ตอนที่ 0138 มือสังหาร



ในป่าละเมาะอันแห้งผาก  เฉินจี้นั่งขัดสมาธิบนกองใบไม้ผุอันนุ่มนวล  พึมพำคาถาในปาก


“เซียนและนักพรตมิใช่เทพ  สั่งสมตบะและปราณจนได้เป็น  เสียงไพเราะของหวงต๋งนั้นยากจะได้ยิน  คัมภีร์หยกและม้วนไผ่สีแดงจารึกอักษรแดงฉาน...”


อูหยุนย่อตัวอยู่บนหัวเขา  ยื่นคอออกมาดูตัวอักษรบนม้วนกระดาษ  ถามด้วยความสงสัย  “ท่องคาถาแค่นี้ก็เรียกกำลังเสริมมาได้แล้วหรือ?”


เฉินจี้ไม่หยุดท่อง  ยังคงภาวนาต่อไปอีกครู่หนึ่งจึงตอบ  “ก็ไม่แน่ว่าจะเรียกมาได้จริง  ต้องลุ้นว่ากำลังเสริมจะคิดได้ไหมด้วย…”


อูหยุนงุนงง  “แล้วถ้ากำลังเสริมคิดไม่ได้เล่า?”


เฉินจี้ครุ่นคิดครู่หนึ่งแล้วกล่าว  “งั้นก็ต้องดูว่า  เขาทนเจ็บได้หรือไม่”


ตราบใดที่เจ็บนานพอ  จินจูต้องทนไม่ไหวและมาตามหาเขาแน่


เฉินจี้และพวกไม่ได้ปกปิดร่องรอยตลอดเส้นทางนี้  เรื่องชุมนุมบัณฑิตที่คฤหาสน์ภูเขาลู่หุนก็เป็นที่รู้กันทั่ว  ตราบใดที่จินจูเจ็บมากพอ  ย่อมหาทางมาพบเขาได้แน่นอน


ขณะนั้น  เสียงตะโกนของโอรสอ๋องดังมาแต่ไกล  “เฉินจี้  เจ้าถูกหมาป่าคาบไปหรือยัง?  หายไปนานเหลือเกินเชียว!”


เฉินจี้ลุกขึ้นยืน  หยิบอูหยุนลงจากหัว  กล่าวเสียงแผ่ว  “อาจารย์ทำนายแม่นยำเสมอ  คราวนี้ต้องอันตรายยิ่งยวดแน่  หากข้าไม่เรียกเจ้า  อย่าได้ทำอะไรบุ่มบ่ามเสี่ยงอันตรายเด็ดขาด”


อูหยุนร้องเหมียว  “รู้แล้วรู้แล้ว!”


เฉินจี้ห่อกล่องไม้ด้วยผ้าอีกครั้ง  ผูกติดบนหลังอูหยุน


ขณะนั้น  เสียงเรียกของโอรสอ๋องดังมาจากนอกป่าอีกครั้ง  “เฉินจี้?”


เฉินจี้มองม้วนกระดาษในมืออีกครั้ง  จดจำประโยคสองสามท่อน  แล้วจึงเอ่ยตอบโอรสอ๋อง  “มาแล้วมาแล้ว!”


เมื่อกลับมาถึงถนนใหญ่  เฉินจี้เห็นเหล่าบัณฑิตยืนอยู่ข้างเกวียนวัว  ฟังหวังต้าวเซิ่งบรรยายอย่างสงบ


หวังต้าวเซิ่งไม่สนใจว่าใครจะมาฟัง  มีใครจ่ายค่าเรียนหรือไม่  เพียงบรรยายอย่างสงบนิ่ง  “เก๋อวู่  จื่อจือ  เฉิงอี้  เจิ้งซิน  ซิวเซิน  ฉีเจีย  จื้อกั๋ว  ผิงเทียนเซี่ย  นี่คือแปดประการ  และเก๋อวู่จื่อจือคือรากฐานของแปดประการ...”


