ตอนที่ 0191 ชิงตำแหน่งนักษัตร
ยามจื่อ
ตรอกหวนจิ่ง
ในห้องโถงใหญ่ของหอขุนนางกรมสืบลับแห่งตรอกหวนจิ่ง เฉินจี้กับไป๋หลงนั่งเผชิญหน้ากัน กระดานหมากตั้งนิ่งอยู่กึ่งกลาง
ยังคงกติกาเดิมจากสมัยที่หมู่บ้านหลงหวัง เล่นหมากเร็ว แต่ละครั้งที่วางห้ามเกินสิบลมหายใจ
ทั้งสองจับหมากดำขาวคนละฝ่าย ผลัดกันวางอย่างฉับไว ลื่นไหลราวสายน้ำ
ไป๋หลงสวมหน้ากาก เขากวาดตามองแนวทางบนกระดานหมาก ระหว่างวางก็กล่าวชื่นชมว่า “เจ้าไม่ตื่นตระหนกเลยสักนิด ลีลาการเล่นหมากก็แตกต่างจากครั้งก่อนมาก ในที่สุดก็เข้าใจคำว่า ‘ยอมสละ’ แล้ว แนวหมาก ‘รักษาผู้โดดเดี่ยว’ แม้จะเก่งกาจ แต่ก็โลภมากเกินไป ไม่ควรใช้”
เฉินจี้ไม่ได้พูดอะไร เพียงเงียบมองกระดานหมากอย่างตั้งใจ ราวกับจะฟังเสียงลมหายใจของหมากแต่ละตัว
ไป๋หลงกล่าวอย่างช้าๆ “เข้ายามไฮ่แล้ว หยุนหยางกับพวกยังไม่สามารถนำโอรสอ๋องมาต่อหน้าข้าได้ เกรงว่าจะทำพลาดหน้าที่อีกแล้ว”
เฉินจี้ไม่ได้เงยหน้าขึ้น “ในเมื่อหยุนหยางกับเจียวถู่มักทำงานพลาดเสมอ ใต้เท้าไป๋หลงจะไม่เปลี่ยนพวกเขาหรือ”
ไป๋หลงหัวเราะเบาๆ “ข้ามีเหตุผลของข้าเอง ต่อไปเจ้าจะเข้าใจ”
พอเสียงพูดเงียบลง ภายนอกตรอกก็มีคนตีแจ้งยาม เดินผ่านพร้อมตีฆ้อง เสียงขานดังก้อง “ปิดประตูปิดหน้าต่าง ระวังขโมยขโจร!”
ยามจื่อที่นัดหมายไว้ผ่านไปแล้ว ถึงยามฉิ่ว รุ่งเช้าย่างเข้าเหมือนเงาเย็นเคลื่อนคลุมตรอก
เฉินจี้ถอนหายใจด้วยความโล่งอก “ใต้เท้าไป๋หลง ดูเหมือนข้าจะชนะ”
ไป๋หลงยิ้มบาง “ชนะก็ชนะไป แต่ข้าสงสัยอยู่อย่าง สุดท้ายแล้ว เจ้าซ่อนโอรสอ๋องไว้ที่ใดกันแน่”
เฉินจี้ไม่แสดงสีหน้า “ใต้เท้าไป๋หลง ข้าได้พิสูจน์ตัวเองว่ามีประโยชน์เพียงพอแล้ว ต่อไปข้าจะทุ่มเทสุดกำลังเพื่อใต้เท้า พร้อมบุกไฟลุยน้ำทุกเมื่อ มิทราบว่าเรื่องของธิดาอ๋อง...”
