ตอนที่ 0137 กำลังเสริม



บนถนนหินสีเขียวของเมืองอีชวน


เกวียนเทียมวัวนำหน้าเอื่อยเฉื่อย  บรรดานักปราชญ์ทั้งหกแบกหีบห่อตามหลังมาเนิบนาบ


พวกเขาพูดคุยหัวเราะ  ถกเถียงเรื่องชุมนุมบัณฑิตวันพรุ่งนี้  วิพากษ์วิจารณ์คัมภีร์ประวัติศาสตร์และปรัชญา  ราวกับนักปราชญ์แท้จริงทุกประการ


ชั่วขณะหนึ่ง  เฉินจี้ก็รู้สึกว่าตนเองอาจคิดมากเกินไป


เขานั่งอยู่ในเกวียน  หันไปมองเฉินเวิ่นจงทันใด  กระซิบถาม  “พี่ใหญ่  พวกนั้นกำลังถกเถียงอะไรกัน”


เฉินเวิ่นจงดูตื่นเต้นปลื้มใจ  รีบตอบทันควัน  “พวกเขากำลังถกเถียงเรื่องข้อสอบการบริหารราชการแผ่นดินในการสอบฤดูใบไม้ร่วงปีนี้  หัวข้อคือ  มองการค้าขายชายแดนอย่างไร  ข้าตอบไปสามแนวทาง...”


เฉินจี้ไม่ฟังต่อ  เขารู้สึกว่าตนคงระแวงเกินเหตุไปเอง  มือสังหารจะรู้เรื่องพวกนี้ได้อย่างไร


ทว่าใกล้ออกจากประตูเมือง  เขากลับตะโกนขึ้นฉับพลัน  “หยุดเกวียนก่อน”


จิ้งอ๋องสวมหมวกสาน  ดึงบังเหียนหยุดเกวียน


เฉินจี้กระโดดลงจากเกวียน  “ทุกคนรอข้าครู่หนึ่ง”


ไป๋หลี่ถามด้วยความสงสัย  “เจ้าลืมของไว้ที่โรงเตี๊ยมหรือ  ข้าไปกับเจ้าได้นะ”


ทว่าเฉินจี้กลับยิ้มพลางกล่าว  “พอดีผ่านร้านซาลาเปาพอดี  ข้าจะเลี้ยงซาลาเปาทุกคน  พวกท่านจะกินคนละกี่ลูก”


โอรสอ๋องคิดครู่หนึ่ง  “สี่ลูก”


ไป๋หลี่ยิ้มตอบ  “สองลูก”


เฉินเวิ่นเสี้ยวเชิดคอ  “ข้าไม่หิว  อยากกินก็ไปซื้อเองได้”


เฉินจี้ถามทุกคนจนครบ  วิ่งเหยาะๆ ไปหน้าร้านซาลาเปาแห่งหนึ่ง  แล้วตะโกนเรียก  “เถ้าแก่  ขอซาลาเปาไส้เนื้อซอสสิบเก้าลูก  ห่อกระดาษเหลืองให้ด้วย”


เถ้าแก่ได้ยินว่ามีลูกค้ารายใหญ่  ก็รีบเปิดฝาลังถึง  หยิบคัดซาลาเปาจากในนั้น


เฉินจี้แสร้งทำเป็นซื้อซาลาเปา  พลางใช้หางตาแอบมองบรรดานักปราชญ์  เห็นพวกเขาไม่ได้เดินต่อ  หยุดชะงักครู่หนึ่ง  ก็พากันเดินมาที่ร้านซาลาเปา


คนหนึ่งในนั้น  พูดกับเถ้าแก่อย่างยิ้มแย้ม  “เถ้าแก่  ขอซาลาเปาไส้เนื้อซอสสิบห้าลูก”


หัวใจเฉินจี้ตกวูบทันที


คนกลุ่มนี้มาหาพวกเขาจริงๆ


การที่อีกฝ่ายตามมาหยุดซื้อซาลาเปาด้วย  อาจไม่แปลกอะไร  แต่คนซื้อซาลาเปาไม่ได้ถามคนอื่นว่าจะกินกี่ลูก  กลับตัดสินใจสั่งสิบห้าลูกเลย  นี่ผิดวิสัย


ยิ่งไปกว่านั้น  คนซื้อซาลาเปาก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องจ่ายเงินค่าซาลาเปาเลย


เฉินจี้กลับขึ้นเกวียนด้วยสีหน้าปกติ  แจกซาลาเปาให้ทุกคน


เกวียนเทียมวัวแล่นออกจากเมืองไปทางตะวันตก  ถนนดินสายหนึ่งคดเคี้ยวระหว่างป่าไม้


ใบไม้ร่วงโรยแล้ว  กิ่งก้านเหลือแต่ความโล่งเตียน  ใบไม้เน่าทับถมเป็นพรมนุ่มนวล  ค่อยๆ ห่างไกลผู้คน