เมื่อเห็นเฉินจี้มาถึง  เขาจึงกล่าวกับบรรดาบัณฑิต  “พวกเราต้องออกเดินทางแล้ว”


บรรดาบัณฑิตหัวเราะตอบ  “ฟังอาจารย์บรรยายแล้วกระจ่างแจ้งดั่งสาดน้ำทิพย์  ไหนๆ เกวียนวัวก็วิ่งไม่เร็วอยู่แล้ว  ขออาจารย์บรรยายต่อเถิด  พวกเราจะเดินตามหลังเกวียนวัวไปพลางฟังไปพลางก็แล้วกัน”


บัณฑิตอีกคนกล่าว  “ได้ยินว่า  หลังจากน้ำท่วมใหญ่ที่ยู่ประจิม  ผู้ประสบภัยกลุ่มหนึ่งตั้งตัวเป็นโจรที่หมู่บ้านหลงหวัง  ชำนาญการปล้นสะดม  เผาฆ่าชิงทรัพย์  หากเดินทางด้วยกันหลายคน  คิดว่าพวกมันคงไม่กล้าเหลิงเกินไปนัก”


หวังต้าวเซิ่งพยักหน้า  “ก็ดี”


เฉินจี้เห็นคนพวกนี้ตั้งใจจะตามมาจริงๆ ก็ไม่พูดอะไรมาก  สิ่งที่เขาต้องทำตอนนี้คือ  รอให้จินจูมาถึง


เขากระโดดขึ้นเกวียนวัวนั่งลง  ไป๋หลี่ยื่นถุงน้ำหนังวัวมาจากด้านซ้าย  ถามด้วยความห่วงใย  “เจ้าไม่เป็นไรใช่ไหม?  ดื่มน้ำสักหน่อยเถิด”


เฉินจี้ท่องคาถาปิดเมฆจบหนึ่งรอบ  จึงรับถุงน้ำมา  กล่าวเสียงแผ่ว  “ธิดาอ๋อง  หากพบโจรผู้ร้ายที่พวกเขาพูดถึงจริงๆ  ท่านต้องจำให้ขึ้นใจว่า  รีบวิ่งมาหาข้าพร้อมกับโอรสอ๋อง”


ไป๋หลี่กะพริบตา  พูดอย่างไม่ใส่ใจนัก  “ได้  แต่หากเจอโจรจริงๆ  เจ้าจะช่วยแค่พวกเราสองคนหรือ”


เฉินจี้ครุ่นคิดครู่หนึ่ง  ตอบเสียงแผ่ว  “ฝีมือมีจำกัด  แม้แต่ท่านทั้งสอง  ข้ายังไม่แน่ว่าจะช่วยได้  นับประสาอะไรกับคนอื่น”


ไป๋หลี่อืมเสียงหนึ่ง  เงียบไปครู่  “เฉินจี้  หากพบโจรจริงๆ  ข้าหมายถึงโจรที่ดุร้ายสุดขีด  ถ้าเจ้าช่วยพวกเราไม่ได้  ก็หนีไปเองเถอะ  รักษาชีวิตตัวเองสำคัญกว่า”


เฉินเวิ่นเสี้ยวหัวเราะเยาะจากฝั่งตรงข้าม  “อย่างเจ้าจะช่วยใครได้?  ธิดาอ๋อง  อย่าได้หลงเชื่อคำขู่ของเขาเลย”


ไป๋หลี่กลอกตาขาว  “พอโจรมาจริงๆ  ท่านอย่ากลัวจนฉี่ราดก็พอแล้ว”


เฉินจี้จ้องหน้าเฉินเวิ่นเสี้ยวทันใด  กล่าวอย่างสงบนิ่ง  “หลังจากท่านโยนบาปของตัวเองมาให้ข้า  คงรู้สึกผิดจนนอนไม่หลับเลยกระมัง?  จึงหวังให้ทุกคนเกลียดชังข้า  รังเกียจข้า  ดูหมิ่นข้า  เช่นนี้แล้ว  แม้ข้าจะโต้แย้งท่านในภายหลัง  ก็จะไม่มีใครเชื่ออีก”


เฉินเวิ่นเสี้ยวเปลี่ยนสีหน้า  “เจ้าพูดเรื่องอะไร?”