ประจวบเหมาะ ภายนอกประตูมีเสียงฝีเท้าดังมา
จึงเห็นหยุนหยาง เจียวถู่ จินจู ทั้งสามเดินเข้ามาพร้อมกัน ตบเกล็ดหิมะเล็กบนไหล่ “ใต้เท้า ไป๋หลี่ธิดาอ๋องถูกขังไว้ที่คฤหาสน์ลับแล้ว มีองครักษ์เจี่ยฝานเฝ้าดูแลด้วยตัวเอง”
จินจูเพิ่งก้าวพ้นประตู เห็นเฉินจี้ก็ถึงกับตะลึง “เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร”
เฉินจี้ชี้ไปที่กระดานหมาก “มาเล่นหมากกับใต้เท้าไป๋หลง”
จินจูเผยสีหน้ากังขา
ไป๋หลงลุกขึ้นยืน คว้ามือไพล่หลัง “พบโอรสอ๋องหรือไม่”
หยุนหยางกับเจียวถู่มองตากัน ต่างก็ก้มหน้าลง “ขอรายงานใต้เท้าไป๋หลง พวกเราไร้ความสามารถ ไม่พบโอรสอ๋อง แต่ข้ามั่นใจว่าจางจัวกำลังช่วยปกปิดร่องรอยพวกเขา ขอใต้เท้าไป๋หลงสั่งการ เราสองคนจะจับใต้เท้าจางเข้าคุกใน เพื่อเค้นที่ซ่อนของโอรสอ๋องออกมาให้ได้”
ไป๋หลงหัวเราะฮ่าๆ ชี้นิ้วไปยังทั้งสอง “พวกเจ้าทั้งสองกระทำความผิด ยังอยากให้ข้าช่วยแบกความผิดร่วมด้วยหรือ? เหลวไหลสิ้นดี ไหนว่ามา ไปก่อเรื่องอะไรมาอีก”
เจียวถู่เอ่ยเสียงเบา “ก็ไม่ได้ก่อเรื่องอะไร”
“หืม?” ไป๋หลงหันศีรษะ “จินจู เจ้าเล่ามา”
จินจูไม่ปรานีต่อทั้งสอง “หยุนหยางกับเจียวถู่พาองครักษ์เจี่ยฝานไปสกัดขบวนขนเสบียงของจางจัว สุดท้ายไม่พบโอรสอ๋อง ยังทำเสบียงหลวงกระจายเกลื่อนพื้นอีก”
เจียวถู่รีบแก้ตัว “ก็ไม่ได้ทำลายเสบียงมากนัก ข้าห้ามไว้ทันเวลา”
จินจูคิดแล้วคิดอีก “องครักษ์เจี่ยฝานมือเร็ว แทงทะลุไปยี่สิบเจ็ดเกวียน การคุ้มกันเสบียงหลวงดูไม่สำคัญ เสบียงหลักสิบเกวียนคงไม่มีค่าเท่าไหร่ แต่มันเป็นกิจสำคัญทางทหารเสมอมา จะว่าใหญ่ก็ใหญ่ได้ จะว่าเล็กก็เล็กได้ ก็ต้องลุ้นว่าจางจัวจะเอาเรื่องทั้งสองหรือไม่”
ไป๋หลงเงยหน้าคิดครู่หนึ่ง “เสบียงหลวงหนึ่งเกวียนคือหนึ่งร้อยยี่สิบชั่ง หนึ่งชั่งคือสิบเอ็ดเหรียญเงิน ตามกฎหมายต้าหนิงเรา ผู้ขโมยหรือทำลายเสบียงทหารตั้งแต่ยี่สิบห้าเกวียนขึ้นไป ต้องถูกโบยร้อยที สักคำว่า ‘ขโมยเงินเสบียงทรัพย์สินหลวง’ ห้าตัว ลงโทษเนรเทศไปสามพันลี้...พวกเจ้าทั้งสองจะถูกเนรเทศอีกแล้วนี่?”
