ตอนที่ 0143 ช่องโหว่
ศีรษะสองเศียรกลิ้งตกพื้น
เฉินจี้มองเห็นร้านเหล้าแต่ไกลกลายเป็นสีเลือดแดงฉาน ถนนที่เดิมยังคึกคักพลันเงียบงันราวกับจักจั่นหน้าหนาว
อาจารย์เฝิงสวมเสื้อคลุมสีเขียว นั่งบนหลังม้าอย่างสงบนิ่ง ไม่มีเลือดกระเด็นติดตัวแม้แต่หยดเดียว แต่กลับอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือด คนที่ชอบฆ่าคนที่สุดในโลกนี้ไม่ใช่นักรบ หากแต่เป็นนักปราชญ์บัณฑิต
แสงไฟในร้านเหล้าส่องลงบนภาพวาดแผ่นแล้วแผ่นเล่า เฉินจี้ตกตะลึงเมื่อพบว่า ทุกภาพวาดล้วนเป็นภาพตน เพียงลีลาเส้นไม่กี่เส้น ก็วาดเขาได้เหมือนจริงจนน่าตกใจ ลักษณะเด่นชัดเจน
ที่แท้ตระกูลหลิวตั้งใจจะฆ่าเขาตั้งแต่แรก
ทำไมกัน?
คิดแล้วคงเป็นเรื่องที่ตนคอยช่วยกรมสืบลับเกิดรั่วไหลออกไป ตระกูลหลิวจึงจะเอาตนเป็นเป้าแรก
เฉินจี้หันตัวถอยหลัง เดินออกไปไกล เตรียมพาโอรสอ๋องกับไป๋หลี่หนีไป แต่ก็ค่อยๆ ชะลอฝีเท้าลง
ในเมืองเล็กแห่งนี้คงมีทหารนับพันนาย หากอีกฝ่ายค้นหาทั่วขุนเขา ตนพาไป๋หลี่ โอรสอ๋อง จางเซี่ยไปคงวิ่งได้ไม่ไกล
เขาหันกลับไปมองยังทิศที่พวกโอรสอ๋องหลบซ่อนอยู่ แต่ก็ไกลเกินไป มองเห็นเพียงรางๆ
ปล่องเตาหลอมเหล็กของโรงหล่อ ตั้งตระหง่านท่ามกลางความมืด
แสงไฟจากร้านเหล้า เสียงโห่ร้องของทหารที่กำลังรวมพล ถักสานกันอยู่รอบตัวเขา
อึดใจต่อมา เฉินจี้ดึงสติกลับมา แล้วเดินไปทางตรงกันข้าม
ไม่รู้ว่าเดินมาไกลเท่าไร มาถึงร้านก๋วยเตี๋ยวเล็กๆ แห่งหนึ่ง เขาโบกมือเรียกเจ้าของร้าน “ผู้ดูแล ขอก๋วยเตี๋ยวชาม”
ผู้ดูแลที่กำลังเช็ดโต๊ะ พาดผ้าขนหนูไว้บนแขน ยิ้มพลางเอ่ยถาม “คุณลูกค้าจะรับก๋วยเตี๋ยวอะไรดี”
เฉินจี้หาโต๊ะไม้ตรงประตูนั่งลง “อะไรก็ได้ ขอแค่ร้อนๆ ก็พอ!”
“ไม่มีปัญหา!”
ครู่ต่อมา ผู้ดูแลยกก๋วยเตี๋ยวไส้กรอกชามหนึ่งมาวางตรงหน้าเฉินจี้
ข้างนอกประตูมีเสียงวุ่นวายโกลาหล ในร้านก๋วยเตี๋ยว เฉินจี้ไม่แม้แต่จะเหลือบมองออกไปข้างนอก ปล่อยให้พวกทหารวิ่งผ่านหน้าประตูไป
เขาไม่กลัวร้อน คว้าตะเกียบม้วนเส้นเป็นคำโตๆ แล้วซดเข้าปาก
คำแรกลงท้อง เฉินจี้ถอนหายใจยาว “อร่อย!”