เฉินจี้นั่งในเกวียน  หันมองถนนข้างหน้าอย่างเงียบงัน


คนพวกนี้มาทำอะไรกันแน่


มาสืบหาคนแอบดูเมื่อคืนเพื่อปิดปาก  หรือมาคุ้มครองจิ้งอ๋อง


เฉินจี้ไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วน  เขาคิดว่าน่าจะเป็นอย่างหลัง


ยิ่งคิดก็ยิ่งเห็นว่า  เรื่องเมื่อคืนผ่านไปแล้ว  บุรุษลึกลับผู้สวมหยกดำนั่น  หากจะปิดปากจริง  คงลงมือตั้งแต่เมื่อวานแล้ว  จะรอมาถึงวันนี้ทำไม


อีกอย่าง  บนเกวียนมีโอรสอ๋อง  มีไป๋หลี่  ยังมีอาจารย์หวัง  จิ้งอ๋องจะยอมให้อีกฝ่ายมาปิดปากได้อย่างไร


คิดถึงตรงนี้  ใจเขาค่อยสงบลง


ขณะนั้น  เกวียนเทียมวัวแล่นตามถนนเข้าสู่เทือกเขา  อาจารย์หวังถือม้วนคัมภีร์  สอนหนังสืออยู่บนเกวียน


ได้ยินเขาถามเสียงเรียบ  “ในคัมภีร์พิธีกรรม  บทมหาวิทยาลัย  มีคำกล่าวว่า  ‘จื่อจือไจ้เก๋อวู่ วู่เก๋อเอ้อโฮ่วจือจื้อ*’……ทีนี้  ‘เก๋อวู่จื่อจือ’ หมายถึงสิ่งใด?”


(*การทำให้ความรู้สมบูรณ์นั้น  อยู่ที่การตรวจสอบสรรพสิ่งให้ถ่องแท้  เมื่อสรรพสิ่งถูกเข้าใจและจัดระเบียบแล้ว  ความรู้จึงจะบรรลุ)


เฉินเวิ่นจงคิดครู่แล้วตอบ  “จูสื่อกล่าวว่า  เก๋อวู่จื่อจือคือการค้นหาหลักธรรมชาติ  แจ้งชัดความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์  ศึกษาวจนะนักปราชญ์  เข้าใจเหตุการณ์ทั้งปวง”


อาจารย์หวังพิงเกวียนอย่างสบายๆ  ยิ้มพลางเอ่ย  “นั่นจูสื่อพูด  ตอนนี้ข้าอยากให้พวกเจ้าพูดเอง  เก๋อวู่จื่อจือคืออะไร”


เฉินเวิ่นจงถึงคราวตะกุกตะกัก


ขณะที่เขากำลังคิดหาคำตอบ  กลับได้ยินเสียงแมวร้องเหมียวดังมาจากในป่า  เฉินจี้เบิกตาโพลงทันที  หันไปบอกแผ่นหลังจิ้งอ๋อง  “ช่วยหยุดเกวียนหน่อย”


เฉินเวิ่นเสี้ยวพูดอย่างหงุดหงิด  “เจ้าจะทำอะไรอีก  ทำไมถึงได้เรื่องมากนัก?”


เฉินจี้กุมท้องกระโดดลงจากเกวียน  “ขออภัย  ข้าปวดท้อง  ต้องไปปลดทุกข์แล้ว!”


กล่าวจบ  เขาเหยียบใบไม้เน่าบนพื้น  วิ่งเข้าไปในป่าลึก  วิ่งไปได้หลายร้อยก้าวจึงค่อยๆ หยุด  ร้องเรียกเสียงเบา  “อูหยุน?!”


แล้วก็เห็นอูหยุนแบกห่อผ้าสีน้ำเงินปรากฏกายบนยอดไม้


เฉินจี้ตกใจ  “เจ้ามาได้อย่างไร?”


อูหยุนก้มหน้าลงเล็กน้อย  กัดเชือกห่อผ้า  จนกระทั่งหีบไม้ใบหนึ่งไถลออกมาจากห่อ  มันนั่งยองๆ บนกิ่งไม้พลางเอ่ยว่า  “เมื่อคืนอาจารย์ท่านลองสุ่มทำนายดวง  อาจารย์บอกว่าท่านอาจมีภัย  จึงให้ข้ารีบมารอที่ถนนสายนี้  พร้อมนำโสมทั้งสิบห้ารากที่ท่านเก็บไว้มาด้วย”


รูม่านตาเฉินจี้หดเล็กลง


โสมสิบห้ารากนี้  เป็นของที่จินจูมอบให้  เพราะในทีแรก  เฉินจี้ระแวงเคล็ดวิชาฝึกตนแบบเสี่ยงดวงของจินจู  จึงยังไม่มีโอกาสใช้


บัดนี้  เฒ่าเหยาไม่เพียงให้อูหยุนรีบมาเตือนภัยกลางดึก  ยังให้นำโสมทั้งสิบห้ารากนี้มาด้วย!


