ตอนที่ 0197 คำให้การ
หอบารมีอักษรเงียบสงัด ชื่อสองชื่อนี้ เจียวถู่และหยุนหยาง เปรียบดังใบมีดคมคู่ แทงอกเฉินหลี่ฉิน ครู่เดียวโลหิตพลุ่งพล่าน เรี่ยวแรงเหือดหาย
ท่านหญิงเหลียงผุดลุก ประคองเขาไว้ เอ่ยเสียงแผ่วว่า “ท่านพี่ บางทีอาจไม่ใช่เรื่องใหญ่โตก็ได้”
เฉินหลี่ฉินถอนใจในอก เจียวถู่กับหยุนหยางเป็นสิบสองนักษัตร เมื่อสมาชิกสองคนมาพร้อมกัน ย่อมเป็นเรื่องใหญ่โตแน่ เรื่องเล็กกระจ้อยร่อยทั่วไป ไหนเลยต้องถึงมือพวกเขา
เขาครุ่นคิดอยู่นาน จึงสั่งคนรับใช้ว่า “เชิญพวกเขาเข้ามา...”
ยังไม่ทันสิ้นคำ มีเสียงเหน็บแนมดังจากนอกประตู “ไม่ต้องเชิญหรอก พวกข้าเข้ามาแล้ว หาได้ยากนักที่ใต้เท้าเฉินจะทำตัวสุภาพกับสำนักพิธีการของพวกข้าขนาดนี้ น่าประหลาดใจเสียจริง ก่อนหน้านี้ข้ายังกังวลอยู่ว่า ใต้เท้าเฉินจะไม่ยอมให้พวกข้าแม้แต่ผ่านประตู”
สายตาทุกคู่หันไปพร้อมกัน เห็นเพียงหยุนหยางนำหน้า เจียวถู่ตามหลัง ทั้งสองล่วงผ่านประตูแขวนดอกไม้ ตรงดิ่งสู่หอบารมีอักษร
หยุนหยางสวมชุดคล่องตัวสีดำล้วน ขับให้ใบหน้าขาวเด่น หล่อเหลาคมสง่า เจียวถู่วันนี้กลับสวมเสื้อคลุมปกใหญ่สีดำล้วน ขับผิวขาวดั่งหิมะ ริมฝีปากแดงสด ปิ่นแดงเส้นเล็กรั้งผมดำหนาแน่นไว้ด้านหลังศีรษะ เรียบง่าย แต่ไม่คลาดจากความนุ่มนวลแม้แต่น้อย
หยุนหยางถือซองจดหมายไว้ในมือขวา เคาะฝ่ามือซ้ายอย่างช้าๆ คล้ายบัณฑิตตระกูลใหญ่ที่ถือบัตรเชิญไปงานเลี้ยง
หยุนหยางยิ้มแย้ม ทอดสายตาเข้าไปยังโถงด้านใน “โฮ่ ผู้คนมากมายเชียว กำลังปรึกษาเรื่องใหญ่โตอยู่หรือ? ใต้เท้าเฉิน ดูท่าว่าพวกข้าจะมาผิดเวลา ให้เปลี่ยนวันมาเยือนใหม่ดีไหม?”