หลังหนีมาทั้งวัน ได้กินก๋วยเตี๋ยวไส้กรอกร้อนๆ สักชาม นับเป็นช่วงเวลาแห่งความสุขช่วงหนึ่งในชีวิต เส้นคำเดียวไหลลงไป ราวกับทั้งตัวอุ่นวูบขึ้นมา
เฉินจี้กินเส้นหมดภายในสองสามคำ มองน้ำแดงในชามด้วยความอาลัยอาวรณ์ เขาอยากดื่มน้ำซุปให้หมดนัก แต่ถ้าดื่มหมด ตัวเองคงวิ่งไม่ไหว
เขาถอนใจแผ่วเบา “เสียดาย”
ผู้ดูแลงุนงง “คุณลูกค้า เสียดายอะไรหรือ”
“เปล่า” เฉินจี้ยิ้มยิงฟัน โยนเงินแท่งหนึ่งลงบนโต๊ะ “ผู้ดูแล นี่ค่าก๋วยเตี๋ยว”
ผู้ดูแลตกใจเล็กน้อย แล้วเก็บเงินใส่แขนเสื้ออย่างไม่ให้ใครสังเกต “คุณลูกค้า ก๋วยเตี๋ยวร้านเล็กๆ ราคาถูก ท่านให้เงินเยอะไปแล้ว ข้าจะไปร้านข้างๆ แลกเหรียญทองแดงมาทอนให้นะขอรับ”
เฉินจี้ยิ้มโบกมือ “ไปเถอะๆ”
พอผู้ดูแลออกจากร้าน เขามองน้ำซุปอีกครั้ง แล้วจึงลุกขึ้นยืน เดินตามถนนถ่านหินไปทางรั้วค่ายทหารทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ยิ่งเดินก็ยิ่งเร็ว จนสุดท้ายกลายเป็นวิ่ง
ผู้ดูแลพาทหารกลับมายังร้านก๋วยเตี๋ยว “เจ้าหนุ่มนั่นยังรออยู่ในร้านขอรับ กำลังรอเงินทอน...อ๊ะ ไปไหนแล้ว?”
ทหารคนหนึ่งด่าพลางเตะผู้ดูแลล้มคว่ำ “กล้ามาหลอกข้าหรือ?”
ผู้ดูแลรีบพูด “เมื่อกี้ยังอยู่เลย ต้องไปได้ไม่ไกลแน่!”
พูดจบก็มองหารอบๆ พอดีเห็นร่างเฉินจี้กำลังกระโดดข้ามรั้วไม้ “อยู่นั่น!”
พวกทหารหันไปมอง เห็นเฉินจี้วิ่งเข้าป่าลึก จึงรีบตะโกนเสียงดัง “เจอแล้ว อยู่ทางนี้! ไล่ตามไป!”
กองทัพม้าเริ่มทวีจำนวน รวมตัวกันทางตะวันออกเฉียงเหนือ ไล่ตามเส้นทางหนีของเฉินจี้ ราวกับฝูงตั๊กแตนบุกผ่าน ปกคลุมมืดฟ้ามัวดิน
ในป่าใต้แสงจันทร์ ต้นไม้แห้งโล้นเตียนซ่อนคนไม่มิด ทหารหลายร้อยนายบุกเข้ามา กลับหาร่างเฉินจี้ไม่เจอแล้ว
ทหารคนหนึ่งเหยียบใบไม้ผุอ่อนนุ่ม พลางชักดาบเอวออกมา ค้นหาด้านหน้าอย่างระแวดระวัง
แต่ขณะที่ทหารหันไปมองทางซ้าย เฉินจี้พลันพุ่งออกมาจากหลังต้นไม้ด้านขวา คมดาบเฉือนคอทหารอย่างเรียบง่าย
คมดาบเฉียดผ่านเส้นเลือดแดงที่คอแผ่วเบา เสมือนเพียงสายลมเย็นลูบผ่าน
ทหารกุมคอหันกลับมามอง แต่เฉินจี้เดินสวนผ่านเขาไปแล้ว หายลับไปหลังต้นไม้อีกต้น
พอคนอื่นพบเขา เลือดกำลังไหลซึมออกมาจากง่ามนิ้ว เขารีบชี้ไปทางต้นไม้ที่เฉินจี้เพิ่งซ่อนตัว ก่อนจะล้มลงบนกองใบไม้ผุอย่างไม่ยอมตาหลับ
“อยู่ทางนี้!” ทหารสองนายตะโกนพลางพุ่งเข้าหาต้นไม้ทั้งซ้ายขวา
ทั้งคู่สบตาจ้องกัน แล้วพุ่งตัวเข้าโจมตีพร้อมกัน ดาบยาวสองเล่มฟันฉับไขว้ดุจกรรไกร
ฉึก!
ฉึก!
ดาบยาวทั้งสองฟันเข้ากับลำต้น เสียงก้องหนักอึ้ง ทั้งคู่เพ่งมองไปหลังต้นไม้ แต่ไหนเลยจะมีใคร?
ไม่ใช่!
ทั้งสองตาลาย เห็นเฉินจี้กระโดดลงจากต้นไม้ เหยียบแผ่วเบาลงบนดาบที่สับติดอยู่กับต้นไม้ พลางย่อตัวลงต่ำ
ทหารทั้งสองเงยหน้าด้วยความตกตะลึง จ้องเฉินจี้ที่นั่งยองบนดาบของพวกตน
ลมภูเขาพัดผ่าน ใบไม้แห้งที่ทับถมบนพื้นเสียดสีกันกรอบแกรบ
เฉินจี้ในสายตาพวกเขากำลังจ้องตอบ ดวงตาไร้อารมณ์ เหลือเพียงความเย็นชา “ร้องขอความช่วยเหลือสิ”
ทหารทั้งสองขนลุกซู่ ความหนาวยะเยือกแล่นจากกระดูกก้นกบถึงกะโหลก!
“ใครก็ได้ช่วยด้วย! มันอยู่นี่!”