เคราะห์ร้ายคราวนี้ต้องอันตรายยิ่งยวดแน่!


เฉินจี้มองไปรอบๆ ป่า  “อาจารย์ท่านมาด้วยหรือไม่?”


อูหยุนร้องเหมียว  “อาจารย์บอกว่า  หากท่านถามเรื่องนี้  ให้ข้าตอบไปว่า...ไม่เกี่ยวอะไรกับอาจารย์”


เฉินจี้  “...”


อาจารย์ก็ยังเป็นอาจารย์  ไม่ยุ่งเรื่องชาวบ้านเช่นเคย!


เฉินจี้ถามอีก  “แล้วอาจารย์บอกหรือไม่ว่า  ข้ามีโสมสิบห้ารากนี้แล้ว  จะรับมือกับอันตรายครั้งนี้ได้หรือไม่?”


อูหยุนร้องเหมียว  “เรื่องนี้ข้าถามแล้ว  อาจารย์บอกว่า  แทบไม่พอ”


เฉินจี้  “...”


เขายืนอยู่กลางป่า  หลับตาครุ่นคิดว่าภัยคุกคามมาจากที่ใด  และจะรับมืออย่างไร


แต่คิดอยู่นานก็พบว่า  ภัยอันตรายคงมาจากบุคคลสำคัญลึกลับเมื่อคืนนี้  เป็นอื่นไปไม่ได้เลย


หากผู้ทรงอิทธิพลระดับนั้นลงมือจริง  เขาซึ่งเป็นเพียงเด็กฝึกที่ยังไม่บรรลุขั้นก่อนฟ้า  จะป้องกันตัวได้อย่างไร?


ชั่วพริบตาต่อมา  เขาลืมตาขึ้น  หยิบหีบไม้จากพื้นแล้วเปิดออก


เพียงยื่นมือแตะแผ่วเบา  โสมในหีบก็แปรเปลี่ยนเป็นลูกปัดผลึกเม็ดแล้วเม็ดเล่า  ร่วงกรุ๊งกริ๊งลงก้นหีบ  อูหยุนถึงกับตาโต  กระโจนลงมาจากยอดไม้  ร่อนลงบนบ่าเฉินจี้อย่างเบาหวิว  หางดำขนฟูชูขึ้น  ปลายหางแกว่งไปมา


มันเอาตัวถูเฉินจี้แล้วถาม  “ตอนนี้กินได้หรือยัง?”


เฉินจี้กลับปิดหีบลง  พูดอย่างสงบ  “ตอนนี้ยังไม่ได้  อูหยุน  ข้าต้องการให้เจ้าถือหีบแอบตามข้าไป  เมื่อใดที่ข้าบอกให้กิน  เจ้าจึงค่อยกิน”


กล่าวจบ  เขาก็นั่งขัดสมาธิ  หยิบม้วนกระดาษจากแขนเสื้อคลี่ออก  แล้วท่องเสียงเบา  “เบื้องหน้าจักรพรรดิซวีซึ่งเรืองรองไปด้วยแสงม่วงของแดนซ่างฉิง  องค์เยว่เฉินมหาเต๋าผู้สูงล้ำ  เมื่อครั้งเก็บตัว ณ ตำหนักหรุ่ยจูได้แต่งโคลงเจ็ด  แปรผันห้ารูปเปลี่ยนเป็นหมื่นเทวา...”


จินจูบอกว่า  เคล็ดวิชาฝึกตนที่สำนักพิธีการประทานให้  ถือเป็นความลับสูงสุด  อ่านแล้วต้องเผาทิ้ง


แต่เฉินจี้ทำไม่ได้  จำได้ในคราวเดียวไม่ไหว  เขาจึงพกติดตัว  หมั่นท่องบ่อยครั้ง  ผ่านมาหลายวันแล้ว  เฉินจี้ท่องได้แค่ครึ่งเดียว


เขาท่องคาถาปิดเมฆซ้ำแล้วซ้ำเล่า  รวดเร็วยิ่งนัก


คัมภีร์ที่เดิมต้องใช้เวลาหนึ่งกำยานจึงท่องจบอย่างติดๆ ขัดๆ  บัดนี้ใช้เวลาแค่ครึ่งกำยานก็เสร็จ


อูหยุนตกตะลึง  “เจอภัยกะทันหัน  ฝึกตนกะทันหัน?  ดุดันยิ่งนัก!”


เฉินจี้ส่ายหน้า  “ข้าไม่ได้กำลังฝึกตน  แต่ขอกำลังเสริมต่างหาก”


...


...


(จบตอน)


______________
ลงทุกวันจันทร์ อังคาร พุธ เสาร์
ปัจจุบันแปลถึงตอน: 0297
ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/
#พระเอกฉลาด #นิยายแฟนตาซี #qingshan

Previous Next

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตอนที่ 0001 กลับสู่ศูนย์

ตอนที่ 0036 เงาในแสงอาทิตย์ (จบบทนำ)

ตอนที่ 0091 ต้นแอปริคอตแดง