เขาหยุดยืนอยู่หน้าประตู เหลียวมองคู่บทกลอนที่โถงด้านหลังของคฤหาสน์เฉิน พึมพำอยู่ในคอ “อักษรราบรื่นคือบารมีราบรื่น...ใต้เท้าเฉิน เกรงว่าอักษรราบรื่นจะมิอาจนำไปสู่บารมีราบรื่นได้”
เฉินหลี่ฉินรู้สึกหัวใจเต้นระทึก เขาจ้องซองจดหมายในมืออีกฝ่าย...ผู้มาเยือนไม่ได้มาด้วยน้ำใจแน่นอน ภายในซองนั้น ย่อมต้องเป็นแถลงการณ์ปราบโจรฉบับที่ตนเคยเขียนแน่
เขาสั่งกับเฉินเวิ่นจง เฉินเวิ่นเสี้ยว ท่านหญิงเหลียง และคนอื่นๆ ด้วยเสียงแผ่วเบา “ข้าจะปรึกษาเรื่องสำคัญกับท่านเจียวถู่และท่านหยุนหยาง พวกเจ้าออกไปก่อน”
“เดี๋ยว” หยุนหยางยิ้มกว้าง “ใต้เท้าเฉิน เรื่องที่พวกเราจะคุยกัน ไม่สิ่งใดต้องปิดบัง ทุกคนอยู่ฟังได้”
เฉินหลี่ฉินหน้าบึ้งตึง เงาสีหน้าเข้มขึ้น
หยุนหยางเอ่ยด้วยท่าทีสำราญ “ใต้เท้าเฉินจะไม่ยกชาให้ดื่มสักถ้วยหรือ”
ท่านหญิงเหลียงรีบลุก เดินก้าวฉับ ยกมือเรียกสาวใช้ “ชงชาให้แขก”
หยุนหยางพยักหน้าอย่างพอใจ กวาดตามองรอบห้อง เห็นเก้าอี้ว่างเพียงหนึ่ง จึงเหลียวหัวจ้องเฉินเวิ่นเสี้ยวตรงๆ
จนกระทั่งเฉินเวิ่นเสี้ยวลุกหลีก เขาจึงกล่าวขอบคุณ แล้วยิ้มเรียกเจียวถู่ “เจียวถู่ มานั่งสิ”
เมื่อสายตาของหยุนหยางเฉียดผ่านเฉินจี้ก็หาได้หยุด เฉินจี้ก็มิได้มองตอบ เพียงเหม่อมองคานหลังคาในโถงด้านหลัง เงียบงัน ไร้วาจา มิรู้ว่าคิดสิ่งใด
หยุนหยางเหลือบเขาอีกครั้งด้วยหางตา แล้วหันถามเฉินหลี่ฉินด้วยแววสงสัย “ใต้เท้าเฉิน เมื่อครู่จวนเฉินกำลังปรึกษาเรื่องใหญ่โตอันใดกัน พอจะเล่าให้ฟังได้ไหม”
เฉินเวิ่นจงกล่าวเสียงเย็น “เป็นแขกแบบใดถึงกล้าซักไซ้เรื่องราวในเรือนเจ้าบ้าน? หากสำนักพิธีการคิดกลั่นแกล้งพวกเรา ก็โปรดแจ้งเจตนามาตรงๆ ไม่จำเป็นต้องมาวางท่า”
หยุนหยางยกคิ้ว “เห? แค่ถามก็ไม่ได้หรือ หรือว่าคฤหาสน์เฉินมีความลับที่ผู้อื่นล่วงรู้มิได้ กรมสืบลับของข้าทำหน้าที่ตรวจตราแทนสวรรค์ แบ่งเบาทุกข์ของฝ่าบาท เรื่องในจวนข้าราชการทั้งฝ่ายบุ๋นและบู๊ ล้วนเป็นเรื่องของชาติ พวกข้ามีสิ่งใดที่ถามไม่ได้”
เฉินเวิ่นจงโกรธฮึดฮัด “นี่ท่าน...”