เอ่ยจบ  เขาเพิ่งรู้สึกตัวว่าเสียงดังไปหน่อย  จึงรีบกดให้ต่ำลง  “เจ้าอย่าพูดจาส่งเดช  หลักฐานขาวดำล้วนชี้ไปหาเจ้า  เกี่ยวอะไรกับข้า?”


เขายังคิดจะเถียงต่อ  แต่เฉินจี้ไม่สนใจเขาแล้ว  เพียงหลับตาท่องคาถาปิดเมฆเงียบๆ  เมื่อถึงท่อนที่จำไม่ได้  ก็แอบดึงม้วนกระดาษในแขนเสื้อออกมาดู


เฉินเวิ่นเสี้ยวมองท่าทางสงบนิ่งของเฉินจี้  รู้สึกเหมือนมีก้อนหินทับอก  หายใจแทบไม่ออก


เมื่อเขาคิดจะเหน็บแนมอีก  กลับไม่กล้าเอ่ยปากแล้ว


ไป๋หลี่มองเฉินจี้อย่างประหลาดใจแวบหนึ่ง


โยนบาป?


......


......


เที่ยงวัน  ถนนใหญ่ทอดขนานไปกับแม่น้ำอีนอกเมืองหลัว  ทางซ้ายของเกวียนวัวคือแม่น้ำอีสีทองระยิบระยับ  ทางขวาคือเนินเขาและป่าไม้สูงต่ำสลับกัน


บนแม่น้ำอี  มีชาวเรือกำลังทอดแห


จิ้งอ๋องเกิดอารมณ์ขัน  ไม่สนใจฐานะสารถีของตน  กดหมวกสานบนหัวแล้วเงยหน้าขึ้น  ตะโกนเสียงดัง  “ชาวเรือ  วันนี้จับปลาได้บ้างไหม?”


ชาวเรือสูงวัย  สวมเสื้อฟางกันฝน  ตอบเสียงดัง  “วันนี้ราคาไม่ดี  จับได้แค่ปลาหญ้าสองสามตัว”


จิ้งอ๋องหัวเราะฮ่าๆ  “ปลาพวกนี้ขายไหม?”


ชาวเรือพายเรือหลังคาไม้ไผ่สีดำเข้ามาใกล้อย่างเชื่องช้า  “ขายสิ  ทำไมจะไม่ขาย”


จิ้งอ๋องหันกลับมายิ้มกับหวังต้าวเซิ่ง  “อาจารย์หวัง  วันนี้เดินทางได้ราบรื่นดี  ดูท่าก่อนพระอาทิตย์ตกต้องถึงคฤหาสน์ภูเขาลู่หุนแน่  ไม่สู้เราหยุดพักสักหน่อย  ย่างปลากินกันที่นี่เป็นไง?  ในเมืองหากินปลาสดขนาดนี้ไม่ได้นะ”


หวังต้าวเซิ่งตอบเสียงอ่อนโยน  “หาได้ยาก...ที่สารถีมีอารมณ์ขันเช่นนี้  ก็พักที่นี่สักครู่เถิด”


โอรสอ๋องกับไป๋หลี่โห่ร้องดีใจ  กระโดดลงจากรถ  ยืดเส้นยืดสาย  “นั่งเกวียนวัวมาทั้งเช้า  นั่งจนก้นเจ็บหมดแล้ว”


จางเซี่ยก็กระโดดลงจากม้า  จูงมือไป๋หลี่อย่างยิ้มแย้ม  สองคนซุบซิบกันสองสามคำ  แล้วหันเดินเข้าไปในป่า


ในขณะนั้นเอง  เสียงแมวร้องดังขึ้นหลายครั้งจากในป่าลึก  เฉินจี้รีบกำดาบสั้นในแขนเสื้อแน่น


เฉินจี้รีบก้าวไปข้างหน้า  ดึงตัวไป๋หลี่กับจางเซี่ยกลับมา  “อย่าไป  อันตราย!”


จางเซี่ยชะงักงัน  “เจ้าจะทำอะไร?”