เฉินจี้เงยหัวมองไป๋หลงโดยไม่รู้ตัว ไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะท่องกฎหมายต้าหนิงได้แม่นยำนัก
คนแบบใดจึงท่องกฎหมายคล่อง? มีอยู่สามประเภท
ประเภทแรกคือคนที่จำได้ไม่ลืมอย่างจางจัว จางเซี่ย
ประเภทที่สองคือผู้บังคับใช้กฎหมาย
ประเภทที่สามคือผู้เตรียมจะละเมิดกฎหมาย
ไป๋หลงคงเป็นประเภทที่สาม
ไป๋หลงหันหน้าไปหาหยุนหยางกับเจียวถู่แล้วถอนหายใจ “บอกพวกเจ้ามาตั้งนานแล้ว ว่าต้องอ่านกฎหมายราชวงศ์ของเราให้มาก เวลาทำงานจึงจะหลีกเลี่ยงการละเมิดกฎหมายได้ ไม่ให้คนจับจุดอ่อน พวกเจ้าคิดว่าข้าขึ้นมาสู่ตำแหน่งสามอันดับบนได้อย่างไร? ก็เพราะไม่ให้ใครจับจุดอ่อนได้นั่นเอง”
หยุนหยางกับเจียวถู่รู้สึกผิดจนไม่กล้าเงยหน้า
ไป๋หลงครุ่นคิดครู่หนึ่ง “งั้นเอาอย่างนี้ ข้าจะช่วยค้ำประกันพวกเจ้าทั้งสอง ไม่ให้ถูกเนรเทศ แต่ตำแหน่งนักษัตรนี้ ข้าจะเรียกคืนแทนใต้เท้าเสนาบดีฝ่ายใน เพื่อให้มีคำอธิบายกับตระกูลสวี ตั้งแต่นี้ไปพวกเจ้าทั้งสองถูกลดเป็นสายลับระดับนกพิราบ ไปทำงานใต้บังคับบัญชาของเฉินจี้”
“อะไรนะ?” หยุนหยางหน้าตาตกใจ “ทำไมเราต้องไปทำงานใต้บังคับบัญชาเขาด้วย?”
ไป๋หลงทำทีสงสัย “พวกเจ้าเป็นสายลับระดับนกพิราบ เขาเป็นเหยี่ยวทะเล สูงกว่าพวกเจ้าหนึ่งขั้น ทำไมถึงทำงานใต้บัญชาพวกเขาไม่ได้?”
หยุนหยางช้ำใจราวสูญเสียบิดามารดา “แต่...แต่...”
ไป๋หลง “โฮ่? เจ้าไม่ยอมรับหรือ”
เจียวถู่รีบดึงแขนเสื้อเขา เสียงบีบผ่านซอกฟัน “เจ้าอยากตายหรือ รีบตอบรับเสีย ตอบรับเสีย ตอบรับเสีย...”
หยุนหยางมองเฉินจี้ด้วยสีหน้าดุจคนตาย แล้วจึงประนมมือคารวะ “ขอรับ”
พอเสียงจบ เฉินจี้ที่ยืนข้างๆ ก็เอ่ยปาก “ใต้เท้าไป๋หลง ข้ายังขาดประสบการณ์ เกรงว่าจะมีฝีมือไม่พอบังคับบัญชาคนอื่น ให้หยุนหยางกับเจียวถู่มาทำงานใต้บัญชาคงไม่เหมาะ”
ไม่ใช่ว่าเฉินจี้ไม่อยากฉวยโอกาสนี้ทำให้ทั้งสองอับอาย
แต่เป็นเพราะคนทั้งสองนี้จองเวรเกินไป ทั้งยังถนัดการลอบสังหาร เขากังวลว่าหากบีบคั้นจนจนมุม อีกฝ่ายอาจกลายเป็นสุนัขจนตรอก
ไป๋หลงเหลือบมอง “พวกเจ้าทุกคนนับวันยิ่งอวดดี กล้าโต้แย้งเรื่องที่ข้าจัดแจงด้วยหรือ”
เฉินจี้ หยุนหยาง เจียวถู่ ทั้งสามประนมมือก้มหน้าพร้อมกัน “ข้าน้อยมิกล้า”
ไป๋หลงตบไหล่เฉินจี้ “ทำงานให้ดี ข้าจะไปขอความชอบให้เจ้ากับใต้เท้าเสนาบดีฝ่ายในเอง”
จินจูสีหน้าพลันแปรเปลี่ยน เฉินจี้จะเปลี่ยนสังกัดไปอยู่กับคนอื่นได้อย่างไร หรือว่าฟังคำสั่งของไป๋หลงแล้ว?