ท่านหญิงเหลียงเกรงบุตรชายจะทำให้พวกขันทีขุ่นเคือง จึงรีบคว้าเฉินเวิ่นจงดึงไปไว้ด้านข้าง
ท่านหญิงเหลียงยิ้ม อธิบายแก่หยุนหยางว่า “ท่านทั้งสอง สิ่งที่พวกข้าปรึกษากันเมื่อครู่ เป็นเพียงเรื่องในครอบครัว บุตรชายสามของจวนเฉินแสบซนตั้งแต่เด็ก เคยติดนิสัยเลวเรื่องการพนัน บัดนี้เขาได้เงินก้อนหนึ่งมาอย่างกะทันหัน ข้าในฐานะแม่ย่อมกังวลว่าเขาจะหลงทำผิดซ้ำรอย จึงอยากให้เขาฝากเงินก้อนนี้ไว้กับคลังทรัพย์สินกลางของจวนเฉิน ป้องกันไม่ให้เขาฟุ่มเฟือยอีก”
เจียวถู่ทำท่าเหมือนตระหนัก อุทานขึ้นว่า “บุตรชายสามของจวนท่าน ชื่อเฉินเวิ่นเสี้ยวใช่ไหม”
ท่านหญิงเหลียงสะดุ้ง “ท่านผิดแล้ว บุตรชายสามของจวนเฉินชื่อเฉินจี้ คนนี้ไง ที่ยืนอยู่ตรงประตูนั่น”
เจียวถู่เหลือบมองหยุนหยางอย่างข้องใจ “ชื่อไม่ตรงกันนะ”
หยุนหยางก็ขมวดคิ้ว “ชื่อไม่ตรงกันจริงๆ”
เฉินหลี่ฉินเห็นท่าทีของทั้งสอง ก็สับสนขึ้นมาทันที “ท่านทั้งสองกำลังพูดถึงอะไร”
หยุนหยางยิ้ม ลุกขึ้น ยื่นซองจดหมายในมือออกไป “ใต้เท้าเฉิน ลองอ่านจดหมายนี้ก่อนเถิด”
เฉินหลี่ฉินเอื้อมมือไปรับ พอปลายนิ้วแตะซอง กลับเห็นหยุนหยางชักซองจดหมายกลับ
หยุนหยางเหลือบมองท่านหญิงเหลียง เอ่ยหยอกว่า “ท่านหญิง ในคฤหาสน์มียาลูกกลอนอันกงหนิวหวงหรือไม่ ควรเตรียมไว้ให้ใต้เท้าเฉิน กันเขาโกรธจนเป็นลมหลังจากอ่านจดหมาย”
เฉินหลี่ฉินระคนรำคาญโกรธ สูดลมหายใจเย็นยะเยือกคำหนึ่ง “ถ้าท่านหยุนหยางต้องการฆ่าหรือสับ ก็เชิญตามสบาย ไม่จำเป็นต้องมาเยาะเย้ยกัน!”
เขากระชากซองจดหมายจากมือหยุนหยาง คลี่กระดาษขึ้นอ่าน คิ้วคลายลงฉับพลัน
ไม่ใช่แถลงการณ์ปราบโจรที่เขาเขียนให้อาจารย์เฝิง!
ไม่ใช่ก็ดีแล้ว!
ทว่าเมื่อเขาอ่านต่อ สีหน้ากลับเคร่งเครียดขึ้นอีกครั้ง
เฉินหลี่ฉินกวาดตาอ่านกระดาษ พลางเหลือบมองไปยังเฉินเวิ่นเสี้ยวข้างกาย
อ่านไปอ่านมา เขาก็คำรามใส่เฉินเวิ่นเสี้ยวฉับพลัน “ดูสิว่าเจ้าทำอะไรลงไป!”
ท่านหญิงเหลียงงงงวย “ท่านเป็นอะไรไป ทำไมถึงโกรธเวิ่นเสี้ยวอย่างไร้เหตุผล”
เฉินหลี่ฉินโยนกระดาษใส่ตักท่านหญิงเหลียง “ดูเองสิ นี่แหละผลจากที่เจ้าตามใจเขาทุกวัน”
เฉินเวิ่นเสี้ยวแรกเริ่มยังไม่รู้เรื่อง ทว่าฟังถึงตรงนี้จึงนึกได้ว่า ตนเคยเขียนสิ่งใดให้กรมสืบลับ ใบหน้าซีดเผือดทันใด