แต่เฉินจี้ไม่ได้มองนาง  เพียงจ้องเขม็งไปยังส่วนลึกของป่า  พลางดึงทั้งสองถอยหลังไปทางริมแม่น้ำ


อูหยุนบอกว่า  มันเห็นสิบกว่าศพในป่า  ไม่มีการฝังกลบ  สภาพศพแปลกยิ่งนัก  ข้างกายมีมีดทำครัว  จอบ  และคราดกระจัดกระจายอยู่


ที่นี่มีสิบกว่าศพได้อย่างไร?  พวกนี้คือชาวบ้านผู้ประสบภัยจากหมู่บ้านหลงหวัง  ชีวิตถูกบีบคั้นจนต้องออกเป็นโจร  ซุ่มซ่อนที่นี่เพื่อดักปล้นพ่อค้าผ่านทาง  แต่กลับถูกใครบางคนฆ่าตายเสียก่อน


ใครเป็นคนฆ่า  ฆ่าเพราะอะไร?


เฉินจี้ไม่รู้เลยสักอย่าง


เขารู้เพียงว่า  ในป่าลึกนั้นมีอันตราย


ขณะถอยหลัง  จางเซี่ยสะบัดแขน  พยายามจะสลัดมือของเฉินจี้ออก  แต่ได้ยินไป๋หลี่พูดขึ้นว่า  “จางเซี่ย  ฟังเขาเถอะ!”


จางเซี่ยจึงหยุดขัดขืน


เมื่อพวกเขาถอยกลับมาถึงริมแม่น้ำ  เฉินจี้หันไปมองชาวเรือที่เพิ่งเทียบฝั่ง  เห็นชาวเรือหิ้วตะกร้าไม้ไผ่กระโดดลงจากเรือ  “ท่านผู้ดีทั้งหลาย  ปลาหญ้าทั้งหมดแปดตัว  ท่านให้ข้าห้าสิบสองเหรียญต่อตัวก็พอ”


จิ้งอ๋องกำลังจะเดินไปซื้อปลา  เฉินจี้กลับเอ่ยถามจากระยะห่างกว่าสิบกว่าก้าว  “ชาวเรือ  ปกติท่านขายให้พ่อค้าปลาตัวละเท่าไร?”


ชาวเรือชะงักไป  “ปกติ...ปกติขายสี่สิบเหรียญต่อตัว”


เฉินจี้ถามต่อ  “ไม่ใช่ชั่งขายตามน้ำหนักหรือ?”


ชาวเรือหัวเราะ  “ใช่ๆ  ชั่งขายตามน้ำหนัก  ข้าพูดสับสนไปเอง”


อึดใจถัดมา  บัณฑิตคนหนึ่งที่ติดตามมาด้วย  ดึงตัวจิ้งอ๋องถอยหลังทันที  แล้วกระซิบกระซาบ  “นักลอบสังหาร!”


พูดจบ  บัณฑิตทั้งหกคนพร้อมกันทุบหีบที่แบกหลังแตก  ข้างในไม่มีหนังสือสักเล่ม  มีเพียงดาบแปดคมสองเล่มร่วงออกมา


บัณฑิตทั้งหกไม่สนใจคนอื่น  เพียงล้อมวงปกป้องจิ้งอ๋องไว้อย่างแน่นหนา


เฉินจี้ตกตะลึง  ที่แท้บัณฑิตพวกนี้มาเพื่อคุ้มครองจิ้งอ๋อง!


แต่หากคนพวกนี้มาคุ้มครองจิ้งอ๋อง  แล้วชาวเรือกับฆาตกรในป่าเป็นใคร?!


ชาวเรือเลิกเสแสร้ง  เพียงใช้สองนิ้วกดลิ้นแล้วเป่าปากเหมือนนกหวีด


บัณฑิตทั้งหกหันกลับมาทันที  ได้ยินเสียงฝีเท้าเหยียบใบไม้เน่าดังมาจากในป่า  มีคนกว่าหลายสิบคนพุ่งออกมา!


