ตอนที่ 0165 หลบหนี



หน้าโต๊ะแปดเซียน  เฉินจี้กับจิ้งอ๋องสบตากันไร้วาจา


จนเมื่อลูกจ้างโรงน้ำชาฝูโหลวนำชา  ผลไม้เชื่อม  เมล็ดแตงโมมาวางระหว่างทั้งสอง  บรรยากาศหนักอึ้งจึงคลายลงเล็กน้อย


ครั้นลูกจ้างถอยไป  เฉินจี้ยกกาน้ำชา  รินให้จิ้งอ๋อง  “ท่านอ๋อง  เหตุใดจึงเป็นข้า?”


จิ้งอ๋องยกถ้วยจิบเบาๆ พลางเอ่ย  “ว่าด้วยฝีมือ  เจ้ายังมิถึงสิงกวนขั้นก่อนฟ้าด้วยซ้ำ  ใต้บัญชาข้ามีผู้เก่งกว่ามากมาย  ว่าด้วยปัญญา  เจ้าหัวไว  ทว่ามิใช่ผู้วางกลอุบายได้ไกลพันลี้”


จิ้งอ๋องกล่าวต่อ  “แต่เจ้าดูมิเหมือนผู้อื่นสักนิด  ซีเมนต์ที่เจ้าลำบากผลิตเอง  พอถึงแบ่งปันเจ้าก็แบ่งโดยไม่ติดใจ;  กบฏชาวบ้านที่ผู้อื่นต่างหลีกเลี่ยง  เจ้ากลับกระโดดลงไป;  หมู่บ้านหลงหวังที่เก้าตายหนึ่งรอด  เจ้าก็มิได้หนีเอาตัวรอดเพียงลำพัง  บางครา  ข้าเองก็ไม่แน่ใจว่าเจ้าฉลาดหรือเบาปัญญา”


เฉินจี้นิ่งเงียบมิเอ่ยปาก


จิ้งอ๋องจ้องชาที่เหลือในถ้วย  แล้วเหลือบมองเฉินจี้  “ข้าจะทิ้งทรัพย์สินมากมายไว้ให้ไป๋หลี่  ก็มิแน่ว่าเป็นเรื่องดีต่อนาง  แม้ข้ามิอยากสรรเสริญเจ้า  ตอนนี้ถึงกับระคายใจเจ้าด้วยซ้ำ  ทว่าข้าจำต้องยอมรับ  หากเปลี่ยนเป็นผู้อื่นให้คุ้มครองนาง  ข้าไม่วางใจ  แต่ถ้าเป็นเจ้า  พอฝากได้”


เฉินจี้เอ่ยอย่างฉงน  “ไฉนท่านอ๋องถึงระคายใจข้า?”


จิ้งอ๋องคว้าเมล็ดแตงโมหนึ่งกำ  เหลือบมองเฉินจี้  “โง่เง่า  เจ้าคิดเองเถอะ”


เฉินจี้หาได้ติดใจปัญหานี้  กลับถามเรื่อยเฉื่อยว่า  “ท่านอ๋องมิได้วางแผนเผื่อโอรสอ๋องบ้างหรือ?  ตั้งแต่ต้นจนปลาย  ท่านมิเอ่ยถึงโอรสอ๋องสักคำ”


จิ้งอ๋องนิ่งไปครู่หนึ่ง  “เขามีทางเดินของเขาเอง”


เฉินจี้ตรึกตรองอยู่นาน  ในที่สุดก็รวบรวมความกล้าถามว่า  “ท่านอ๋องแท้จริงเตรียมการสิ่งใด  ไยฝากฝังสายเลือด?  ความผันแปรของตระกูลหลิวครั้งนี้  ท่านอ๋องสวมบทบาทเช่นไร  ผู้ปราบกบฏหรือก่อกบฏกันแน่?”