เขาเผลอหันมองเฉินจี้ แล้วหันกลับไปหาเฉินหลี่ฉิน “ท่านพ่อ ตอนนั้นข้าถูกบังคับให้เขียน ข้ามิได้ทำเรื่องเหล่านั้น”
“โฮ่” เจียวถู่เอ่ยล้อเลียน “กำลังจะบอกว่า กรมสืบลับข้าเคยทรมานบีบบังคับเจ้าหรือ ขอถามสักคำ เจ้ามีบาดแผลตกค้างจากตอนนั้นบ้างไหม”
เฉินเวิ่นเสี้ยวอ้ำอึ้ง “ไม่...ไม่มี”
เจียวถู่อุทานเสียงเบา “น่าแปลกนัก ตัวไม่มีบาดแผล แล้วพวกข้าจะบีบบังคับให้เจ้าเขียนคำให้การได้อย่างไร อย่าใส่ร้ายพวกข้าเลย ไม่อย่างนั้น ทางนี้คงต้องจับเจ้ากลับไปสอบปากคำใหม่”
เฉินหลี่ฉินจ้องเฉินเวิ่นเสี้ยวด้วยโทสะ “เลิกแก้ตัวได้แล้ว”
จนเมื่อเห็นคำให้การฉบับนี้ เขาจึงเข้าใจแจ่มแจ้ง แท้จริงแล้ว มลทินทั้งหลายที่ตกทับเฉินจี้ตลอดหลายปี ล้วนเป็นน้ำสกปรกที่เฉินเวิ่นเสี้ยวสาดใส่ทั้งสิ้น
เฉินจี้เคยแก้ตัวหรือไม่ ย่อมเคยแน่นอน ทว่าเมื่อเขาร้องทุกข์ เวลานั้นตนกลับไม่เชื่อแม้แต่น้อย
บัดนี้ เฉินเวิ่นเสี้ยวสารภาพทุกอย่างในคำให้การ ความจริงจึงปรากฏชัด
เฉินหลี่ฉินหน้าซีดแล้วแดง สลับวูบวาบ ไม่รู้ควรทำเช่นไร
เฉินเวิ่นจงเหลือบมองบิดา แล้วผินมองมารดา ความสงสัยบาดขึ้นทันที “เวิ่นเสี้ยวเขียนคำให้การอะไรไว้”
เอ่ยพลาง เขาก้าวแทรกเข้าไปใกล้หมายจะดู
ทว่าเห็นท่านหญิงเหลียงฉวยพับคำให้การชั่วพริบตา ทำท่าเหมือนไม่มีสิ่งใดเกิด “นี่มิใช่เรื่องของเจ้า เวิ่นจง เฉินจี้ พวกเจ้าถอยออกไปก่อน”
“เดี๋ยว เฉินจี้หรือ?” เจียวถู่ผุดลุกด้วยความฉงน “เมื่อครู่นี้ท่านหญิงบอก บุตรชายสามของตระกูลเฉินชื่อเฉินจี้ ในคำให้การกลับระบุว่า เฉินเวิ่นเสี้ยวโยนหนี้การพนันทั้งหมดให้เฉินจี้แบกรับ...นี่ เจ้าหนุ่ม เจ้าชื่อเฉินจี้หรือ”
เฉินจี้สะดุ้งเฮือก “ข้าเอง”
เจียวถู่แลบลิ้นสองที “ช่วยพี่ชายตัวเองแบกเรื่องเลวร้ายใหญ่โตเพียงนี้ โชคร้ายจริงๆ ก่อนหน้านี้พวกข้าได้ยินว่า ในตระกูลเฉินมีบุตรอนุไม่กตัญญูติดการพนันหนัก มิคาดว่าจะถูกใส่ร้าย”
เฉินจี้พลันหันไปมองท่านหญิงเหลียง แล้วจึงเหลือบไปยังเฉินหลี่ฉิน เอ่ยอย่างไม่อยากเชื่อ “ใต้เท้าเฉิน สิ่งที่ใต้เท้าเจียวถู่กล่าวเป็นความจริงหรือ”
เฉินหลี่ฉินยามได้ยินคำเรียก ‘ใต้เท้าเฉิน’ หัวใจก็ปวดหน่วงอีกครา “ใช่...”
