ในราชวงศ์หนิง?”


ผู้ดูแลหยวนกล่าว  “ลู่จิ่นมีน้องสาวมาตลอด  เพียงแต่เขามักจะบอกกับคนนอกว่า  น้องสาวตนตายตั้งแต่ยังเด็กด้วยโรคฝีดาษ  ทว่าเมื่อเจ็ดปีก่อน  ลู่จิ่นบังคับใช้กฎกองทัพ  ประหารชีวิตขุนนางหนุ่มคนหนึ่ง  บิดาของผู้นั้นเมื่อทราบเรื่อง  เพื่อระบายความแค้นส่วนตัว  จึงไปขุดสุสานบรรพชนตระกูลลู่  ในสุสานนั้น  หลุมศพที่ควรจะฝังน้องสาวของลู่จิ่น  กลับว่างเปล่า  หลังเกิดเรื่อง  ลู่จิ่นลงมือดุจสายฟ้าฟาด  สั่งให้มือสังหารของกรมข่าวกรองกวาดล้างตระกูลขุนนางนั่นจนสิ้นซาก”


ผู้ดูแลหยวนหัวเราะเย้ยหยัน  “คนนอกต่างคิดว่าเขาโกรธแค้นเพราะสุสานบรรพชนถูกขุดคุ้ย  แต่คนอย่างลู่จิ่นจะโกรธเพราะเรื่องแบบนี้ได้อย่างไร  ข้าว่าเขาก็แค่อยากปกปิดเรื่องหลุมศพว่างเปล่า  ใต้เท้า  หากสืบตามเบาะแสเมื่อปีนั้นต่อไป  บางทีอาจสาวถึงตัวน้องสาวของเขาได้”


(จบตอน)


______________
ลงทุกวันจันทร์ อังคาร พุธ เสาร์
ปัจจุบันแปลถึงตอน: 0271
ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/
#พระเอกฉลาด #นิยายแฟนตาซี #qingshan

Previous Next

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตอนที่ 0001 กลับสู่ศูนย์

ตอนที่ 0036 เงาในแสงอาทิตย์ (จบบทนำ)

ตอนที่ 0091 ต้นแอปริคอตแดง