จางเซี่ยมองเฉินจี้ด้วยความตกตะลึง  หากไม่ใช่เพราะคนผู้นี้ขวางไว้เมื่อครู่  ตนกับไป๋หลี่คงวิ่งไปชนกับฝูงมือสังหารพวกนี้เข้าอย่างจัง!


แต่ปัญหาคือ  เฉินจี้รู้ได้อย่างไรว่ามีคนซุ่มอยู่ในป่า?


มือสังหารจากในป่าพุ่งเข้าโจมตีบัณฑิตทั้งหก  ทั้งสองฝ่ายเพิ่งปะทะกัน  ก็เห็นบัณฑิตคนหนึ่งย่อตัวต่ำพุ่งเข้าหา


ดาบแปดคมในมือบัณฑิตแหวกอากาศขึ้นลง  ภายในสองลมหายใจ  ฟันออกไปได้กว่าสิบดาบ  เอ็นมือ  เอ็นเท้า  เส้นเลือดใหญ่ต้นขา  สุดท้ายคือลำคอ  ดาบแล้วดาบเล่า  ไม่ให้โอกาสรอดชีวิต  ฟันจนมือสังหารที่พุ่งมาก่อนกลายเป็นก้อนเลือด


เสื้อคลุมสีฟ้าของบัณฑิตเปื้อนคราบโลหิต  เขาย่อตัวเหมือนโก่งศร  บรรจงชักดาบกลับมายังระดับสายตา  แววตาเย็นเยียบมองผ่านช่องว่างระหว่างคมดาบทั้งสองเล่ม  ปลายสายตาคือมือสังหารหลายสิบคนเบื้องหน้า


ยอดฝีมือ


อาศัยการลงมือสายฟ้าแลบ  สังหารหนึ่งคนอย่างโหดเหี้ยมก่อน  เพียงเพื่อข่มขวัญศัตรู  ทำลายความกล้าของฝ่ายตรงข้าม


บัณฑิตในตอนนี้  ไหนเลยยังจะมีท่าทีสุภาพอ่อนโยนเหมือนแต่ก่อน?


แต่แล้วเฉินจี้ก็สังเกตเห็นรายละเอียดหนึ่ง  เหล่ามือสังหารเมื่อเห็นวิธีการโหดเหี้ยมของบัณฑิต  กลับไม่รีบบุกโจมตี  ไม่ถอยหลัง  เพียงแต่สบตากันและกัน  ดูเหมือนจะประหลาดใจไม่เบา


เฉินจี้ตระหนักได้ทันใด  “คนพวกนี้ไม่ได้มาลอบสังหารท่านอ๋อง”


หากมาลอบสังหารขุนนางผู้ทรงอำนาจจริง  จะลังเลในเวลานี้ได้อย่างไร?  อีกอย่าง  หากหวังลอบสังหารขุนนางผู้ทรงอำนาจ  จะส่งมือสังหารระดับเพียงเท่านี้มาได้อย่างไร?


มือสังหารเหล่านี้  เป้าหมายไม่ใช่จิ้งอ๋อง  พวกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจิ้งอ๋องซ่อนอยู่บนเกวียนวัว!


เฉินจี้งุนงง  หากเป้าหมายของมือสังหารไม่ใช่จิ้งอ๋อง  แล้วจะเป็นใครกัน?


เขาหันไปมองไป๋หลี่กับโอรสอ๋องด้านข้าง  แล้วตะโกนเสียงต่ำทันใด  “วิ่ง!  ไปหลบหลังท่านอ๋อง!”


พูดจบ  เขาดึงตัวไป๋หลี่กับโอรสอ๋องวิ่งไปหาจิ้งอ๋อง


เสียงยังไม่ทันขาด  พวกมือสังหารก็ตัดสินใจแล้ว  แบ่งออกเป็นสองกลุ่มทันที  กลุ่มหนึ่งล้อมบัณฑิตกับจิ้งอ๋องไว้แน่นหนา  อีกกลุ่มพุ่งเข้าหาเฉินจี้และพวก  กั้นทั้งสองฝ่ายออกจากกันโดยสิ้นเชิง


หวังต้าวเซิ่ง  เฉินเวิ่นจง  รวมถึงเฉินเวิ่นเสี้ยวที่อยู่ด้านข้าง  มือสังหารไม่สนใจใครเลย


จิ้งอ๋องเปลี่ยนสีหน้า  “อย่าสนข้า  ไปช่วยพวกเขา!”