ท่านหญิงเหลียงรีบคว้าแขนเขาไว้ “ท่านพี่ เรื่องนี้คืออัปยศของตระกูลเฉิน อย่าปล่อยให้แพร่งพรายออกไปอีก”
เฉินหลี่ฉินสะบัดแขนเสื้อ สลัดท่านหญิงเหลียงไปทางข้าง ถามเสียงกร้าว “เจ้าจะเข้าข้างเฉินเวิ่นเสี้ยวจนถึงเมื่อใด ผู้อื่นหอบคำให้การมาถึงบ้านเพื่อซักความผิดแล้ว ยังคิดว่าเรื่องนี้จะปิดบังได้อีกหรือ”
หยุนหยางยิ้มละไม ทำท่าเป็นคนกลาง “ใต้เท้าเฉินอย่าเข้าใจผิด พวกข้าแต่เดิมกำลังสะสางเอกสารก่อนถอนตัวจากเมืองหลัว บังเอิญพบคำให้การฉบับนี้ ใต้เท้าเฉินรักประชาชนดุจบุตร ครั้นมาเมืองหลัวก็ลงมือเองทุกอย่าง จัดให้เป็นระเบียบเรียบร้อย จนพวกข้าชื่นชมยิ่ง ครั้นพบสิ่งนี้จึงเห็นว่า ไม่ควรปล่อยให้เรื่องเงียบ จึงส่งมาคืนโดยเฉพาะ ไม่มีเจตนาจะเค้นหาความผิด กรมสืบลับของข้าไม่ยุ่งเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว”
เฉินหลี่ฉินนิ่งเงียบ ไม่เอื้อนเอ่ยสักคำ
เขารู้สึกอยู่ตลอดว่า เหตุวันนี้ไม่ชอบมาพากล หยุนหยางกับเจียวถู่เหมือนจงใจมาเข้าข้างเฉินจี้
ใช่แล้ว ต้องเป็นเรื่องนี้ ต้องเป็นเวลานี้
สิบสองนักษัตรของกรมสืบลับเหี้ยมโหดเพียงใด เขารู้ชัดแจ้ง ฝ่ายตรงข้ามอ้างว่าส่งคำให้การคืนเพราะชื่นชมเขา เขาไม่เชื่อแม้แต่น้อย
ทว่าเงื่อนงำอยู่ตรงนี้ สิบสองนักษัตรใต้บังคับบัญชาของเสนาบดีฝ่ายในเป็นบุคคลเช่นไร ไยจึงออกมือเข้าข้างเฉินจี้?
เฉินหลี่ฉินคิดยิ่งมาก ยิ่งสับสน
ขณะนี้ หยุนหยางคารวะ “เมื่อคำให้การส่งถึงแล้ว พวกข้าไม่รบกวนแล้ว ขอตัว”
พูดจบ เขาก็ก้าวเท้าประชิดตัวเฉินหลี่ฉิน ลมหายใจแตะข้างหู กระซิบแผ่ว “ใต้เท้าเฉิน ท่านยังจำสิ่งที่เคยเขียนในจวนจิ้งอ๋องได้หรือไม่”
สีหน้าเฉินหลี่ฉินแปรเปลี่ยนฉับพลัน!
แท้จริงแล้ว อีกเรื่องรู้เรื่องนี้มาตลอด แถลงการณ์ปราบโจรตกอยู่ในมือกรมสืบลับแล้ว การมาส่งคำให้การครั้งนี้เป็นเพียงฉากหน้า เจตนาคือมาเพื่อข่มขู่เขา
เฉินหลี่ฉินเกร็งตึงจนเล็บกดลึกในฝ่ามือ “พวกเจ้าต้องการอะไรกันแน่”
ความจริงแล้ว หยุนหยางเองก็ไม่รู้ว่าเฉินหลี่ฉินเคยเขียนสิ่งใดไว้ เพียงเฉินจี้สั่งให้กล่าวเช่นนั้น
เขามิได้คาดว่าเมื่อถ้อยคำลอยถึงหู เฉินหลี่ฉินจะสะท้อนแรงถึงเพียงนี้
ทว่าละครยังต้องดำเนินต่อ
หยุนหยางเอ่ยด้วยรอยยิ้มกึ่งจริงกึ่งเล่น “ใต้เท้าเฉิน พวกข้าต้องการอะไร ยังมิได้คิดให้แน่ชัด ครั้นคิดได้แล้วจะมาบอกท่าน เจียวถู่ พวกเราไปกัน”
เขาหันกายแล้วผละจากไป
เจียวถู่ยิ้มละไม เดินผ่านเฉินจี้ตรงปากประตู นางหันหลังให้ผู้อื่น เอ่ยกระซิบเสียงเบาราวยุง “ใต้เท้าเฉิน การแสดงของข้าเป็นอย่างไร หากพึงพอใจ อย่าลืมตกรางวัลอย่างงามด้วยล่ะ”
ก่อนเฉินจี้จะทันตอบสนอง เจียวถู่ก็หัวเราะแผ่ว เดินผละไปเสียแล้ว
ในหอบารมีอักษร เงียบสงัดดุจสุสาน มีเพียงเสียงหายใจหนักของเฉินหลี่ฉินเท่านั้น
ครู่ต่อมา เฉินหลี่ฉินตวาดสั่งด้วยโทสะ “หวังกุ้ย! ลากเฉินเวิ่นเสี้ยวไปโบยยี่สิบไม้ ตีเสร็จแล้วลากเขาไปศาลเจ้า ให้คุกเข่าหนึ่งวันหนึ่งคืนก่อน!”