จิ้งอ๋องมิได้ตอบ  เพียงเอ่ยเรียบเฉย  “นักเล่าเรื่องมาแล้ว  ฟังนิทานเทศน์เถอะ”


ครานั้น  เห็นบุรุษวัยกลางคนผมหงอกประปรายอยู่ใต้เวที  สูบกล้องยาสูบอัดเข้าไปเฮือกใหญ่  แล้วใช้พื้นรองเท้าเคาะให้เถ้าหล่นจากกระพุ้งยาสูบ


เขาค่อยๆ  เดินขึ้นไปยังโต๊ะ  แผ่นไม้เคาะแท่นถูกฟาดดังปัง  คำเปิดเรื่องอันกังวานก็พรั่งพรู


“เกิดอยู่ไป  วันเวียน  รวยสุข  จนหนาว  ตายก็จบ”


“ว่าความขับกล่อม  เตือนใจ  ทางกลาง  ความดีความชั่ว  มีผลลัพธ์”


“เจียหนิงศก  เหมันต์ปีสามสิบเอ็ด  ถกพุทธเต๋า  หนุ่มนิรนามเอ่ยถาม  หากไร้ตัวตน  แล้วใครเวียนว่าย  ใครหลุดพ้น?”


เฉินจี้ตะลึง


จิ้งอ๋องเคาะเมล็ดแตงโม  พลางกล่าวอย่างสะใจ  “บัดนี้บนถนนอันเล่อ  ร้านน้ำชายี่สิบเอ็ดแห่ง  มีสิบเก้าแห่งต้องเล่าเรื่องนี้  ต้นฉบับมาจากจางหลี  ขอเพียงนักเล่าเรื่องเอ่ยสักครา  ก็สามารถไปรับเงินทองแดงหนึ่งร้อยเหรียญจากหอเต๋าได้”


เฉินจี้สะท้านในใจ  นี่มีผู้คิดอาศัยการโต้ธรรมของเขา  ทำลายชื่อเสียงฝ่ายพุทธ


จิ้งอ๋องโยนเปลือกเมล็ดแตงโมลง  ยิ้มยียวนพลางเอ่ยว่า  “ข้าคาดว่าอย่างช้าสองเดือน  เหล่านักเล่าเรื่องทั่วเหนือใต้ลำน้ำใหญ่  จะต้องเล่าเรื่องโต้ธรรมของเจ้าเป็นกิจวัตร  ครานั้นฝ่ายพุทธได้ยินสองคำว่า  ‘เฉินจี้’  ก็ต้องปวดหัวแล้ว…หืม  ดูเจ้ามิหวั่นไหวเลยสักนิด?”


เฉินจี้ก้มหน้าลง  รับรู้ไฟเตาหลอมในกาย  ที่กำลังกระหน่ำเต้นอย่างบ้าคลั่ง


หอเต๋าอาศัยเขากดทับบารมีฝ่ายพุทธ  ทว่าเขาเองก็กอบโกยผล  หากดังจิ้งอ๋องว่า  อนาคตเหนือใต้ลำน้ำใหญ่ล้วนเล่าขานเรื่องนี้เป็นกิจวัตร  เกรงว่าไฟเตาหลอมของเขาจะอาศัยเหตุนี้แปรเป็นสีเหลืองเรืองรอง


“เจ้าหนุ่ม  ครุ่นคิดสิ่งใดอยู่  เจ้ามิกลัวฝ่ายพุทธมาวางกลล่ามขาหรือ?”


เฉินจี้ยกหน้าขึ้นกล่าว  “ท่านอ๋อง  ข้าขอพ้นเคราะห์ตรงหน้านี้ก่อนเถิด  บัดนี้ตระกูลหลิวเห็นข้าเป็นตะปูในตา  เสี้ยนหนามในเนื้อ  ยังมิถึงคราวให้ฝ่ายพุทธมารังเกียจข้า”


จิ้งอ๋องทอดถอนใจ  “เจ้าหนี้มาก  หนี้จึงมิถ่วงกายเจ้าสินะ”


พอสิ้นคำ  เสียงก้าวทัพเป็นระเบียบเริ่มดังมาจากนอกโรงน้ำชาฝูโหลว  แขกชาล้วนชะเง้อมอง  เห็นทหารเดินเท้าสวมเกราะเบา  หิ้วง้าวยาว  เดินผ่านหน้าประตูไป


นัยน์ตาเฉินจี้หดวูบ  กองทัพตระกูลหลิวเข้ามาในเมืองแล้ว!