เหล่าบัณฑิตไม่เปลี่ยนสีหน้า  ยังคงปกป้องจิ้งอ๋องอย่างเย็นชา  ไม่มีท่าทีจะไปช่วยแม้แต่น้อย


เฉินจี้เริ่มตงิดใจ  บัณฑิตเหล่านี้ถูกฝึกปรือเพื่อเป็นอาวุธสังหารโดยแท้  ทำเพียงหน้าที่ของตน  นอกนั้นไม่สนใจใดๆ


เขาดึงโอรสอ๋องกับไป๋หลี่หยุดฝีเท้า  แล้วถอยหลังอีกครั้ง


เมื่อเห็นมือสังหารยี่สิบกว่าคนเข้ามาใกล้ทุกขณะ  เฉินจี้ตะโกนไปทางป่า  “กิน!”


เขาชักดาบสั้นออกจากแขนเสื้อ  สายตาสงบนิ่ง  จ้องมองมือสังหารที่อยู่แค่เอื้อมตรงหน้า


ทันใดนั้นเอง  หวังต้าวเซิ่งเอ่ยขึ้นอย่างสงบ  “ช้าก่อน”


ชั่วอึดใจนี้  ราวกับโลกหยุดนิ่งชั่วขณะ  แม้แต่หัวใจก็เต้นช้าลงครึ่งจังหวะ  แม่น้ำอีก็หยุดไหล


เฉินจี้เห็นพวกมือสังหารเคลื่อนไหวช้าลง  ราวกับว่ายอยู่ในสายธาร  อากาศเต็มไปด้วยแรงต้านมหาศาล


พลังอันน่าพรั่นพรึงที่ไม่อาจอธิบายได้  หลั่งไหลลงมาสู่โลกมนุษย์


เขามองหวังต้าวเซิ่งแวบหนึ่ง  เตรียมจะถือโอกาสปาดคอมือสังหารทีละคน  แต่หวังต้าวเซิ่งกลับเอ่ยเตือน  “รีบวิ่ง”


เฉินจี้ลังเลชั่วครู่  สุดท้ายก็หันตัวดึงโอรสอ๋องกับไป๋หลี่กระโดดลงแม่น้ำอี  ว่ายไปฝั่งตรงข้ามอย่างรวดเร็ว


จางเซี่ยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง  แล้วก็กระโดดตามลงไป


ในชั่วอึดใจที่พวกเขาตกน้ำ  การเคลื่อนไหวของมือสังหารก็กลับเป็นปกติถ้วนหน้า


เหล่ามือสังหารหันกลับมามองหวังต้าวเซิ่งด้วยความสงสัยระคนตกใจ  แต่เห็นเขาทรุดลงกับพื้นอย่างอ่อนแรง  ใบหน้าซีดขาว


“ไล่ตาม!”  บรรดามือสังหารคาบดาบยาวไว้ในปาก  กระโดดลงสู่แม่น้ำอีอันหนาวเย็นไปทีละคน


ส่วนชาวเรือผู้นั้น  ก็กระโดดขึ้นเรือหลังคาดำ


เห็นเรือหลังคาดำเคลื่อนไหวเองโดยไม่มีลม  แหวกคลื่นพุ่งตรงไปหาเฉินจี้


(จบตอน)

______________

ลงทุกวันจันทร์ อังคาร พุธ เสาร์

ปัจจุบันแปลถึงตอน: 0299

ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/

#พระเอกฉลาด #นิยายแฟนตาซี #qingshan


Previous Next

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตอนที่ 0001 กลับสู่ศูนย์

ตอนที่ 0036 เงาในแสงอาทิตย์ (จบบทนำ)

ตอนที่ 0091 ต้นแอปริคอตแดง