ชั่วขณะต่อมา ไป๋หลงโบกมือ “พอแล้ว พวกเจ้ากลับไปเถอะ ไปเฝ้าเส้นทางขนส่งทุกเส้นในเมืองหลัว ตรวจค้นทุกบ้านทุกเรือน อย่าปล่อยให้โอรสอ๋องหนีออกไป”
“ขอรับ” จินจูและคนอื่นๆ คารวะแล้วถอยออกไปข้างนอก แต่เฉินจี้ยังไม่ขยับเขยื้อน
จินจูเดินถึงธรณีประตู หันกลับมาโบกมือให้เฉินจี้ “เดินสิ”
เฉินจี้กล่าวเสียงเบา “ข้ายังต้องเล่นหมากกับใต้เท้าไป๋หลง ใต้เท้าจินจูกลับไปก่อนเถอะ”
จินจูมีสีหน้าหมองหม่น เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูดอย่างกลั้นไม่ไหว “เจ้าอยากเปลี่ยนเจ้านายหรือ? ลืมไปแล้วหรือว่าข้าปฏิบัติต่อเจ้าอย่างไร? หากไม่ใช่เพราะข้ากับเทียนหม่าช่วยเจ้าไว้ ป่านนี้เจ้าคงกลายเป็นวิญญาณใต้คมดาบไปนานแล้ว!”
เฉินจี้เงียบนิ่งอยู่นาน “ใต้เท้าจินจู ข้าเพียงแต่คิดว่า การติดตามใต้เท้าไป๋หลงทำงาน ย่อมมีอนาคตมากกว่า”
ไป๋หลงหัวเราะเสียงดังกึกก้อง “จูเอ๋ย จูเอ๋ย! แตงที่ฝืนบิดย่อมไม่หวาน”
จินจูหัวเราะเย็นชาสามครั้ง “ดี ดี ดี! ใต้เท้าไป๋หลงกลยุทธ์ล้ำเลิศ ข้าขออวยพรให้ใต้เท้าเฉินบรรลุตำแหน่งนักษัตรโดยเร็ว!”
กล่าวจบก็สะบัดแขนเสื้อจากไป
……
……
ไป๋หลงก้าวล้ำไปสองสามก้าว ไพล่มือไว้ด้านหลัง เหม่อมองหิมะที่ทับถมขาวโพลนทั่วลาน “คืนนี้รอบนี้ถือว่าเจ้าชนะ ข้าคิดแล้วคิดเล่า ก็ยังคิดไม่ตกว่า เจ้าซ่อนโอรสอ๋องไว้ที่ใดกันแน่…จะไม่เผยคำตอบให้ข้าฟังบ้างหรือ?”
เฉินจี้ขยับมายืนเคียงข้าง “ใต้เท้าไป๋หลง ในเมื่อตั้งใจจะปล่อยโอรสอ๋องให้รอดชีวิตแล้ว ไยต้องสืบเสาะหาคำตอบอีก?”
ไป๋หลงหัวเราะแผ่วต่ำ “ไม่ใช่ว่าข้าตั้งใจจะปล่อยเขาให้รอดหรอก แต่มีคนขู่ข้า บอกว่าหากครั้งนี้ข้าไม่ให้ทางรอดพวกเจ้า เขาจะฆ่าข้า ในราชวงศ์หนิงนี้ คนที่ฆ่าข้าได้มีไม่มาก และเขาก็เป็นหนึ่งในนั้น”
เฉินจี้ชะงักไปชั่วลมหายใจ
เขาหันกลับไปมองถ้วยชาบนโต๊ะโดยไม่รู้ตัว เมื่อครู่ย่อมมีคนมาดื่มชา ณ สถานที่แห่งนี้ เพื่อถ่วงเวลาไป๋หลงไว้ถึงหนึ่งชั่วยาม
เฉินจี้ทอดสายตาไปยังลาน ยามเขาเพิ่งก้าวเข้ามา กลิ่นยาจีนอ่อนๆ คลอเคล้าอยู่ในอากาศ กลิ่นโรงยาที่คุ้นเคย หอมปนขม ยังเกาะกุมอยู่ตามลมหายใจ
เมื่อเฉินจี้หันกลับมา แววตาก็ฉายประกาย “ใต้เท้า ท่านหมายถึงใต้เท้าปิ้งหู่ (เสือป่วย) หรือ?”