เขาหันไปมองจิ้งอ๋อง  “ท่านอ๋อง?”


“ตระกูลหลิวจะลงมือแล้ว  ไปเถิด  ถึงเวลากลับแล้ว”  จิ้งอ๋องลุกก้าวออกไป


แต่ก่อนจะข้ามพ้นธรณี  จิ้งอ๋องเหลียวกลับไปยังนักเล่าเรื่องในโรงน้ำชา  แสงนอกประตูส่องอยู่เบื้องหลัง  ดุจยืนทาบเงาตน  “หนุ่มน้อย  เจ้าคิดว่าภายภาคหน้า  ในนิทานเทศน์จะกล่าวถึงข้าเช่นใด?”


เฉินจี้ถามกลับ  “ท่านอ๋องหวังให้ชนรุ่นหลังกล่าวถึงท่านเช่นใด?”


จิ้งอ๋องครุ่นคิด  “คุณความชอบ  ชั่วกาลนาน”


……


……


เที่ยงวัน  แดดฤดูหนาวกำลังพอเหมาะ


เฒ่าเหยาห่มผ้าห่ม  นั่งเอนบนเก้าอี้ไม้ไผ่หน้าประตู  หลับตาพักใจไกวไปมา


เซ่อเติงเค่อกับหลิวฉวีซิง  เหลียงมาวเอ๋อร์  นั่งม้าน้อยกลางลาน  ใช้มีดตัดสมุนไพรเป็นท่อนสั้น


ถัดมาเพียงอึดใจ  เฝิงต้าป้านนำองครักษ์จวนอ๋องกรูเข้าโรงยา  สุดท้ายหยุดหน้าเก้าอี้เอนหลังของเฒ่าเหยา


เขาก้มมองเฒ่าเหยา  เอ่ยเสียงแผ่ว  “หมอหลวงเหยา  ท่านอ๋องอยู่ที่ใด?”


เฒ่าเหยายกเปลือกตาขึ้น  กวาดตาช้าๆ มองเขาหนหนึ่ง  “ท่านอ๋องกำลังพักเที่ยง  อย่าไปรบกวนจะดีกว่า  เซ่อเติงเค่อ  มีตาหูไวหน่อย  ยกเก้าอี้มาให้เฝิงต้าป้านสักตัว”


เฝิงต้าป้านขมวดคิ้ว  “ท่านอ๋องมิได้อยู่ข้างในหรือ?”


เฒ่าเหยานั่งนิ่งบนเก้าอี้เอนหน้าประตู  ทำท่าประหลาดใจ  “ท่านอ๋องไม่อยู่ข้างในแล้วจะอยู่ที่ใด?  เจ้าส่งทหารล้อมโรงยาไท่ผิงไว้รอบด้านแล้ว  ท่านอ๋องจะบินหนีไปหรือไร?  เมื่อวานข้าเข็มฝังให้ท่านอ๋อง  ตรวจยืนยันแล้ว  ท่านอ๋องยังมิได้งอกปีก”


เฝิงต้าป้านเหลือบมองผ้าม่านฝ้ายหนาทึบ  รู้สึกว่ามีบางสิ่งไม่ชอบมาพากล  “หมอหลวงเหยา  ขออภัยที่ต้องล่วงเกิน”


ว่าพลางก็สะบัดมือสั่งองครักษ์  “เชิญหมอหลวงเหยาไปยืนด้านข้าง!”


องครักษ์หลายคนกรูกันเข้ามา  ทำท่าจะยกเก้าอี้ไผ่ของเฒ่าเหยา  เหลียงมาวเอ๋อร์ผุดลุกตวาดลั่นทันที  “หยุด!”