“ช่วยด้วย!”
ทหารทั้งสองปล่อยด้ามดาบ รีบก้าวถอยหลัง แต่เท้าที่ยกขึ้นยังไม่ทันจะพ้นพื้น เฉินจี้ก็ฟันดาบเฉือนคอทั้งคู่ ทิ้งรอยเลือดเป็นเส้นยาว
กระโดดอีกที เฉินจี้เหยียบดาบที่ติดต้นไม้ ข้ามร่างทั้งสองไป หายลับเข้าป่าโดยไม่หันกลับมามองอีก
เสียงร้องขอความช่วยเหลือของทั้งสอง ในที่สุดก็ปลุกทุกคนจากภวังค์ ทหารหลายร้อยนายเหยียบย่ำใบไม้เน่าสีเทา วิ่งตามหลังเฉินจี้อย่างบ้าคลั่ง
แต่ที่แปลกคือ พวกเขาเห็นร่องรอยเฉินจี้ชัดเจน แต่กลับไล่ตามไม่ทัน
ระยะห่างระหว่างกันเหมือนคงที่ตลอด ไม่ใกล้ไม่ไกล ทุกครั้งที่ทหารรู้สึกว่าจะคลาดกัน แผ่นหลังเฉินจี้ก็จะค่อยๆ กลับมาชัดเจน
ชั่วพริบตาต่อมา เฉินจี้ที่ปีนถึงยอดเขา แล้วเตรียมจะข้ามสันเขา พลันหยุดชะงักชั่วครู่
เขาหันกลับมองค่ายทหารด้านหลังด้วยแววตาลุ่มลึก แล้วจึงเคลื่อนตัวต่อ หายลับไปหลังภูเขา
......
......
ในค่ายทหาร อาจารย์เฝิงนำขบวนม้าชุดดำสิบกว่านายมาหน้าร้านก๋วยเตี๋ยว เขากระโดดลงจากม้าเบาหวิว จับชายเสื้อเดินเข้าร้าน นั่งลงตรงโต๊ะที่เฉินจี้เคยนั่ง ชามที่เฉินจี้กินยังไม่ทันเก็บ
เขายิ้มพูดกับผู้ดูแลร้าน “ผู้ดูแล ขอก๋วยเตี๋ยวชามหนึ่ง เอาเหมือนที่หนุ่มน้อยคนนั้นสั่ง”
ผู้ดูแลร้านตัวสั่น ต้มก๋วยเตี๋ยวไส้กรอกชามหนึ่งยื่นให้ อาจารย์เฝิงชิมคำเดียวก็อุทานเสียงดัง “อร่อย! หนุ่มน้อยคนนั้นได้ชมไหม?”
ผู้ดูแลร้านเอ่ยเสียงแผ่ว “ชม...เคยชมขอรับ”
อาจารย์เฝิงกินก๋วยเตี๋ยวจนเกลี้ยงชาม บริวารชุดดำคนหนึ่งยื่นผ้าเช็ดหน้าผ้าไหมขาวให้ เขาเช็ดปาก ทิ้งผ้าเช็ดหน้าลงพื้น แล้วมองไปที่ชามของเฉินจี้
ครุ่นคิดครู่หนึ่ง อาจารย์เฝิงวางชามของเขากับชามของเฉินจี้เทียบกัน จากนั้นยกชามของเฉินจี้ขึ้นจิบน้ำซุป “รสชาติเหมือนกัน...คนที่หิวโหยมาทั้งวัน หนีมาทั้งวัน จะอดใจไม่ดื่มน้ำซุปร้อนๆ นี้ได้อย่างไร?”
อาจารย์เฝิงพูดกับตัวเอง “คนที่รอบคอบถี่ถ้วน จะพลาดรายละเอียดเล็กๆ ขี้ปะติ๋วนี้ได้อย่างไร”
พูดจบเขาก็ลุกขึ้น เดินออกจากร้าน
บริวารชุดดำคนหนึ่งเอ่ยถาม “อาจารย์เฝิง พวกเราจะไล่ตามไหมขอรับ?”
อาจารย์เฝิงกระโดดขึ้นม้า หัวเราะลั่น “หนุ่มน้อยนั่นจงใจทิ้งร่องรอยไว้ที่ร้านนี้ คงอยากปกปิดเส้นทางให้โอรสอ๋องกับธิดาอ๋อง ส่งคนค้นหาต่อในค่ายทหาร โอรสอ๋องกับธิดาอ๋องน่าจะยังอยู่ข้างใน”
บริวารชุดดำถาม “แล้วหนุ่มน้อยนั่น จะไล่ตามหรือไม่ขอรับ?”
อาจารย์เฝิงบังคับม้าไปยังทิศทางหนีของเฉินจี้ “ไล่ แน่นอนว่าไล่ นายท่านยังรอเอาหัวเขาไปฝังกับคุณชายรองอยู่ เขาต่างหากที่เป็นเป้าหมายสำคัญอันดับหนึ่ง”
(จบตอน)
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น