ไป๋หลงยิ้มเยาะ “อวดดีจริงๆ”
เฉินจี้ก็เข้าใจในบัดดล ว่าทำไมไป๋หลงจึงแสดงไมตรีต่อตนซ้ำแล้วซ้ำเล่า เหตุใดเมิ่งจีจึงปล่อยตนไปในฝัน แท้จริงแล้วมีผู้คอยปกป้องอยู่เบื้องหลังตลอดเวลา…
อาจารย์, ปิ้งหู่!
เจ้าเขา, เสือนั่นเอง!
เฉินจี้เอ่ยขึ้น “ใต้เท้าไป๋หลง หากข้าจำเป็นต้องช่วยธิดาอ๋อง ข้าควรทำอย่างไร?”
ไป๋หลงถอนหายใจ “เจ้านี่เอาแต่สร้างปัญหาให้ข้าจริงๆ เฉินจี้เอ๋ย…นั่นเป็นความผิดกบฏใหญ่หลวง เจ้าคิดว่าฝ่าบาทจะปล่อยพวกพ้องของจิ้งอ๋องไปหรือ?”
เฉินจี้เอ่ยเสียงเบา “แต่จิ้งอ๋องไม่ได้มีเจตนากบฏ นี่เป็นข้อหาที่คนอื่นใส่ร้ายท่าน”
ไป๋หลงเปล่งเสียงเคร่งขรึม “ออกจากประตูนี้ไปแล้ว อย่าได้โอหังพูดจาทำนองนี้อีก เจ้ากับข้าอยู่ในตำแหน่งเช่นนี้ ต้องรู้จักขอบเขตหน้าที่ของตนให้ชัด ทำสิ่งใด พูดสิ่งใด ต้องคิดเผื่อหน้าหลัง อย่าให้ผู้ใดล่วงรู้ว่าเจ้าตั้งใจจะช่วยธิดาอ๋อง ฝ่าบาทประสงค์จะประหารนาง เจ้ากลับหมายปกป้องนาง หรือว่าเจ้าเองก็จะยกธงกบฏ?”
เฉินจี้นิ่งงันอยู่เนิ่นนาน ก่อนค่อยถาม “เหตุใดฝ่าบาทจึงมุ่งหมายเอาชีวิตจิ้งอ๋องนัก?”
ไป๋หลงทอดเสียงอย่างซาบซึ้ง “เจียหนิงศก 23 ฤดูใบไม้ผลิ กองทหารพันปีปราบกบฏสำเร็จ หวนกลับราชธานี ฝ่าบาททรงปลื้มพระทัย โปรดพระราชทานรางวัลแก่สามกองพล ทว่าเหล่าขุนพลกลับกราบทูลว่า มิประสงค์รางวัลใด เพียงหวังให้ฝ่าบาทไว้ชีวิตกองทัพกบฏ”
เฉินจี้สะดุ้งตกใจ “เพราะเหตุใด? ทำไมกองทหารพันปีจึงทูลขอชีวิตกองทัพกบฏ?”
ไป๋หลงหัวเราะเยาะ “ก็เพราะแรกเริ่ม กองทหารพันปีล้วนเข้าใจว่า กองทัพกบฏคือเหล่าโจรดุร้ายเดรัจฉาน ทว่าเมื่อยาตราถึงแคว้นชางแล้วดูให้ถนัด ตรงหน้ากลับเป็นเพียงชาวไร่ที่จนตรอก อยู่ไม่ไหวไร้ทางไป กองทหารพันปีมีกำลังแกร่งกล้า แต่จะให้ลงมือฆ่าพลเมืองที่ถือจอบเสียม จะฝืนใจได้อย่างไร? ศึกคราวนั้น ขุนพลหลายคนของกองทหารพันปีร้องไห้ไป ฆ่าคนไป ฆ่าจนหัวใจของตนเองตายไปแล้ว”
ไป๋หลงพูดต่อ “กองทหารพันปีมีขุนพลสามสิบเจ็ดนาย คุกเข่าอยู่นอกประตูเชวียโย่ว ขอให้ฝ่าบาทเพิกถอนรางวัลและไว้ชีวิตกองทัพกบฏ ฝ่าบาททรงกริ้ว จึงมีพระราชปุจฉาถามจิ้งอ๋องว่าควรทำเช่นไร จิ้งอ๋องกราบทูลว่า กองทัพกบฏเหล่านั้น ความผิดยังไม่ถึงตาย”
เฉินจี้เผยสีหน้าประหลาด “แล้วหลังจากนั้น?”