พลันเห็นร่างกำยำของเหลียงมาวเอ๋อร์พุ่งมา  เพียงสะบัดมือก็เหวี่ยงองครักษ์หัวทิ่ม


เฝิงต้าป้านหาได้ขุ่นเคืองไม่  เพียงเอ่ยเนิบช้า  “หมอหลวงเหยา  บอกให้เขาหยุดเถิด  ข้าเพียงแต่คำนึงถึงความปลอดภัยของท่านอ๋อง  งานนี้รอช้าไม่ได้”


ทว่าพอดีนี้เอง  เฉินจี้ประคองจิ้งอ๋องก้าวออกจากเรือน  จิ้งอ๋องเอ่ยอย่างอ่อนแรงว่า  “เฝิงต้าป้าน  มีอันใดหรือ?”


เฝิงต้าป้านรีบโค้งคำนับ  “ท่านอ๋อง  ข้ามาเชิญท่านเสด็จกลับจวน”


จิ้งอ๋องเอ่ยฉงน  “เฝิงต้าป้านทุกทีสำรวมเยือกเย็นนัก  ไยวันนี้จึงร้อนรนถึงเพียงนี้”


เฝิงต้าป้านเหลือบมองเซ่อเติงเค่อกับพวก  แล้วหันไปเอ่ยกับจิ้งอ๋อง  “ท่านอ๋อง  พูดที่นี่ไม่เหมาะ”


จิ้งอ๋องยิ้มบาง  “ว่ามาเถอะ  พวกเขาฟังได้”


เฝิงต้าป้านสูดลมหายใจลึก  “ท่านอ๋อง  กองกำลังส่วนตัวจากค่ายเอี่ยนซือของตระกูลหลิวเข้ามาในเมืองแล้ว  เพิ่งล้อมศาลากลางเมืองหลัวไว้รอบด้าน  ขณะนี้กำลังมุ่งสู่ถนนอันซี!  ตระกูลหลิวคิดกบฏแล้ว!”


ในลาน  เซ่อเติงเค่อกับหลิวฉวีซิง  รวมถึงเหลียงมาวเอ๋อร์ต่างสบตากัน


หลิวฉวีซิงหน้าซีดเผือด  “เมื่อวานยังสงบสุขมิใช่หรือ  ไยวันนี้จึงก่อกบฏเสียได้?”


เซ่อเติงเค่อเอ่ยเสียงทุ้มอู้อี้  “เจ้าจะปอดแหกทำไม!”


หลิวฉวีซิงสบถ  “นี่มันความผิดใหญ่ถึงประหารเก้าชั่วโคตร ข้าแม่งก็อยู่ในเก้าโคตรนั้น  เจ้าบอกมาสิว่า  ทำไมข้าถึงต้องไม่กลัว?  ไอ้ลูกสุนัข  ปกติแม้เสี้ยวประโยชน์จากตระกูลหลิวก็แตะไม่ได้  พอเกิดเรื่องกลับต้องพลอยเดือดร้อนเพราะพวกมัน!”


เซ่อเติงเค่อเบิกตาค้าง  เพิ่งตระหนักว่า  หากตระกูลหลิวกบฏล้มเหลว  หลิวฉวีซิงก็จะถูกลากไปตัดหัว  “งั้น…ถ้าตระกูลหลิวสำเร็จเล่า?”


หลิวฉวีซิงเผลอเหลือบมองจิ้งอ๋อง  แล้วรีบบิดแขนเซ่อเติงเค่อกระซิบตำหนิ  “เจ้าพูดเพ้ออะไรของเจ้า…”


เฝิงต้าป้านมิได้ใส่ใจถ้อยสนทนาของทั้งสอง  พอได้ยินเสียงเท้าม้าจากไกล  จึงกราบทูลอีกครั้งว่า  “ท่านอ๋อง  เวลานี้มิควรชักช้า  ขอท่านเสด็จกลับจวนกับข้าก่อนเถิด  ยังมีราชกิจสำคัญต้องทำ!  หากไม่เสด็จ  ข้าคงต้องล่วงเกินแล้ว!”