ท่านหญิงเหลียงได้ยินดังนั้น รีบคว้าแขนเฉินหลี่ฉิน “ท่านพี่ พรุ่งนี้เขายังต้องไปร่วมงานชุมนุมกวีกับเวิ่นจงด้วย หากถูกโบยยี่สิบไม้ เขาจะไปได้อย่างไร”
เฉินหลี่ฉินโกรธจนหนวดสั่นระริก หัวเราะเยาะสามครา “ถึงขั้นนี้แล้ว ยังคิดไปร่วมงานชุมนุมกวีอีกหรือ เขาสมควรด้วยหรือ! หวังกุ้ย ยังยืนบื้ออยู่ทำไม รีบลากเฉินเวิ่นเสี้ยวออกไป!”
ท่านหญิงเหลียงน้ำตาคลอ “ท่านพี่ มิได้นะ เขากำลังจะไปสอบวิชาการที่เมืองหลวง หากถูกตีจนบาดเจ็บจะทำอย่างไร”
เฉินหลี่ฉินเดือดดาลจนสะกดไม่อยู่ “สอบวิชาการหรือ? ข้าจะส่งจดหมายไปเมืองหลวงเดี๋ยวนี้ ให้ใต้เท้าเจ้ากรมการศึกษาทูลกราบทูลฝ่าบาท ให้ปลดยศจู่เหรินของเขา!”
ท่านหญิงเหลียงตื่นตระหนกสุดขีด “ทำเช่นนี้ได้อย่างไร ท่านพี่ ไฉนจะทำลายอนาคตอันรุ่งโรจน์ของเขาเช่นนี้?”
นางหยุดสะอื้น หันหน้าไปทางเฉินจี้ ทำท่าจะทรุดคุกเข่า “เฉินจี้ โปรดอภัยให้พี่ชายของเจ้าเถิด เขาเพียงหลงผิดชั่วคราว!”
เฉินจี้ยกคิ้ว รีบหลบกายไปข้างหนึ่ง
ราชวงศ์หนิงปกครองแผ่นดินด้วยคุณธรรมแห่งกตัญญู หากปล่อยให้ท่านหญิงเหลียงคุกเข่าต่อหน้าเขา ชื่อเสียงของตนในอนาคตย่อมมัวหมอง อยู่ในตระกูลเฉินต่อไปไม่ได้แน่นอน
โชคดีที่เฉินเวิ่นจงอยู่ข้างๆ ประคองมารดาไว้ทัน เอ่ยด้วยโทสะ “ท่านแม่จะทำอะไร? เวิ่นเสี้ยวทำผิด ย่อมควรได้รับโทษ!”
เฉินเวิ่นเสี้ยวเบิกตากว้าง “พี่?!”
เฉินจี้เงยหน้ามองเฉินหลี่ฉิน คารวะถาม “ใต้เท้าเฉิน การลงโทษเฉินเวิ่นเสี้ยวเป็นกิจภายในตระกูลเฉิน เชิญท่านตัดสิน ข้าเพียงใคร่ถามว่า บัดนี้ความจริงกระจ่างแล้ว เงินจำนวนนั้นของข้า ยังจำเป็นต้องชำระหรือไม่”
เฉินหลี่ฉินนิ่งงันเนิ่นนาน แล้วเอ่ยอย่างอ่อนล้า “ไม่ต้องแล้ว”
เฉินจี้ก้มคำนับ “เช่นนั้นข้าขอกลับไปพักผ่อน ขอตัว”
(จบตอน)
______________
ลงทุกวันจันทร์ อังคาร พุธ เสาร์
ปัจจุบันแปลถึงตอน: 0527
ติดตามผู้แปล : www.facebook.com/bjknovel/
#พระเอกฉลาด #นิยายแฟนตาซี #qingshan
ความคิดเห็น
แสดงความคิดเห็น