“หลังจากนั้น?” ไป๋หลงเหยียดมือรับหิมะที่ร่วงจากฟ้า “หลังจากนั้น ฝ่าบาทก็เพิกถอนรางวัล และนิรโทษกรรมกองทัพกบฏ เพื่อปิดบังเรื่องนี้ ฝ่าบาทมิได้พระราชทานนิรโทษกรรมเฉพาะกองทัพกบฏ แต่อ้างว่าพบลางอันเป็นมงคล เพื่อนิรโทษกรรมทั่วแผ่นดิน ตั้งแต่นั้นมา ฝ่าบาทกับจิ้งอ๋องก็ไม่ใจเดียวกันอีกต่อไป”
เฉินจี้เอ่ยเสียงเบา "แต่ถ้ากองทัพกบฏเป็นเพียงพลเมืองที่จนตรอกไร้ทางออก จริงๆ แล้วพวกเขาเองก็…”
ไป๋หลงย้อนถาม "เฉินจี้ กองทัพกบฏตั้งใจจะกบฏต่อราชสำนัก หากจิ้งอ๋องกล่าวว่ากองทัพกบฏไม่ผิด แล้วผู้ใดผิด?"
ฝ่าบาทผิด
โชคชะตาของจิ้งอ๋อง ดูเหมือนว่าตั้งแต่วันนั้น ก็ถูกลิขิตไว้แล้ว
ไป๋หลงเปลี่ยนหัวข้อ "เรื่องของธิดาอ๋อง ยามนี้ทำไม่สำเร็จ มิได้หมายความว่าเบื้องหน้าจะทำไม่สำเร็จ ข้าจะช่วยเจ้ารักษาชีวิตนางไว้ก่อน กักบริเวณในวัด ให้อยู่เป็นเพื่อนตะเกียงสีคราม รอจนเรื่องถึงจุดเปลี่ยนแล้วค่อยว่ากันใหม่ เป็นอย่างไร?"
เฉินจี้ปิดบังความตื่นเต้นในใจ
หากรักษาชีวิตไว้ได้ ก็ยังมีความหวัง!
เขาประสานมือคำนับอีกครั้ง ก้มลึกถึงที่สุด “ขอบพระคุณใต้เท้าไป๋หลง!”
ไป๋หลงสะบัดหยดหิมะที่ละลายเป็นน้ำจากฝ่ามือ “อย่าเพิ่งรีบขอบคุณข้า ตอนข้ายังเยาว์วัย เคยคิดว่าตัวเองสามารถเปลี่ยนแปลงทุกสิ่งได้ ทว่าไม่นานก็รู้ว่า บนเส้นทางนี้มีสิ่งให้ต้องสละมากเกินไป เฉินจี้เอ๋ย เมื่อย่างเท้าลงบนหนทางนี้แล้ว ก็หันกลับไม่ได้อีก”
เฉินจี้ประสานมือก้มตัว สายตาหยุดที่ปลายเท้าของตนเอง
ต้องมีคนจ่ายราคาอยู่แล้ว
ไม่ใช่หรือ?
เขาค่อยๆ ลุกขึ้น เอ่ยมั่นคง “ไม่หันกลับ!”
ไป๋หลงหันกลับมาเหลือบมองเขา ก่อนผินหน้าไปยังยามราตรี เอ่ยด้วยอาลัย “ใต้เท้าผู้นั้น จนแล้วจนรอดก็ตัดส่วนสุดท้ายของโลกนี้ไม่ขาด”
เฉินจี้สงสัย “หือ?”
ไป๋หลงพูดขึ้นมา “ไม่มีอะไร เข้าไปในห้องเถอะ ข้ายังมีเรื่องต้องสั่งเจ้าอีก”
(จบตอน)
______________
ลงทุกวันจันทร์ อังคาร พุธ เสาร์
ปัจจุบันแปลถึงตอน: 0496
ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/
#พระเอกฉลาด #นิยายแฟนตาซี #qingshan
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น