เฉินจี้มองเฝิงต้าป้าน  คนผู้นี้หาได้เหมือนข้าราชบริพารในจวนจิ้งอ๋อง  กลับเหมือนแม่ทัพตรวจการเสียมากกว่า


จิ้งอ๋องตริตรองครู่หนึ่ง  “ไปเถิด  กลับจวน”


ครานั้น  เฉินจี้หันบอกเฒ่าเหยา  “อาจารย์  โรคของจิ้งอ๋องขาดท่านมิได้  เราพวกเราตามท่านอ๋องเข้าจวนกันเถอะ”


เฒ่าเหยาขมวดคิ้วครุ่นคิดครู่หนึ่ง  แล้วรับคำ  “ดี”


ว่าไปพลาง  ทุกคนเก็บข้าวของฉับไว  แล้วติดตามจิ้งอ๋องออกไปข้างนอก


พอพ้นโรงยา  เหล่าคนหันกลับมอง  เห็นหมู่ทหารม้าควบเข้ามาเร็วรี่  ใกล้เข้ามาทุกที


เซ่อเติงเค่ออุทานตระหนก  “รีบไป  รีบไป  พวกมันมุ่งหน้าสู่จวนอ๋อง!”


ทว่าเฉินจี้เหมือนเพิ่งนึกขึ้นได้  “อาจารย์  พวกท่านไปก่อน  ข้าลืมของ  ต้องกลับไปหยิบ”


เซ่อเติงเค่อทั้งเดินทั้งเหลียว  ก็เห็นเฉินจี้พุ่งกลับเข้าโรงยาไท่ผิง


เขาโกรธลั่น  “เฉินจี้  ตามมาเร็วเข้า!  เวลาแบบนี้ยังจะหยิบฉวยอะไรอีก  มีสิ่งใดสำคัญกว่าชีวิตหรือ?!”


เซ่อเติงเค่อยืนรอสองสามลมหายใจ  กลับมิได้คำตอบจากเฉินจี้


ครู่หนึ่งให้หลัง  เขาขบกรามจะตามหาเฉินจี้  ทว่าโดนหมอหลวงเหยากอบข้อมือ  ฉุดลากเข้าจวนจิ้งอ๋องไปอย่างแข็งขัน


ก่อนข้ามธรณีจวนอ๋อง  เขาพลันเห็นว่ากองทหารม้าชุดแรกหาได้มุ่งสู่จวนอ๋องไม่  กลับล้อมโรงยาไท่ผิงไว้ก่อน


ทุกคนฉุกใจกระจ่าง  ทหารเหล่านี้มุ่งเอาตัวเฉินจี้  เฉินจี้ทำทีว่าจะเข้าจวนอ๋อง  แต่กลับย้อนเข้าโรงยาตามลำพัง  ชัดแจ้งว่าไม่อยากให้พวกเขาพลอยเดือดร้อน


หน้าโรงยาไท่ผิง  ทหารตระกูลหลิวกระโดดลงจากม้า  ชักดาบเอว  บุกกรูค้นทั่วครัว  ห้องนอน  เรือนหน้า  ล้วนไร้คน


ทหารนายหนึ่งยืนกลางเรือนหน้า  ขมวดคิ้วกวาดมองรอบด้าน  เมื่อครู่เห็นกับตาว่าเฉินจี้กลับมา  ไยถึงหายลับ?


ครุ่นคิดอยู่ครู่  สายตาเขาตกลงบนแท่นเตียง……


ชั่วอึดใจถัดมา  เขากระชากแท่นเตียง  เผยให้เห็นอุโมงค์มืดมิดเบื้องล่าง


“หนีแล้วรึ?  ไล่ตาม!”


(จบตอน)


______________
ลงทุกวันจันทร์ อังคาร พุธ เสาร์
ปัจจุบันแปลถึงตอน: 0400
ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/
#พระเอกฉลาด #นิยายแฟนตาซี #qingshan

Previous Next

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

ตอนที่ 0001 กลับสู่ศูนย์

ตอนที่ 0036 เงาในแสงอาทิตย์ (จบบทนำ)

ตอนที่ 0091 ต้นแอปริคอตแดง